พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,266 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าต้องเป็นไปตามกฎหมาย แม้ผู้เช่าทราบเจตนาของผู้ให้เช่าแล้ว หากระยะเวลาบอกกล่าวไม่ถูกต้อง สิทธิในการฟ้องขับไล่ยังไม่สมบูรณ์
การบอกเลิกสัญญาเช่าที่ให้บอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่าระยะเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งนั้น ห้องเช่าที่ชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน ผู้ให้เช่าจะบอกกล่าวล่วงหน้าเพียง 7 วันไม่ถึง 1 เดือนดังนี้ถือว่ายังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าแม้ผู้เช่าจะรู้อยู่ดีว่าผู้ให้เช่าประสงค์ให้ตนออกจากห้องเช่าก็ดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าต้องเป็นไปตามกฎหมาย แม้ทราบเจตนาของอีกฝ่ายแล้ว หากระยะเวลาบอกกล่าวไม่ถูกต้อง สิทธิในการฟ้องขับไล่ยังไม่เกิด
การบอกเลิกสัญญาเช่าที่ให้บอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่าระยะเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งนั้น ห้องเช่าที่ชำระค่าเช่าเป็นรายเดือนผู้ให้เช่าจะบอกกล่าวล่วงหน้าเพียง 7 วันไม่ถึง 1 เดือน ดังนี้ถือว่ายังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายจึงยังไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่า แม้ผู้เช่าจะรู้อยู่ดีว่าผู้ให้เช่าประสงค์ให้ตนออกจากห้องเช่าก็ดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ตึกส่วนควบที่ดิน & สัญญาเช่าที่เจ้าของร่วมไม่ได้ยินยอม
เจ้าของที่ดินทำสัญญากับผู้เช่าให้ผู้เช่าปลูกตึกคนกรีตลงในที่ดินของตนโดยให้ผู้เช่าเป็นผู้ออกเงินค่าปลูกสร้างเป็นเงินจำนวนหนึ่ง แล้วเจ้าของที่ดินยอมให้ผู้เช่าเช่าตึกนั้นมีกำหนด 3 ปี ดังนี้ เป็นเพียงผู้เช่าออกเงินค่าก่อสร้างไปแทนเจ้าของที่ดินเท่านั้น ตามลักษณะของทรัพย์ที่เป็นตึก จะแยกจากที่ดินไปได้ ย่อมเป็นส่วนควบของที่ดิน จึงตกเป็นของเจ้าของที่ดินด้วย
การที่เจ้าของร่วมคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์มาแต่แรกแต่คนเดียวเอาทรัพย์ให้ผู้อื่นเช่าแล้วเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งมาฟ้องขอให้ทำลายสัญญาเช่าโดยอ้างว่าไม่ได้รับความยินยอม จากตนและเจ้าของร่วมคนที่ฟ้องจะต้องนำสืบว่าตนและเจาของร่วมคนอื่นอีกคนหนึ่งไม่ได้ยินยอมและผู้เช่าผู้เป็นคู่สัญญาก็รู้ถึงความเห็นส่วนมากของเจาของร่วมนี้ด้วย ึงจะพ้นจากความรับผิดได้
โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับเงินค่าก่อสร้างตึกที่จำเลยออกแทนไป เพื่อขับไล่จำเลยออกจากตึกนี้ แต่เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิจะขับไล่ทั้งจำเลยก็มิได้ขอเรียกเงินจำนวนนี้จากโจทก์จึงเป็นสิทธิของโจทก์ที่จะใช้เขาหรือไม่ ไม่ใช่คำบังคับ
การที่เจ้าของร่วมคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์มาแต่แรกแต่คนเดียวเอาทรัพย์ให้ผู้อื่นเช่าแล้วเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งมาฟ้องขอให้ทำลายสัญญาเช่าโดยอ้างว่าไม่ได้รับความยินยอม จากตนและเจ้าของร่วมคนที่ฟ้องจะต้องนำสืบว่าตนและเจาของร่วมคนอื่นอีกคนหนึ่งไม่ได้ยินยอมและผู้เช่าผู้เป็นคู่สัญญาก็รู้ถึงความเห็นส่วนมากของเจาของร่วมนี้ด้วย ึงจะพ้นจากความรับผิดได้
โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับเงินค่าก่อสร้างตึกที่จำเลยออกแทนไป เพื่อขับไล่จำเลยออกจากตึกนี้ แต่เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิจะขับไล่ทั้งจำเลยก็มิได้ขอเรียกเงินจำนวนนี้จากโจทก์จึงเป็นสิทธิของโจทก์ที่จะใช้เขาหรือไม่ ไม่ใช่คำบังคับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในทรัพย์สินส่วนควบ สัญญาเช่าที่ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของร่วม และสิทธิในการเรียกค่าปลูกสร้าง
เจ้าของที่ดินทำสัญญากับผู้เช่าให้ผู้เช่าปลูกตึกคอนกรีตลงในที่ดินของตน โดยให้ผู้เช่าเป็นผู้ออกเงินค่าปลูกสร้างเป็นเงินจำนวนหนึ่งแล้วเจ้าของที่ดินยอมให้ผู้เช่าเช่าตึกนั้นมีกำหนด 3 ปี ดังนี้ เป็นเพียงผู้เช่าออกเงินค่าก่อสร้างไปแทนเจ้าของที่ดินเท่านั้น ตามลักษณะของทรัพย์ที่เป็นตึก จะแยกจากที่ดินไม่ได้ ย่อมเป็นส่วนควบของที่ดิน จึงตกเป็นของเจ้าของที่ดินด้วย
การที่เจ้าของร่วมคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์มาแต่แรกแต่คนเดียวเอาทรัพย์ให้ผู้อื่นเช่า แล้วเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งมาฟ้องขอให้ทำลายสัญญาเช่าโดยอ้างว่าไม่ได้รับความยินยอมจากตนและเจ้าของร่วมคนอื่นอีกคนหนึ่งนั้นเป็นหน้าที่เจ้าของร่วมคนที่ฟ้องจะต้องนำสืบว่าตนและเจ้าของร่วมคนอื่นอีกคนหนึ่งไม่ได้ยินยอมและผู้เช่าผู้เป็นคู่สัญญาก็รู้ถึงความเห็นส่วนมากของเจ้าของร่วมนี้ด้วยจึงจะปลีกพ้นจากความรับผิดได้
โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับเงินค่าก่อสร้างตึกที่จำเลยออกแทนไปเพื่อขับไล่จำเลยออกจากตึกนี้ แต่เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิจะขับไล่ทั้งจำเลยก็มิได้ขอเรียกเงินจำนวนนี้จากโจทก์ จึงเป็นสิทธิของโจทก์ที่จะใช้เขาหรือไม่ไม่ใช่คำบังคับ
การที่เจ้าของร่วมคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์มาแต่แรกแต่คนเดียวเอาทรัพย์ให้ผู้อื่นเช่า แล้วเจ้าของร่วมอีกคนหนึ่งมาฟ้องขอให้ทำลายสัญญาเช่าโดยอ้างว่าไม่ได้รับความยินยอมจากตนและเจ้าของร่วมคนอื่นอีกคนหนึ่งนั้นเป็นหน้าที่เจ้าของร่วมคนที่ฟ้องจะต้องนำสืบว่าตนและเจ้าของร่วมคนอื่นอีกคนหนึ่งไม่ได้ยินยอมและผู้เช่าผู้เป็นคู่สัญญาก็รู้ถึงความเห็นส่วนมากของเจ้าของร่วมนี้ด้วยจึงจะปลีกพ้นจากความรับผิดได้
โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับเงินค่าก่อสร้างตึกที่จำเลยออกแทนไปเพื่อขับไล่จำเลยออกจากตึกนี้ แต่เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิจะขับไล่ทั้งจำเลยก็มิได้ขอเรียกเงินจำนวนนี้จากโจทก์ จึงเป็นสิทธิของโจทก์ที่จะใช้เขาหรือไม่ไม่ใช่คำบังคับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 808/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องสัญญาเช่า, การบอกเลิกสัญญา, และการใช้สิทธิฟ้องโดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อนตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
ทำสัญญาเช่าบ้านกับบิดาเจ้าของบ้าน เมื่อผู้เช่าประพฤติผิดสัญญาเช่า บิดาเจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้ให้เช่าย่อมีอำนาจฟ้องผู้เช่าได้ เพราะเป็นคู่สัญญากับผู้เช่าได้รับประโยชน์ในสัญญาแล้ว
ในกรณีที่ผู้เช่าไม่สงวนสถานที่เช่าเสมอกับวิญญูชนจะถึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง แม้ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาจะต้องบอกกล่าวก่อนตาม ป.ม. แพ่งมาตรา 554 แต่ถ้าการเช่นนั้นได้สิ้นสุดลงแล้วเพราะหมดอายุสัญญาเช่าผู้ให้เช่าก็มีสิทธิฟ้องผู้เช่าในเหตุนี้ได้ โดยมิต้องบอกกล่าวก่อน เพราะ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ มาตรา 16(4) มิได้มีบทบัญญัติให้ต้องบอกกล่าวไม่
