พบผลลัพธ์ทั้งหมด 343 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2470/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องเคลือบคลุมฐานทำบัญชีเท็จ – โจทก์ต้องระบุรายละเอียดการกระทำผิดให้ชัดเจน
โจทก์บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2514 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2517 อันเป็นเวลาติดต่อกัน 2 ปีเศษ จำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ได้เบิกเงินจากธนาคารรวมยอดเงิน1,542,661 บาท 99 สตางค์ โดยไม่ลงรายการจ่ายในบัญชี หรือเมื่อฝากเงินจำนวนดังกล่าวก็ไม่ลงหลักฐานการฝากเงิน และเมื่อจำเลยรับเงินค่าหุ้นก็ไม่นำลงในบัญชี โจทก์มิได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงอันเป็นสารสำคัญที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดให้ปรากฏเลยว่า ในการเบิกเงินหรือฝากเงินก็ดี จำเลยไม่ลงบัญชีรายการใดเมื่อใด เป็นจำนวนเท่าใดและในการรับเงินค่าหุ้นก็ดี จำเลยรับจากใคร เมื่อใดทั้ง ๆ ที่ โจทก์อาจกล่าวถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้ จึงเป็นการยากที่จำเลยจะต่อสู้คดีได้ถูกต้อง ฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับความผิดฐานทำหลักฐานเท็จและจดข้อความเท็จ ตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ พ.ศ.2499 มาตรา 42 จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม
โจทก์ฎีกาว่าจำเลยเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 แต่ มาตรา 354 เป็นบทบัญญัติให้ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 352,353 รับโทษหนักขึ้น เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า จำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 352,353 ข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์จึงไม่เป็นสาระแก่คดี
โจทก์ฎีกาว่าจำเลยเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 แต่ มาตรา 354 เป็นบทบัญญัติให้ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 352,353 รับโทษหนักขึ้น เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า จำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 352,353 ข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์จึงไม่เป็นสาระแก่คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2423/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องละเมิดจากไฟไหม้ ต้องระบุรายละเอียดการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของผู้ถูกฟ้อง
บรรยายฟ้องว่าจำเลยเก็บถังแก๊สไว้จำหน่ายไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีเครื่องป้องกัน เมื่อเกิดไฟไหม้จึงลุกลามไปไหม้บ้านโจทก์โดยรวดเร็ว โจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยใช้ลวดทองแดงต่อฟิวส์ทำให้ความร้อนสูงเกิดไฟไหม้ จึงไม่เป็นประเด็นที่จะพิจารณาในข้อนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องเบิกความเท็จ: จำเลยไม่เข้าใจข้อกล่าวหาเพราะขาดรายละเอียดความสำคัญ
ฟ้องว่าเบิกความเท็จ บรรยายข้อความที่เบิกความกับความจริงเป็นอย่างไร และว่าเป็นข้อสำคัญในคดี แต่ไม่บรรยายว่าสำคัญอย่างไร ไม่อาจทราบได้ว่าคดีก่อนมีข้อกล่าวหากันอย่างไร ไม่พอทำให้จำเลยเข้าใจข้อกล่าวหาได้ดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2520 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องอาญาฐานเบิกความเท็จต้องระบุรายละเอียดข้อพิพาทและข้อเท็จจริงที่ชัดเจน
โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยได้นำข้อความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จเบิกความที่ศาลแพ่งในคดีก่อน ความเท็จที่จำเลยเบิกนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี โดยไม่ได้บรรยายให้เห็นว่าคดีดังกล่าวมีข้อพิพาทกันเรื่องอะไร ประเด็นสำคัญแห่งคดีมีว่าอย่างไร ข้อที่จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในคดีนี้ เป็นข้อสำคัญในคดีก่อนอย่างไร ฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องอาญาฐานเบิกความเท็จต้องระบุรายละเอียดข้อพิพาทเดิมและข้อเท็จจริงที่เบิกความเท็จอย่างชัดเจน
โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยได้นำข้อความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จเบิกความที่ศาลแพ่งในคดีก่อน ความเท็จที่จำเลยเบิกนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี โดยไม่ได้บรรยายให้เห็นว่าในคดีดังกล่าวมีข้อพิพาทกันเรื่องอะไร ประเด็นสำคัญแห่งคดีมีว่าอย่างไร ข้อที่จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในคดีนี้เป็นข้อสำคัญในคดีก่อนอย่างไร ฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1004/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกสารกู้ยืมเงินที่มีการระบุรายละเอียดชัดเจน แม้ไม่มีอากรแสตมป์ในตอนแรก แต่ได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว ถือเป็นหลักฐานใช้ได้
เอกสารมีความว่า 'ข้าพเจ้านายเพ็ง บุญเครือ ได้ทำหนังสือนี้ให้แก่นายสาบุญหลาบ นายเลื่อม รูปคุ้มเพื่อได้แสดงว่าข้าพเจ้าได้นำนา 1 แปลงมาเป็นประกันมีความประสงค์รับเงินจากนายสาบุญหลาบ กับนายเลื่อม รูปคุ้ม ไปใช้จ่ายเป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท กำหนดให้ทำ 3 ปี เมื่อถึงฤดูกาลจะไถ่ถอนคืน ถ้าไม่ได้ไถ่ถอนตามกำหนดนี้ให้ทำต่อไปอีกจนกว่าจะได้ไถ่ถอนคืนเมื่อไร ฯลฯ' แล้วลงชื่อผู้รับเงิน ผู้มอบเงิน พยาน และผู้เขียน เช่นนี้ เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653
เอกสารที่มิได้ปิดอากรแสตมป์ในขณะที่โจทก์ส่งอ้างต่อศาลแต่ก่อนที่ศาลจะพิพากษา โจทก์ได้ขอให้ศาลส่งเอกสารนั้นไปให้เจ้าหน้าที่สรรพากรจัดการให้ถูกต้องซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดการให้เสียอากรแสตมป์และเรียกอากรเพิ่มแล้ว ย่อมถือว่าเป็นตราสารที่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์แล้วตามประมวลรัษฎากร มาตรา 117 รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
เอกสารที่มิได้ส่งสำเนาให้อีกฝ่ายหนึ่ง ศาลก็อ้างเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมรับฟังได้ตามที่มาตรา 87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้อำนาจไว้
เอกสารที่มิได้ปิดอากรแสตมป์ในขณะที่โจทก์ส่งอ้างต่อศาลแต่ก่อนที่ศาลจะพิพากษา โจทก์ได้ขอให้ศาลส่งเอกสารนั้นไปให้เจ้าหน้าที่สรรพากรจัดการให้ถูกต้องซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดการให้เสียอากรแสตมป์และเรียกอากรเพิ่มแล้ว ย่อมถือว่าเป็นตราสารที่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์แล้วตามประมวลรัษฎากร มาตรา 117 รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
เอกสารที่มิได้ส่งสำเนาให้อีกฝ่ายหนึ่ง ศาลก็อ้างเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมรับฟังได้ตามที่มาตรา 87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้อำนาจไว้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีอาญาซ้ำ: การขาดรายละเอียดเวลากระทำผิดทำให้ฟ้องไม่ถูกต้อง และไม่อาจฟ้องซ้ำได้
