คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
จำเลย

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,884 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1607/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การละสิทธิอายุความมรดก: จำเลยยอมแบ่งมรดกให้โจทก์ ทำให้ไม่สามารถอ้างอายุความได้
แม้โจทก์ไม่ได้ครอบครองนาพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าอันเป็นมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งร่วมกับจำเลยมาหลายปีก็ดี หากจำเลยยอมรับกับโจทก์ว่ายินดีแบ่งนาพิพาทให้โจทก์แล้ว จำเลยก็จะยกอายุความว่าโจทก์มิได้ฟ้องร้องเรียกมรดกเสียภายใน 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตายไม่ได้ เพราะจำเลยได้ละเสียแล้วซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1559/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่อนุญาตเลื่อนคดีเนื่องจากทนายโจทก์อ้างป่วยโดยไม่มีหลักฐาน และจำเลยคัดค้าน
ในคดีอาญา เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วได้นัดสืบพยานจำเลย ครั้นถึงวันนัดทนายโจทก์ขอเลื่อนอ้างว่าป่วยมีใบรับรองแพทย์มาด้วย จำเลยไม่คัดค้านศาลอนุญาตให้เลื่อนไป ครั้นถึงวันนัด ทนายโจทก์อ้างลอย ๆ ว่าป่วยอีก โดยไม่มีหลักฐานอันใดกำกับมาและขอเลื่อนในวันนัดนั้นเอง เมื่อพยานจำเลยก็มาศาลพร้อมที่จะสื่อ และจำเลยก็คัดค้านการขอเลื่อนดังนี้ ที่ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนจึงชอบด้วยเหตุผล และไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด
การสั่งให้เจ้าพนักงานพร้อมด้วยแพทย์ไปตรวจคู่ความหรือบุคคลที่อ้างว่าป่วยนั้น ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของศาลที่จะสั่งไปเองโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดขอร้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับฟังพยานหลักฐานจากคำให้การของจำเลย แม้เอกสารไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
แม้เอกสารสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องเรียกเงินจากจำเลย มิได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ อันจะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ก็ตาม หากจำเลยให้การรับว่าได้ทำเอกสารนั้นให้โจทก์ไว้จริง ก็ย่อมฟังได้ว่าจำเลยกู้เงินโจทก์โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ โดยไม่ต้องอาศัยฟังจากเอกสาร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการนำสืบของโจทก์เมื่อจำเลยขาดนัด และสิทธิในการเพิ่มเติมคำให้การของจำเลย
ในกรณีที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การโจทก์ก็ยังมีหน้าที่ต้องนำสืบให้สมฟ้อง เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ในประเด็นเกี่ยวกับข้อนำสืบของโจทก์นั้นได้
ในวันนัดชี้สองสถาน โจทก์มาศาลจำเลยมิได้มา โจทก์แถลงรับหน้าที่นำสืบก่อน ศาลชั้นต้นจึงกำหนดวันนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์ ดังนี้ หาใช่เป็นการชี้สองสถานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 ไม่ เพราะมิได้มีการแถลงในข้อพิพาทกันประการใด จำเลยมีสิทธิขอเพิ่มเติมคำให้การก่อนวันสืบพยาน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอ้างเอกสารจากคดีอื่นเป็นหลักฐานสิทธิในที่ดิน จำเลยไม่ผูกมัดหากไม่ยอมรับ
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำเลยปฏิเสธโจทก์คงอ้างแต่สำนวนคดีความที่ภรรยาโจทก์ ฟ้องจำเลยในคดีก่อนมาเป็นพยานโดยจำเลยมิได้ยอมตกลงด้วย ดังนี้ เป็นการอ้างลอยๆ ไม่ผูกมัดจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1318/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกู้ยืมเงิน: จำเลยต้องพิสูจน์ข้อต่อสู้ใหม่ หากอ้างเหตุไม่ชำระหนี้หลังยอมรับทำสัญญา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ 1,100 บาท รับเงินไปจากโจทก์แล้ว ถึงกำหนดจำเลยไม่ชำระ จำเลยให้การว่า บุตรจำเลยลักพาบุตรสาวโจทก์ไป เจ้าพนักงานเปรียบเทียบให้บุตรจำเลยเสียค่าสินสอด 2,000 บาท โจทก์จำเลยก็ตกลงจำเลยมอบเงินสด 400 บาท และสร้อยคอทองคำราคา 500 บาทให้โจทก์ไป ที่เหลือ 1,100 บาท จำเลยทำเป็นสัญญากู้ให้โจทก์ไว้ คือ ฉบับที่โจทก์ฟ้อง แต่โจทก์กลับไม่ยอมให้บุตรจำเลยอยู่กินกับบุตรของโจทก์ตามข้อตกลง ดังนี้ถือได้ว่า การกู้ยืมเงินตามสัญญาที่โจทก์ฟ้องบริบูรณ์แล้ว ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่ยอมให้บุตรจำเลยอยู่กินกับบุตรโจทก์ตามข้อตกลงนั้น จำเลยอ้างขึ้นใหม่เพื่อให้พ้นความรับผิดตามสัญญา จำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบ ฉะนั้น ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่สืบพยานจำเลยย่อมแพ้คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1286/2505 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานยักยอก การปรับกระทงความผิด และหลักการใช้กฎหมายที่เป็นผลดีต่อจำเลย
คดีที่จำเลยกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน อันเป็นความผิดหลายกระทง บางกระทงควบเกี่ยวระหว่างใช้กฎหมายเก่าและใหม่ ไม่แน่ว่าจำเลยกระทำความผิดตามกฎหมายใดนั้น ศาลต้องพิจารณาใช้กฎหมายที่เป็นผลดีแก่จำเลย
จำเลยรับราชการตำแหน่งเสมียนตราได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่รับและจำหน่ายสลากกินแบ่ง เมื่อบังอาจเบียดบังเงินค่าขายสลากกินแบ่งไว้เป็นของตนโดยทุจริต ย่อมมีความผิดฐานยักยอกธรรมดา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ไม่ใช่มาตรา 353, หรือมาตรา 354
การกระทำผิดหลายกระทงซึ่งมีโทษหนักเท่ากันนั้น ศาลย่อมลงโทษจำเลยกระทงใดกระทงหนึ่งแต่กระทงเดียวได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1286/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปรับบทความผิดฐานยักยอก การพิจารณาโทษตามกฎหมายที่เอื้อประโยชน์แก่จำเลย และหลักการลงโทษกรรมเดียว
คดีที่จำเลยกระทำผิดหลายกรรมต่างกันอันเป็นความผิดหลายกระทง บางกระทงคาบเกี่ยวระหว่างใช้กฎหมายเก่าและใหม่ไม่แน่ว่าจำเลยกระทำความผิดตามกฎหมายใดนั้น ศาลต้องพิจารณาใช้กฎหมายที่เป็นผลดีแก่จำเลย
จำเลยรับราชการตำแหน่งเสมียนตราได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่รับและจำหน่ายสลากกินแบ่ง เมื่อบังอาจเบียดบังเงินค่าขายสลากกินแบ่งไว้เป็นของตนโดยทุจริต ย่อมมีความผิดฐานยักยอกธรรมดาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ไม่ใช่ มาตรา 353 หรือ มาตรา 354
การกระทำผิดหลายกระทงซึ่งมีโทษหนักเท่ากันนั้น ศาลย่อมลงโทษจำเลยกระทงใดกระทงหนึ่งแต่กระทงเดียวได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1200/2505

