คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ศาล

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,640 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 463/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขคำคู่ความที่ขาดลายมือชื่อผู้เรียง ศาลมีอำนาจสั่งแก้ไขก่อนชี้ขาดคดีได้
คดีอาญาจำเลยยื่นอุทธรณ์ อุทธรณ์จำเลยเป็นคำคู่ความ การยื่นคำคู่ความประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่มีบัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในการยื่นหรือสั่งคำคู่ความหรือเอกสารอื่นใดอันจะต้องทำตามแบบพิมพ์ที่จัดไว้ เจ้าพนักงานคู่ความหรือบุคคลผู้เกี่ยวข้องจะต้องใช้กระดาษแบบพิมพ์นั้น ฯลฯ" จำเลยอุทธรณ์โดยใช้กระดาษแบบพิมพ์ที่กระทรวงยุติธรรมจัดไว้ และมีรายการครบถ้วนตามมาตรา 67. คงขาดลายมือชื่อผู้เรียง ในช่องผู้เรียงในกระดาษแบบพิมพ์ท้ายอุทธรณ์ ถือว่ายังไม่บริบูรณ์ เมื่อศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้แล้วศาลอุทธรณ์ชอบที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นแก้ไขให้บริบูรณ์เสียก่อนชี้ขาดตัดสินคดี จะยกอุทธรณ์จำเลยยังไม่ชอบ
จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นอุทธรณ์มาในฉบับเดียวกันศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง เพราะเหตุไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงในท้ายอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ฎีกาขึ้นมาคนเดียว เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ชอบที่จะสั่งให้แก้ไขให้บริบูรณ์ ก็พิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 2 ด้วยได้เพราะเป็นเหตุในลักษณะคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 447/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการพิจารณาคำขออนาถาใหม่: ศาลจำกัดเฉพาะการพิสูจน์ฐานะยากจน ไม่รวมเหตุผลการอุทธรณ์
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสี่ บัญญัติเฉพาะเพื่ออนุญาตให้ผู้ขอนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมในประเด็นว่า ผู้ขอเป็นคนยากจนเท่านั้นหาได้ให้สิทธิแก่ผู้ขอที่จะขอให้ศาลพิจารณาใหม่ในประเด็นว่า คดีของผู้ขอมีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ด้วยไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกำหนดประเด็นหน้าที่นำสืบไม่ถูกต้อง ศาลวินิจฉัยนอกประเด็น เสียค่าเสียหายไม่ได้
ศาลชั้นต้นชี้สองสถานและกำหนดประเด็นหน้าที่นำสืบ โดยมิได้กำหนดประเด็นค่าเสียหายไว้ซึ่งเป็นการกำหนดประเด็นหน้าที่นำสืบขาดตกบกพร่องเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องรักษาผลประโยชน์ของตนโดยการคัดค้านหรือโต้แย้ง เมื่อโจทก์มิได้โต้แย้งทักท้วงประเด็นและหน้าที่นำสืบก็ต้องเป็นไปตามที่ศาลกำหนด
การที่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นเรื่องค่าเสียหายไว้ แต่กลับพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีเกี่ยวกับค่าเสียหายให้ จึงเป็นการวินิจฉัยคดีนอกประเด็นที่กำหนดไว้ไม่ชอบด้วยมาตรา 183 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และแม้ปัญหาข้อนี้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นอ้างอิงในฎีกาและมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานบุคคลยืนยันเอกสารปลอม แม้เอกสารต้นฉบับหายไป ศาลรับฟังได้ตามกฎหมาย
เอกสารที่จำเลยทำปลอม ผู้ชำนาญได้พิสูจน์แล้ว เอกสารนั้นหายไปไม่ได้มาเป็นพยานในคดีเรื่องเจ้าพนักงานปลอมเอกสารและรับรองเอกสารเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161, 162,157 กับมีพยานบุคคลว่าเป็นลายมือชื่อปลอม ศาลฟังพยานบุคคลเป็นพยานลงโทษได้ แม้ไม่มีตัวเอกสารปลอมมาเป็นพยานในคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 393/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยื่นบัญชีพยานหลังสืบพยานบางส่วน และการระบุพยานเพิ่มเติมโดยโจทก์ ศาลมีอำนาจรับได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2521 ทนายโจทก์มอบให้เสมียนทนายความนำบัญชีพยานมายื่นต่อศาลแล้ว และเพิ่งทราบในวันที่ 10 เดือนเดียวกัน