เวลากระทำผิดเป็นข้อสำคัญที่โจทก์ต้องกล่าวในฟ้อง และเป็นข้อเท็จจริงในเรื่องความผิดที่จำเลยกระทำเมื่อศาลพิพากษายกฟ้องคดีก่อนเพราะฟ้องโจทก์ไม่ระบุเวลากระทำผิด จึงได้ชื่อว่าได้ยกฟ้องในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) โจทก์ไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องจำเลยอีก (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่1576/2495)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 408/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของฟ้องหมิ่นประมาท: การบรรยายวันเวลาและรายละเอียดที่อยู่ในวิสัยของโจทก์
ความผิดฐานหมิ่นประมาท โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับวันเวลาซึ่งเกิดการกระทำความผิดว่า จำเลยหมิ่นประมาทใส่ความ ธ. โดยการโฆษณาด้วยเอกสารหนังสือลงวันที่ 22 มีนาคม 2515 ต่อหัวหน้าคณะปฏิวัติซึ่งเป็นบุคคลที่ 3 และจำเลยโฆษณาด้วยเอกสารหนังสือลงวันที่เดียวกันต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านเลขาธิการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้มีความเห็นของเลขาธิการเสนออธิการบดีเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2515 เวลากลางวัน ดังนี้ ถือว่าฟ้องโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวันเวลาที่เกิดการกระทำนั้นๆ เท่าที่อยู่ในวิสัยของโจทก์ที่จะบรรยายได้ ให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2548/2518 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำฟ้องอาญาต้องระบุรายละเอียดชัดเจน เพื่อให้ศาลพิจารณาเรื่องอายุความได้ ไม่เช่นนั้นเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบ
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญา คดีก่อน โดยเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า "เมื่อประมาณต้นเดือนมีนาคม 2515 ข้าพเจ้าจึงได้ทราบเรื่องว่า จำเลยหมิ่นประมาทข้าพเจ้า" และเบิกความในชั้นพิจารณาว่า "ข้าพเจ้ามารู้แน่ชัดว่าจำเลยร้องเรียนข้าพเจ้าไปยังกรมสรรพากรเอาต้นเดือนมีนาคม 2515" ซึ่งความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ถ้าเบิกความไปตามความจริงแล้ว คดีดังกล่าวย่อมขาดอายุความ ดังนี้ ความจริงเป็นอย่างไร โจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง ทั้งเมื่ออ่านคำฟ้องโดยตลอดแล้วก็ไม่อาจอนุมานเอาได้ นอกจากนี้นเมื่อโจทก์อ้างว่าคำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีก่อน โจทก์ก็ต้องบรรยายฟ้องพอให้เห็นความสำคัญนั้น ๆ ด้วย การที่โจทก์กล่าวแต่เพียงว่า ถ้าจำเลยเบิกความตามความจริงแล้ว คดีจะขาดอายุความ โดยมิได้กล่าวให้ปรากฏในคำฟ้องคดีนี้ว่า คดีอาญาคดีก่อนเป็นคดีที่ใครฟ้องใคร ด้วยข้อหาอะไร เช่นนี้ ศาลย่อมไม่อาจพิเคราะห์ได้ว่า วัน เดือน ปี ตามคำเบิกความของจำเลยนั้นเป็นข้อสำคัญในเรื่องอายุความของคดีอาญานี้หรือไม่ ทั้งคำฟ้องของโจทก์จะต้องสมบูรณ์อยู่แล้วโดยศาลไม่จำต้องไปตรวจดูสำนวนคดีอื่นที่ได้อ้างถึงเอาเองก่อน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1771/2518 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหมิ่นประมาท - การกล่าวหาแพร่ข่าวไม่จริงต้องระบุรายละเอียด - ไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาทหากไม่ชัดเจน
จำเลยเขียนจดหมายถึงสามีโจทก์โดยใส่รวมไปในซองเดียวกับจดหมายที่จำเลยเขียนถึง น. มีข้อความว่า เพราะข่าวต่าง ๆ ซึ่งสามีโจทก์และโจทก์ชอบกุข่าวโคมลอยอยู่เสมอ ๆ เพื่อให้ผลเสียหายเกิดแก่จำเลย ข้อความดังกล่าวไม่ปรากฏว่าเป็นการกล่าวหาว่าโจทก์แพร่ข่าวที่ไม่จริงในเรื่องใด จึงไม่อาจฟังว่าเป็นการทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง จึงไม่เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์