พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,640 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2558/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองเฮโรอีนเพื่อจำหน่าย: พยานหลักฐานสนับสนุนคำวินิจฉัยของศาล
เฮโรอีนของกลางมีถึง 21 กรัมเศษ แบ่งใส่หลอดถึง 25 หลอดแยกไว้เป็น 5 ห่อ ห่อละ 5 หลอด เห็นได้ว่าทำไว้เพื่อความสะดวกแก่การจำหน่าย ไม่ปรากฏว่าจำเลยเสพเฮโรอีนเหล่านั้นเองจำเลยจึงมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2528/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรุกล้ำที่ดินโดยไม่สุจริต ศาลไม่จำต้องวินิจฉัยหากจำเลยไม่ได้ยกประเด็นนี้ขึ้น
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลูกสร้างอาคารในที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่าจำเลยมิได้ปลูกสร้างในที่ดินของโจทก์ จำเลยปลูกเรือนอยู่ในที่ดินของจำเลยซึ่งซื้อไว้จากจำเลยร่วมโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย จำเลยมิได้กล่าวในคำให้การว่าได้ปลูกสร้างเรือนในที่พิพาทโดยสุจริต ศาลชั้นต้นตั้งประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงไว้เพียงว่า จำเลยได้ปลูกสร้างอาคารอยู่ในที่ดินของโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ คดีจึงไม่มีข้อให้วินิจฉัยเลยไปถึงว่า ถ้าอาคารของจำเลยที่ปลูกสร้างไว้ได้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์แล้ว จำเลยกระทำโดยสุจริตหรือไม่
ศาลชั้นต้นมีหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีตามคำขอของจำเลยแต่จำเลยร่วมไม่ยอมเข้ามาในคดีจนศาลชั้นต้นมีคำสั่งขาดนัดยื่นคำให้การ เมื่อศาลชั้นต้นทำการสอบข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าพอจะวินิจฉัยคดีได้ ศาลชั้นต้นก็ไม่จำต้องทำการสืบพยานต่อไป และไม่จำต้องเรียกจำเลยร่วมมาสอบถาม
ศาลชั้นต้นมีหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีตามคำขอของจำเลยแต่จำเลยร่วมไม่ยอมเข้ามาในคดีจนศาลชั้นต้นมีคำสั่งขาดนัดยื่นคำให้การ เมื่อศาลชั้นต้นทำการสอบข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าพอจะวินิจฉัยคดีได้ ศาลชั้นต้นก็ไม่จำต้องทำการสืบพยานต่อไป และไม่จำต้องเรียกจำเลยร่วมมาสอบถาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2508/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เบี้ยปรับตามสัญญาประกัน: ศาลมีอำนาจลดจำนวนหากสูงเกินควร โดยคำนึงถึงพฤติการณ์และผลกระทบ
ค่าปรับตามสัญญาประกันมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ หากมีจำนวนสูงเกินไป ศาลย่อมมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้
จำเลยทำสัญญาประกันผู้ต้องหาความผิดฐานยักยอก เมื่อผิดสัญญาแล้วจำเลยก็มิได้ละเลยทอดทิ้ง ได้ติดตามจนได้ตัวผู้ต้องหามาส่งให้โจทก์ดำเนินคดีผลที่สุดผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ ศาลสั่งจำหน่ายคดีไปแล้วดังนี้ศาลลดค่าปรับตามสัญญาประกันลงได้
จำเลยทำสัญญาประกันผู้ต้องหาความผิดฐานยักยอก เมื่อผิดสัญญาแล้วจำเลยก็มิได้ละเลยทอดทิ้ง ได้ติดตามจนได้ตัวผู้ต้องหามาส่งให้โจทก์ดำเนินคดีผลที่สุดผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ ศาลสั่งจำหน่ายคดีไปแล้วดังนี้ศาลลดค่าปรับตามสัญญาประกันลงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2491/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอ้างเอกสารเป็นพยาน ศาลมีอำนาจไต่สวนความถูกต้อง แม้คู่ความไม่คัดค้าน
จำเลยอ้างว่าได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์แล้วตามเอกสารหมาย ล.1 ถึงล.9 ที่จำเลยอ้างเป็นพยาน และได้ส่งสำเนาให้แก่โจทก์ก่อนวันสืบพยาน แล้ว แม้โจทก์จะไม่คัดค้านการอ้างเอกสารนั้น ก็ไม่ตัดอำนาจของศาล ในอันที่จะไต่สวนและชี้ขาดในเรื่องการมีอยู่ความแท้จริง หรือความถูกต้องของเอกสารเช่นว่านั้นตามความในวรรคท้ายของมาตรา125 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอพิจารณาคดีใหม่: การส่งคำบังคับโดยชอบและผลของการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล
ในการขอพิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ไม่ว่าในกรณีปกติหรือในกรณีที่มีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ ระยะเวลาในการขอพิจารณาคดีใหม่ภายในสิบห้าวันหรือภายในหกเดือนแล้วแต่กรณีนั้น จะเริ่มบังคับต่อเมื่อได้มีการส่งคำบังคับโดยชอบแล้ว หากไม่มีการส่งคำบังคับโดยชอบแล้วจะยื่นคำขอพิจารณาใหม่เมื่อใดก็ได้ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 208 ดังกล่าว
เมื่อศาลมิได้สั่งให้นำส่งและกำหนดเวลาให้นำส่งหมายนัดการไต่สวนไว้ จะถือว่าทิ้งคำร้องหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลไม่ได้
เมื่อศาลมิได้สั่งให้นำส่งและกำหนดเวลาให้นำส่งหมายนัดการไต่สวนไว้ จะถือว่าทิ้งคำร้องหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2382/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการฎีกาจำกัดเฉพาะประเด็นค่าเสียหาย ศาลฎีกาไม่รับฟังเหตุแก้ฎีกาเรื่องความรับผิด
โจทก์เป็นฝ่ายฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์เพียง 40,000 บาท ว่าโจทก์ควรได้รับค่าเสียหาย 60,000 บาท ประเด็นในชั้นฎีกาจึงมีว่า ค่าเสียหายที่กำหนดให้ 40,000 บาท ควรเป็น 60,000 บาท หรือไม่เท่านั้นจำเลยจะแก้ฎีกาว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดเสียค่าเสียหายให้แก่โจทก์เลยโดยจำเลยมิได้เป็นฝ่ายฎีกาหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2355/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขยายระยะเวลาวางค่าธรรมเนียมอุทธรณ์: ต้องมีเหตุพิเศษ
การที่จำเลยอ้างว่าค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์เป็นเงินเกือบ10,000 บาท จำเลยยังหาได้ไม่ครบนั้น ยังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ ตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23ในอันที่จะให้ศาลมีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาการวางเงินค่าธรรมเนียมให้ได้ตามคำร้องของจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2342/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องแย่งการครอบครอง: การตกลงให้ดูแลที่ดินระหว่างรอคำสั่งศาล ไม่ถือเป็นการแย่งการครอบครอง
โจทก์ได้รับมรดกที่พิพาทจากสามี ส. มารดาจำเลยซึ่งดูแลที่ดินแทนจำเลยเข้าไปปลูกถั่วในที่พิพาทโจทก์จึงแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ต่อมาโจทก์กับ ส. ตกลงกันต่อพนักงานสอบสวนว่า ระหว่างที่ศาลยังไม่มีคำสั่งประการใด ให้ ส. เป็นผู้จัดทำประโยชน์ต่อไปโดยสุจริตข้อตกลงนี้ถือว่าให้ ส. เข้าครอบครองที่พิพาทเพื่อรอฟังคำสั่งศาลเท่านั้น ระหว่างที่ศาลยังไม่มีคำสั่ง จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการแย่งการครอบครองที่พิพาทจากโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2320/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ศาลไม่ผูกพันข้อเท็จจริงจากคดีอาญาอื่น แม้มีมูลเหตุเกี่ยวข้องกัน ศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวนตัวเอง
คดีอาญามิได้มีบทกฎหมายใดบัญญัติบังคับให้ศาลที่พิพากษาคดีต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลในคดีอาญาอีกเรื่องหนึ่งได้ชี้ขาดไว้มาเป็นหลักในการวินิจฉัย แม้คดีทั้งสองนั้นจะมีมูลกรณีเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2171/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขาดนัดยื่นคำให้การและการดำเนินการตามกฎหมาย แม้ไม่ไต่สวนคำร้องก็ไม่ขัดต่อกระบวนการ
จำเลยยังคงมีสำนักงานทำการค้าขายอยู่ที่ตึกแถวพิพาท การส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้องก็ส่งให้จำเลย ณ ตึกแถวพิพาททั้งก็เป็นการส่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อจำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด จึงถือได้ว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 วรรคสอง มิได้บังคับว่าศาลจะต้องทำการไต่สวนคำร้องของจำเลยก่อน เมื่อจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การแล้ว จึงไม่จำต้องไต่สวนคำร้องของจำเลยอีก ไม่ขัดกับกระบวนพิจารณา