ซึ่งเป็นวันสืบพยานว่าในสำนวนการพิจารณาของศาลไม่มีบัญชีพยานโจทก์ เสมียนทนายความยืนยันต่อทนายโจทก์ว่ายื่นบัญชีพยานแล้ว วันที่ 17 เดือนนั้น ทนายโจทก์จึงยื่นคำร้องต่อศาลและขอยื่นบัญชีพยานดังนี้ แม้จะเป็นการยื่นบัญชีพยานภายหลังจากที่ผู้ร้องนำพยานเข้าสืบไปบ้างแล้วก็ดี แต่ก็เป็นเหตุสมควรที่จะกล่าวอ้างเพื่อยื่นบัญชีพยานเมื่อระยะเวลาที่กำหนดให้ยื่นบัญชีพยานสิ้นสุดลงแล้วได้ ในกรณีนี้ผู้ร้องยังมี โอกาสที่จะยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมได้ เพื่อนำพยานมาสืบหักล้างพยานโจทก์ตามที่ยื่นบัญชีพยานไว้ ผู้ร้องไม่ได้เสียเปรียบในการดำเนินคดี ศาลชั้นต้นสั่งรับบัญชีพยานโจทก์ไว้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคท้าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำสั่งระหว่างพิจารณาคดี: อุทธรณ์ต้องห้ามเมื่อศาลดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไปแล้ว
ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ขออนุญาตยื่นคำให้การ เพราะมิได้จงใจขาดนัด แล้วดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งก่อนที่ศาลได้มีคำพิพากษา จึงต้องห้ามอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(1)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงคำขอในชั้นฎีกา: ผู้คัดค้านไม่สามารถขอให้ศาลตั้งผู้คัดค้านอีกคนเป็นผู้จัดการมรดกได้ หากไม่ได้มีการขอไว้ตั้งแต่แรก
ผู้ร้องขอให้ศาลสั่งตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของ ช. ผู้คัดค้านที่ 1 คัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ควรเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ยกคำร้องและตั้งผู้คัดค้านที่ 1เป็นผู้จัดการมรดกต่อไปผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านทำนองเดียวกับผู้คัดค้านที่ 1 และกล่าวต่อไปว่าถ้าจำเป็นจะต้องตั้งผู้จัดการมรดกก็ควรตั้งผู้คัดค้านที่ 1 ศาลชั้นต้นตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันศาลอุทธรณ์ตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกแต่ผู้เดียว (ผู้คัดค้านที่ 1 มิได้ฎีกา)ดังนี้ ผู้คัดค้านที่ 2 จะฎีกาขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกหาได้ไม่เพราะในคำคัดค้านของตนไม่มีคำขอเช่นนั้นมาแต่ต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2759/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขาดนัดพิจารณาคดี: การใช้สิทธิไม่ถูกต้องทำให้เสียสิทธิในการขอพิจารณาคดีใหม่
ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา จำเลยอ้างว่ามิได้จงใจขาดนัด จำเลยอาจขอให้ศาลมีการพิจารณาคดีใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 แต่จำเลยไม่ได้ใช้สิทธิเช่นนั้น กลับใช้สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาโดยตรง จำเลยจึงหมดสิทธิที่จะขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207(3)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2611/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ละเมิดอำนาจศาลจากบทความหนังสือพิมพ์: อิทธิพลต่อความรู้สึกพยานและศาล
ลงข้อความและบทความในหนังสือพิมพ์เป็นเชิงเปรียบเปรยให้เข้าใจว่าผู้พิพากษาสั่งเลื่อนคดีโดยไม่ยุติธรรม ความยุติธรรมหาไม่ได้แสดงว่าประสงค์ให้มีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของพยานและเหนือศาลจะทำให้การพิจารณาคดีเสียความยุติธรรมบรรณาธิการผู้พิมพ์โฆษณาหนังสือพิมพ์มีความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา32(2)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น จำคุก 2 เดือน ศาลฎีกาไม่แก้ดุลพินิจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2574/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ศาลวินิจฉัยนอกฟ้องนอกคำให้การเป็นปัญหาข้อกฎหมาย อุทธรณ์ได้
ปัญหาว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยนอกฟ้อง นอกคำให้การ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224
ฎีกาขอให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์โจทก์ ต้องเสียค่าขึ้นศาลเรื่องละ 200 บาทตามตาราง 1 ข้อ(2) ไม่ใช่เสียตามราคาทรัพย์สินที่พิพาท
of 364