พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,640 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1597/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งนัดพยานและการถอนตัวทนาย: ศาลต้องแจ้งนัดให้โจทก์ทราบก่อนถือว่าไม่มีพยาน
ในวันนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งโจทก์ไม่ได้มาศาลทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นพยาน ศาลสั่งให้คำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายว่า สำเนาให้โจทก์ เช่นนี้ สมควรให้โจทก์ ทราบเรื่องทนาย ขอถอนตัวโดยเลื่อนคดีไปก่อน การที่ศาลชั้นต้นถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ทราบนัด เป็นการไม่ชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1597/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งนัดสืบพยานและการถอนตัวทนาย: ศาลต้องแจ้งนัดให้โจทก์ทราบก่อนถือว่าไม่มีพยาน
ในวันนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งโจทก์ไม่ได้มาศาล ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนาย ศาลสั่งในคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายว่า สำเนาให้โจทก์ เช่นนี้สมควรให้โจทก์ทราบเรื่องทนายขอถอนตัวโดยเลื่อนคดีไปก่อน การที่ศาลชั้นต้นถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ทราบนัด เป็นการไม่ชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1594/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรอการลงโทษจำคุก แม้ฟ้องรวมกระทงความผิดหลายข้อหา หากแต่ละกระทงโทษไม่เกิน 2 ปี ศาลยังใช้ดุลพินิจได้
จำเลยถูกฟ้องขอให้ลงโทษในฐานความผิด 3 กระทงมาใน สำนวน เดียวกัน เมื่อโทษจำคุกที่ศาลลงแก่จำเลยแต่ละกระทง ไม่เกินกระทงละ 2 ปี ซึ่งเท่ากับว่าศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในคดีหนึ่ง ๆ เป็นรายคดีตามสำนวนกระทงความผิดที่โจทก์รวมฟ้องมาไม่เกินคดีละสองปี ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำคุกจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา56
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1481/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุพยานเพิ่มเติมหลังวันกำหนด การพิจารณาเหตุผลความจำเป็น และสิทธิในการอุทธรณ์คำสั่งศาล
โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบก่อน ยื่นคำร้องขอระบุพยานในวันนัดสืบพยานโจทก์อ้างว่าตัวโจทก์ขอสำนวนไปดูแล้วเพิ่งจะส่งคืนในวันนั้น ก่อนหน้านี้ทนายโจทก์ไม่ทราบว่ามีบุคคลใดและพยานเอกสารใดพอจะอ้างเป็นพยานได้ จำเลยคัดค้านว่าไม่สมควรอนุญาตแต่มิได้คัดค้านเหตุที่โจทก์อ้าง จึงฟังได้ตามคำร้อง เมื่อไม่ปรากฏว่าตัวโจทก์ทราบว่าทนายโจทก์ต้องใช้สำนวนในการยื่นบัญชีระบุพยานจะถือว่าโจทก์จงใจไม่ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วันมิได้ คดีนี้โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อน การรับระบุพยานของโจทก์ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ จึงมีเหตุผลสมควรรับบัญชีระบุพยานของโจทก์เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรค 3
ศาลชั้นต้นสั่งว่า 'ไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานและถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะสืบพยาน ให้นัดสืบพยานจำเลยต่อไป' คำสั่งตอนที่ว่า 'ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะสืบพยานต่อไป' เป็นผลของข้อความตอนต้นที่สั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ระบุพยาน เป็นคำสั่งฉบับเดียวกัน เมื่อโจทก์โต้แย้งคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ระบุพยาน จึงเป็นการโต้แย้งคำสั่งทั้งฉบับ โจทก์มีสิทธิอุทธรณ์ได้
ศาลชั้นต้นสั่งว่า 'ไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานและถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะสืบพยาน ให้นัดสืบพยานจำเลยต่อไป' คำสั่งตอนที่ว่า 'ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะสืบพยานต่อไป' เป็นผลของข้อความตอนต้นที่สั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ระบุพยาน เป็นคำสั่งฉบับเดียวกัน เมื่อโจทก์โต้แย้งคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ระบุพยาน จึงเป็นการโต้แย้งคำสั่งทั้งฉบับ โจทก์มีสิทธิอุทธรณ์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1365/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประวิงคดีของจำเลยทำให้ศาลไม่อนุญาตเลื่อนคดีและพิจารณาต่อไปได้
