พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,266 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 769/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงในสัญญาเช่าเรื่องการฟ้องขับไล่ ไม่ใช่ความยินยอมตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
ในสัญญาเช่าข้อหนึ่งมีข้อความว่าถ้าผู้เช่าทำผิดสัญญาหรือเมื่อเลิกสัญญาแล้วผู้เช่าให้ความยินยอมไว้ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯให้ผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่ได้ นั้น ถือว่าเป็นความตกลงที่ทำกันไว้ล่วงหน้าพร้อมกับสัญญาเช่าหาใช่เป็นความยินยอมของผู้เช่าตามความหมายของ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ไม่ (อ้างฎีกาที่ 848/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 764/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์อู่ซ่อมรถในที่เช่า: การยึดทรัพย์บังคับคดีขัดต่อสัญญาระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่า
เช่าที่ดินเขาแล้วปลูกอู่ซ่อมรถยนต์ลงในที่เช่านั้นโดยข้อสัญญาว่า ผู้เช่าจะรักษาที่เช่าทุกส่วนให้เรียบร้อยจนกว่าค่าเช่าจะออกจากที่เช่าหรือหมดอายุสัญญาเช่าต้องเลิกกันเพราะผิดสัญญา ผู้เช่าจะรื้อถอนอู่ซ่อมรถยนต์ที่ปลูกไว้มิได้ ต้องปล่อยให้ตกเป็นของผู้ให้เช่าโดยไม่เรียกร้องเอาค่าอะไรจากผู้ให้เช่า และสัญญาเช่ารายนี้ก็เป็นสัญญาเฉพาะตัวผู้เช่ากับบริวารเท่านั้นมีสิทธิจะอยู่ได้ จะให้ผู้อื่นเช่าช่วงหรือให้ผู้อื่นเข้าอยู่แทนเช่นให้อาศัยก็ไม่ได้ ฉะนั้นเมื่ออู่รถยนต์นี้ทุกเจ้าหนี้ของผู้เช่ายึดทรัพย์บังคับคดีตามคำพิพากษา ก็เป็นอันว่าผู้เช่าต้องออกจากทรัพย์ที่เช่านี้โดยปริยายตามอำนาจของการยึดทรัพย์ ฉะนั้นอู่รถยนต์นี้ก็ต้องตกเป็นกรรมสิทธิของผู้ให้เช่าคือเจ้าของที่ดินตามข้อสัญญา คดีจึงตกอยู่ในบังคับตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 285(2) กล่าวคือเป็นทรัพย์สินที่โอนกันไม่ได้ หรือไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ศาลต้องสั่งถอนการยึดอู่รถยนต์รายนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้ซื้อจากการขายทอดตลาด vs สิทธิผู้ครอบครอง: ศาลไม่อาจบังคับทำสัญญาเช่าได้
ผู้ครอบครองที่ดินจะรู้หรือไม่รู้ว่ามีการขายทอดตลาด ก็หาเป็นเหตุที่จะยกขึ้นต่อสู้สิทธิของผู้ซื้อที่ดินนั้นในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1330 ได้ไม่
เจ้าของที่ดินมีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่ผู้ที่อาศัยในที่ดินของตนให้ออกไปได้ แต่ไม่มีสิทธิจะบังคับให้ผู้นั้นต้องคำสัญญาเช่ากับตน
เจ้าของที่ดินมีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่ผู้ที่อาศัยในที่ดินของตนให้ออกไปได้ แต่ไม่มีสิทธิจะบังคับให้ผู้นั้นต้องคำสัญญาเช่ากับตน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าช่วง & การบอกล้างนิติกรรม: ผู้เช่าช่วงทราบข้อเท็จจริงแต่ยังรับประโยชน์ ไม่อาจอ้างเหตุบอกล้างสัญญาได้
ผู้เช่าเอาโรงแรมมาให้เช่าช่วงโดยไม่รับความยินยอมจากผู้เช่าเดิมทั้งมิได้บอกผู้เช่าช่วงให้รู้ว่าเป็นการเช่าช่วงนั้น เมื่อผู้เช่าช่วงรู้ความจริงภายหลัง แต่ก็มิได้โต้แย้ง หรือบอกล้างแต่อย่างใด คงใช้และรับประโยชน์จากโรงแรมที่เช่านั้นตลอดมา ดังนี้ผู้เช่าช่วงจะไม่ยอมใช้ค่าเช่าแก่ผู้เช่าโดยอ้างเหตุดังกล่าวหาได้ไม่
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ 1500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกัน จะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ย่อมไม่ได้
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ 1500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกัน จะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ย่อมไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าช่วงที่มิได้รับอนุญาตและข้อตกลงลดค่าเช่าที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้เช่าเอาโรงแรมมาให้เช่าช่วงโดยไม่รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าเดิมทั้งมิได้บอกผู้เช่าช่วงให้รู้ว่าเป็นการเช่าช่วงนั้น เมื่อผู้เช่าช่วงรู้ความจริงภายหลัง แต่ก็มิได้โต้แย้ง หรือบอกล้างแต่อย่างใด คงใช้และรับประโยชน์จากโรงแรมที่เช่านั้นตลอดมา ดังนี้ ผู้เช่าช่วงจะไม่ยอมใช้ค่าเช่าแก่ผู้เช่าโดยอ้างเหตุดังกล่าวหาได้ไม่
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ1,500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกันจะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ ย่อมไม่ได้
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ1,500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกันจะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ ย่อมไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าโดยไม่ชอบ และการรบกวนสิทธิของผู้เช่าเดิม
จำเลยอยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ ภายหลังจำเลยไปบอกเจ้าของห้องเช่าว่า โจทก์โอนการเช่าห้องรายนี้ให้จำเลยแล้ว ซึ่งไม่ใช่ความจริง เจ้าของห้องจึงบอกเลิกการเช่ากับโจทก์ แล้วทำสัญญาให้จำเลยเช่าห้องนั้นต่อไป ดังนี้ ถือว่าเจ้าของห้องเช่าปฏิบัติผิดสัญญาเช่าที่ทำไว้กับโจทก์และการกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนรอนสิทธิของโจทก์ ๆจึงมีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับให้เจ้าของห้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไปเสมือนว่าเจ้าของห้องไม่ได้บอกเลิกสัญญา และฟ้องจำเลยห้ามมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับห้องพิพาท ส่วนสัญญาเช่าห้องระหว่างจำเลยกับเจ้าของห้องนั้น ไม่มีผลกระทบกระเทือนสัญญเช่าของโจทก์กับเจ้าของห้อง จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องให้เพิกถอน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรบกวนสิทธิสัญญาเช่า: สิทธิของโจทก์ผู้เช่ายังคงอยู่ แม้มีการทำสัญญาเช่าใหม่กับผู้อื่น
จำเลยอยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ ภายหลังจำเลยไปบอกเจ้าของห้องเช่าว่า โจทก์โอนการเช่าห้องรายนี้ให้จำเลยแล้วซึ่งไม่ใช่ความจริง เจ้าของห้องจึงบอกเลิกการเช่ากับโจทก์แล้วทำสัญญาให้จำเลยเช่าห้องนั้นต่อไป ดังนี้ ถือว่าเจ้าของห้องเช่าปฏิบัติผิดสัญญาเช่าที่ทำไว้กับโจทก์และการกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนรอนสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับให้เจ้าของห้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไปเสมือนว่าเจ้าของห้องไม่ได้บอกเลิกสัญญาและฟ้องจำเลยห้ามมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับห้องพิพาท ส่วนสัญญาเช่าห้องระหว่างจำเลยกับเจ้าของห้องนั้น ไม่มีผลกระทบกระเทือนสัญญาเช่าของโจทก์กับเจ้าของห้องจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องให้เพิกถอน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการฟ้องขับไล่ของผู้เช่าช่วง: สิทธิเกิดจากการทำสัญญาเช่าเท่านั้น ไม่ได้เกิดจากการครอบครองก่อน
ผู้เช่าไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่ในห้องเช่านั้นมาก่อนและไม่ยอมออก เมื่อผู้เช่าได้ทำสัญญาเช่าแล้ว
โจทก์อยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของพี่ชายจำเลย ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ก่อนโจทก์ ภายหลังจำเลยเข้ามาอยู่ในห้องรายเดียวกันนี้ แล้ว โจทก์จึงไปขอทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องในนาทของโจทก์เองดังนี้ สิทธิของโจทก์เพิ่งจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่สัญญาเช่านี้ฉะนั้นโจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองห้องพิพาทมาก่อนจำเลยไม่ได้
โจทก์อยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของพี่ชายจำเลย ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ก่อนโจทก์ ภายหลังจำเลยเข้ามาอยู่ในห้องรายเดียวกันนี้ แล้ว โจทก์จึงไปขอทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องในนาทของโจทก์เองดังนี้ สิทธิของโจทก์เพิ่งจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่สัญญาเช่านี้ฉะนั้นโจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองห้องพิพาทมาก่อนจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการครอบครองห้องเช่า: เกิดขึ้นเมื่อทำสัญญาเช่าเท่านั้น
ผู้เช่าไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่ในห้องเช่านั้นมาก่อนและไม่ยอมออก เมื่อผู้เช่าได้ทำสัญญาเช่าแล้ว
โจทก์อยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของพี่ชายจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ก่อนโจทก์ ภายหลังจำเลยเข้ามาอยู่ในห้องรายเดียวกันนี้แล้ว โจทก์จึงไปขอทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องในนามของโจทก์เองดังนี้ สิทธิของโจทก์เพิ่งจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่สัญญาเช่านี้ ฉะนั้นโจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองห้องพิพาทมาก่อนจำเลยไม่ได้
โจทก์อยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของพี่ชายจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ก่อนโจทก์ ภายหลังจำเลยเข้ามาอยู่ในห้องรายเดียวกันนี้แล้ว โจทก์จึงไปขอทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องในนามของโจทก์เองดังนี้ สิทธิของโจทก์เพิ่งจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่สัญญาเช่านี้ ฉะนั้นโจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองห้องพิพาทมาก่อนจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความค่าเช่าและค่าเสียหาย: การส่งคืนทรัพย์สินที่แท้จริงเป็นจุดเริ่มต้น
ป.ม.แพ่งฯมาตรา 563 ที่ให้นับอายุความแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่านั้น หมายถึงการส่งคืนอย่างแท้จริง ถ้าผู้เช่าส่งคืน แต่ผู้ให้เช่าไม่รับโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันชอบ ก็อาจถือว่าเป็นการส่งคืนแล้วได้แต่ผู้เช่าเพียงแต่มีหนังสือขอส่งคืน ผู้ให้เช่ายังขัดข้องและผู้เช่าก็ยังคงครอบครองดูแลทรัพย์สินที่เช่าอยู่ต่อมาเพิ่งจะส่งมอบแก่ผู้ให้เช่าในภายหลัง เช่นนี้ ต้องถือว่ามีการส่งคืนกันในภายหลังนี้