อยู่ในบ้านเช่า 5 ครัวต่างทำครัวของตนเองทั้งชั้นบนและชั้นล่างและที่ระเบียง บ้านมีลักษณะเก่าหน้าต่างชำรุด เป็นพฤติการณ์ที่ขับไล่ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(4)
ในกรณีที่ผู้เช่าไม่สงวนสถานที่เช่าเสมอกับวิญญูชนจะถึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง แม้ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาจะต้องบอกกล่าวก่อนตาม ป.ม. แพ่งมาตรา 554 แต่ถ้าการเช่นนั้นได้สิ้นสุดลงแล้วเพราะหมดอายุสัญญาเช่าผู้ให้เช่าก็มีสิทธิฟ้องผู้เช่าในเหตุนี้ได้ โดยมิต้องบอกกล่าวก่อน เพราะ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ มาตรา 16(4) มิได้มีบทบัญญัติให้ต้องบอกกล่าวไม่
อยู่ในบ้านเช่า 5 ครัวต่างทำครัวของตนเองทั้งชั้นบนและชั้นล่างและที่ระเบียง บ้านมีลักษณะเก่าหน้าต่างชำรุด เป็นพฤติการณ์ที่ขับไล่ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(4)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 808/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องสัญญาเช่า, การสิ้นสุดสัญญา, และการฟ้องขับไล่โดยไม่ต้องบอกกล่าว
ทำสัญญาเช่าบ้านกับบิดาเจ้าของบ้าน เมื่อผู้เช่าประพฤติผิดสัญญาเช่าบิดาเจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้ให้เช่าย่อมมีอำนาจฟ้องผู้เช่าได้ เพราะเป็นคู่สัญญากับผู้เช่าและผู้เช่าได้รับประโยชน์ในสัญญาแล้ว
ในกรณีที่ผู้เช่าไม่สงวนสถานที่เช่าเสมอกับวิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง แม้ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาจะต้องบอกกล่าวก่อนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 554 แต่ถ้าการเช่านั้นได้สิ้นสุดลงแล้วเพราะหมดอายุสัญญาเช่าผู้ให้เช่าก็มีสิทธิฟ้องผู้เช่าในเหตุนี้ได้โดยมิต้องบอกกล่าวก่อน เพราะ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(4)มิได้มีบทบัญญัติให้ต้องบอกกล่าวไม่
อยู่ในบ้านเช่า 8 ครัวต่างทำครัวของตนเองทั้งชั้นบนชั้นล่างและที่ระเบียงบ้านมีลักษณะเก่าหน้าต่างชำรุดเป็นพฤติการณ์ที่ขับไล่ได้ตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า มาตรา16(4)
ในกรณีที่ผู้เช่าไม่สงวนสถานที่เช่าเสมอกับวิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง แม้ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาจะต้องบอกกล่าวก่อนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 554 แต่ถ้าการเช่านั้นได้สิ้นสุดลงแล้วเพราะหมดอายุสัญญาเช่าผู้ให้เช่าก็มีสิทธิฟ้องผู้เช่าในเหตุนี้ได้โดยมิต้องบอกกล่าวก่อน เพราะ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(4)มิได้มีบทบัญญัติให้ต้องบอกกล่าวไม่
อยู่ในบ้านเช่า 8 ครัวต่างทำครัวของตนเองทั้งชั้นบนชั้นล่างและที่ระเบียงบ้านมีลักษณะเก่าหน้าต่างชำรุดเป็นพฤติการณ์ที่ขับไล่ได้ตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า มาตรา16(4)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าเพื่อค้าขายไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ และระยะเวลาสัญญาเช่าที่กฎหมายรับรอง
สัญญาเช่าที่ดินมีข้อความว่า เช่าเพื่อจะใช้เป็นแหล่งการค้าเสาไม้กระดาน และเครื่องอุปกรณ์และอื่น ๆ หาปรากฏว่าจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยไม่ และผู้เช่าซึ่งเป็นนิติบุคคลก็ได้ใช้ที่นี้เป็นที่ตั้งสำนักงานบริษัทของผู้เช่า ดังนี้เป็นการเช่าเพื่อประโยชน์ในการค้าโดยตรง ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ (อ้างฎีกาที่ 11/2492)