ศาลสั่งให้จำเลยนำสืบก่อน นัดสืบพยานจำเลยครั้งแรกทนายจำเลยแถลงว่าจำเลยไม่ได้มาติดต่อเลย ขอเลื่อนคดีศาลอนุญาต ก่อนถึงวันนัดสืบพยานจำเลยครั้งที่สอง 4 วัน ทนายจำเลยยื่นคำแถลงว่าได้ติดต่อทางจดหมายลงทะเบียนถึงจำเลยหลายครั้ง จำเลยไม่มาติดต่อ จึงขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลย ศาลจึงเลื่อนไปนัดพร้อมและหมายเรียกจำเลยมาศาล จำเลยได้รับหมายเรียกด้วยตนเองถึงวันนัดทนายจำเลยแถลงว่าได้พบและบอกให้จำเลยมาศาลแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมมา ศาลอนุญาตให้ทนายจำเลยถอนตัวและนัดสืบพยานจำเลยเป็นครั้งที่สาม ถึงวันนัดทนายคนใหม่ของจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าติดว่าความศาลอื่น ศาลอนุญาตและกำชับให้จำเลยเตรียมพยานมาให้พร้อมในนัดหน้าถึงวันนัดทนายจำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยป่วยมาศาลไม่ได้ ขอเลื่อนคดี ใบรับรองแพทย์จะเสนอภายหลังพฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยเป็นการประวิงคดีให้ชักช้า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1323/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลิกจ้างลูกจ้างผู้แทนสหภาพแรงงาน: ศาลไม่จำเป็นต้องรอผลคดีอาญา
ข้อพิพาทระหว่างลูกจ้างกับโจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างในชั้นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์คือ ลูกจ้างอ้างว่าโจทก์เลิกจ้างเพราะลูกจ้างเป็นผู้แทนสหภาพแรงงานเจรจาต่อรองกับโจทก์โจทก์อ้างว่าลูกจ้างทำผิดอาญา ผิดระเบียบข้อบังคับอย่างร้ายแรง จึงเลิกจ้างข้ออ้างของโจทก์จึงเป็นประเด็นที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ต้องวินิจฉัย
ข้อที่ว่าลูกจ้างลักทรัพย์ของนายจ้างศาลยังพิจารณาไม่ได้พิพากษาก็ไม่มีกฎหมายบังคับให้คณะกรรมการต้องรอการพิจารณาไว้ก่อน
ข้อที่ว่าลูกจ้างลักทรัพย์ของนายจ้างศาลยังพิจารณาไม่ได้พิพากษาก็ไม่มีกฎหมายบังคับให้คณะกรรมการต้องรอการพิจารณาไว้ก่อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1321/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มลดโทษในคดียาเสพติด: ศาลต้องใช้ดุลพินิจตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522มาตรา 97 ลดโทษกึ่งหนึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 มีส่วนเพิ่มลดเท่ากันศาลไม่เพิ่มไม่ลดได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1024/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการฟ้องคดีบุกรุกและเรียกค่าเสียหาย: ศาลวางหลักการพิจารณาค่าเสียหายควบคู่กับการขับไล่
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกและขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์เรียกค่าเสียหายเดือนละ 500 บาทจำเลยให้การว่าเป็นที่ทางราชการหวงห้ามมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ถือว่าเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันมิอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้แม้โจทก์จะมีคำขอเรียกค่าเสียหายมาด้วยก็ตามศาลพิพากษายกฟ้องข้อหาทางอาญาให้ขับไล่จำเลยและใช้ค่าเสียหายเดือนละ 30 บาท จำเลยอุทธรณ์ได้ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 924/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตบุริมสิทธิภาษีอากร: ปีที่ยื่นคำร้องต่อศาลเป็นเกณฑ์
บุริมสิทธิในมูลค่าภาษีอากรที่ค้างชำระในปีปัจจุบันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 256 นั้น คำว่า'ปีปัจจุบัน' หมายถึงปีที่ผู้มีบุริมสิทธิได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้เอาเงินของลูกหนี้มาชำระหนี้ค่าภาษีอากรแก่ผู้มีบุริมสิทธิ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 80/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: ประเด็นต่างกัน แม้มูลเหตุคล้ายกัน ไม่ถือเป็นการฟ้องซ้ำ
คดีก่อนจำเลยฟ้องโจทก์ขอแบ่งทรัพย์มรดก แล้วโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล และศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อ้างว่า โจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมในการแต่งตั้งทนายความ และในการที่ทนายความไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวในคดีก่อน สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามย่อมไม่มีผลผูกพันโจทก์ ดังนี้ ประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยในคดีนี้ มิใช่ประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับในคดีก่อน ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