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องไม่สมบูรณ์ต้องระบุรายละเอียดให้ชัดเจน โดยเฉพาะคดีเด็กและเยาวชนที่ต้องคำนึงถึงความเข้าใจของจำเลย
โจทก์บรรยายฟ้องว่า "จำเลยบังอาจลักเอาธนบัตรของชายผู้มีชื่อไปโดยเจตนาทุจริตโดยจำเลยล้วงกระเป๋าชายผู้มีชื่อเพื่อลักทรัพย์" ดังนี้ เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะเห็นได้ว่ายังไม่มีความหมายแน่นอนพอที่จะเข้าใจได้ว่าชายผู้มีชื่อนั้นหมายถึงบุคคลใดโดยเฉพาะ แม้โจทก์ไม่สามารถทราบชื่อ ก็น่าจะกล่าวบรรยายข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับชายผู้นั้นให้พอที่จะทำให้ฟ้องของโจทก์มีความแน่นอนขึ้น ไม่เกิดความสับสนหลงผิดแก่จำเลยได้
ในคดีที่จำเลยเป็นเด็กนั้น แม้ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 มาตรา 44 จะให้ศาลพยายามกระทำโดยไม่ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาโดยเคร่งครัดก็ตาม แต่แท้ที่จริงมาตรานี้ก็เป็นบทบัญญัติให้ความคุ้มครองและประโยชน์แก่เด็ก มีความมุ่งหมายที่จะให้เด็กเข้าใจการพิจารณาของศาลเป็นสำคัญ ดังจะเห็นได้จากที่มีความบัญญัติไว้ด้วยว่า "ให้ใช้ภาษาง่ายๆ ให้จำเลยเข้าใจ" โจทก์จึงชอบที่จะบรรยายฟ้องให้ละเอียดเพื่อช่วยให้จำเลยซึ่งเป็นเด็กเข้าใจข้อหาโดยชัดแจ้งด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 610/2504

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิอุทธรณ์ในคดีแขวง: โจทก์และจำเลยมีสิทธิเท่าเทียมกัน
คดีที่ศาลแขวงพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย แต่รอการลงโทษไว้ ซึ่งเข้าข้อยกเว้นตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวง ฯลฯ มาตรา 22(2) ให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้นั้นย่อมมีความหมายรวมถึงทั้งโจทก์จำเลยมีสิทธิจะอุทธรณ์มิได้หมายถึงให้สิทธิเฉพาะจำเลยที่จะอุทธรณ์ได้แต่ฝ่ายเดียวเท่านั้น
of 289