นิติบุคคลเช่าห้องแถว ให้คนงานของตนอยู่อาศัยในบริเวณที่ดิน ซึ่งนิติบุคคลนั้นเช่าตั้งสำนักงานประกอบการค้าขายนั้น ถือว่าเป็นการเช่าเพื่อประโชน์แก่การค้าของนิติบุคคลนั้นเองไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
สัญญาเช่าทำกันเองในฉบับเดียวกันแบ่งเวลาเช่าเป็น 2 งวด ๆ แรก 3 ปี งวดหลัง 2 ปี ดังนี้ มีผลเท่ากับทำคราวเดียวกำหนด 5 ปี ฉะนั้นตามกฎหมายย่อมมีผลบังคับได้เพียง 3 ปีเท่านั้น
นิติบุคคลเช่าห้องแถว ให้คนงานของตนอยู่อาศัยในบริเวณที่ดิน ซึ่งนิติบุคคลนั้นเช่าตั้งสำนักงานประกอบการค้าขายนั้น ถือว่าเป็นการเช่าเพื่อประโชน์แก่การค้าของนิติบุคคลนั้นเองไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
สัญญาเช่าทำกันเองในฉบับเดียวกันแบ่งเวลาเช่าเป็น 2 งวด ๆ แรก 3 ปี งวดหลัง 2 ปี ดังนี้ มีผลเท่ากับทำคราวเดียวกำหนด 5 ปี ฉะนั้นตามกฎหมายย่อมมีผลบังคับได้เพียง 3 ปีเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าเพื่อค้า ไม่คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า สัญญาเกิน 3 ปีใช้ได้แค่ 3 ปี
สัญญาเช่าที่ดินมีข้อความว่า เช่าเพื่อจะใช้เป็นแหล่งการค้าเสาไม้กระดาน และเครื่องอุปกรณ์และอื่นๆ หาปรากฏว่าจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยไม่และผู้เช่าซึ่งเป็นนิติบุคคลก็ได้ใช้ที่นี้เป็นที่ตั้งสำนักงานบริษัทของผู้เช่าดังนี้ เป็นการเช่าเพื่อประโยชน์ในการค้าโดยตรง ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ(อ้างฎีกาที่ 11/2492)
นิติบุคคลเช่าห้องแถว ให้คนงานของตนอยู่อาศัยในบริเวณที่ดินซึ่งนิติบุคคลนั้นเช่าตั้งสำนักงานประกอบการค้าขายนั้น ถือว่าเป็นการเช่าเพื่อประโยชน์แก่การค้าของนิติบุคคลนั้นเอง. ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ
สัญญาเช่าทำกันเองในฉบับเดียวกันแบ่งเวลาเช่าเป็น 2 งวดงวดแรก3 ปี งวดหลัง 2 ปี ดังนี้ มีผลเท่ากับทำคราวเดียวกำหนด 5 ปี ฉะนั้นตามกฎหมายย่อมมีผลบังคับได้เพียง 3 ปีเท่านั้น
นิติบุคคลเช่าห้องแถว ให้คนงานของตนอยู่อาศัยในบริเวณที่ดินซึ่งนิติบุคคลนั้นเช่าตั้งสำนักงานประกอบการค้าขายนั้น ถือว่าเป็นการเช่าเพื่อประโยชน์แก่การค้าของนิติบุคคลนั้นเอง. ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ
สัญญาเช่าทำกันเองในฉบับเดียวกันแบ่งเวลาเช่าเป็น 2 งวดงวดแรก3 ปี งวดหลัง 2 ปี ดังนี้ มีผลเท่ากับทำคราวเดียวกำหนด 5 ปี ฉะนั้นตามกฎหมายย่อมมีผลบังคับได้เพียง 3 ปีเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าตึกและการเป็นบริวารของผู้เช่า แม้มีการโอนกิจการ ห้างหุ้นส่วนก็ยังต้องรับผิดตามสัญญาเช่า
จำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนไปเช่าตึกเพื่อดำเนินกิจการของห้าง แม้ต่อมาหุ้นส่วนคนหนึ่งจะได้รับโอนกิจการทั้งหมดไว้แต่ผู้เดียวก็ดี เมื่อผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่จำเลยออกจากสถานที่เช่าย่อมขับไล่ผู้รับโอนกิจการของหุ้นส่วนนั้นได้ โดยถือว่าเป็นบริวารของจำเลยผู้เช่า ผู้รับโอนจะอ้างว่าจำเลยไปทำสัญญาแทนห้างหุ้นส่วนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่า - ผู้รับโอนกิจการหุ้นส่วนสามัญ - สถานะบริวาร - อำนาจการเช่า
จำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนไปเช่าตึกเพื่อดำเนินกิจการของห้างแม้ต่อมาหุ้นส่วนคนหนึ่งจะได้รับโอนกิจการทั้งหมดไว้แต่ผู้เดียวก็ดี เมื่อผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่จำเลยออกจากสถานที่เช่า ย่อมขับไล่ผู้รับโอนกิจการของหุ้นส่วนนั้นได้ โดยถือว่าเป็นบริวารของจำเลยผู้เช่า ผู้รับโอนจะอ้างว่าจำเลยไปทำสัญญาแทนห้างหุ้นส่วนไม่ได้