พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,266 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1435/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าสวน: สิทธิบอกเลิกสัญญาและการคำนวณค่าเสียหายจากการบอกเลิกสัญญาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สัญญาเช่าสวนมีกำหนด 3 ปี กำหนดค่าเช่ากันเป็นรายปี แต่ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยบอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งเดือน ดังนี้ การบอกกล่าวล่วงหน้า เพื่อเลิกสัญญาจึงหมายว่า ต้องกระทำไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน ก่อนสุดระยะเวลาหนึ่งปี
ในกรณีเช่นนี้ ถ้าผู้ให้เช่าไม่ยอมให้ผู้เช่าครอบครองสวนตามสัญญา ซึ่งไม่มีสิทธิจะทำเช่นนั้นได้ ก็ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เช่าและผู้เช่าก็มีสิทธิได้รับชดใช้ค่าเสียหายเพราะขาดประโยชน์ชั่วระยะเวลา 1 ปีแรก เท่านั้น
การคำนวณค่าเสียหายจากการที่ไม่ได้เข้าทำสวนส้มนั้นต้องคำนวณจากผลส้มที่ได้ หักค่าใช้จ่ายที่จะต้องลงทุน เช่น ค่าอุปกรณ์การทำสวนส้มและค่าแรง ซึ่งจะต้องใช้สิ้นเปลืองไปกับค่าเช่าเป็นต้น
ในกรณีเช่นนี้ ถ้าผู้ให้เช่าไม่ยอมให้ผู้เช่าครอบครองสวนตามสัญญา ซึ่งไม่มีสิทธิจะทำเช่นนั้นได้ ก็ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เช่าและผู้เช่าก็มีสิทธิได้รับชดใช้ค่าเสียหายเพราะขาดประโยชน์ชั่วระยะเวลา 1 ปีแรก เท่านั้น
การคำนวณค่าเสียหายจากการที่ไม่ได้เข้าทำสวนส้มนั้นต้องคำนวณจากผลส้มที่ได้ หักค่าใช้จ่ายที่จะต้องลงทุน เช่น ค่าอุปกรณ์การทำสวนส้มและค่าแรง ซึ่งจะต้องใช้สิ้นเปลืองไปกับค่าเช่าเป็นต้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1402/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าหมดอายุ - การคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า - การฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าจำเลยเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อทำคานเรือ จำเลยให้การรับในข้อนี้แล้วให้การต่อไปอีกว่าที่ซึ่งจำเลยเช่านี้ใช้ทำเป็นคานเรือและปลูกสร้างโรงเรือน ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและประกอบธุระกิจการค้ามาก่อนโจทก์ซื้อ ถือว่าคำให้การดังกล่าวไม่แสดงว่าจำเลยเช่าเป็นที่อยู่อาศัยอันจะอยู่ในข่ายคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ คดีจึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะพึงอ้างว่าได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
จำเลยรับว่าอยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยอ้างความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ ซึ่งฟังไม่ได้โจทก์ไม่จำต้องสืบถึงการละเมิดและค่าเสียหายที่ฟ้องถือว่าจำเลยไม่ต่อสู้ว่า ตนมีสิทธิจะอยู่ได้อย่างไรและไม่ได้ยกข้อคำนวณค่าเสียหายขึ้นต่อสู้
จำเลยรับว่าอยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยอ้างความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ ซึ่งฟังไม่ได้โจทก์ไม่จำต้องสืบถึงการละเมิดและค่าเสียหายที่ฟ้องถือว่าจำเลยไม่ต่อสู้ว่า ตนมีสิทธิจะอยู่ได้อย่างไรและไม่ได้ยกข้อคำนวณค่าเสียหายขึ้นต่อสู้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การค้างชำระค่าเช่าไม่ถือเป็นผิดนัดหากเจ้าของให้ผ่อนผันได้ และไม่มีเจตนาที่จะเลิกสัญญา
พฤติการณ์ที่ถือว่า ผู้เช่าไม่ผิดนัด ไม่ชำระค่าเช่า 2 คราวติดๆ ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ
การค้างชำระค่าเช่าจะถือว่าผู้เช่าเป็นผู้ผิดนัดตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าเสมอไปไม่ได้ (อ้างฎีกาที่ 924/2491)
การค้างชำระค่าเช่าจะถือว่าผู้เช่าเป็นผู้ผิดนัดตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าเสมอไปไม่ได้ (อ้างฎีกาที่ 924/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1281-1283/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเรียกร้องค่าเช่าและทรัพย์สินหลังสัญญาหมดอายุ, ความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างผู้เช่าช่วง, ผู้เช่าเดิม, และเจ้าของทรัพย์
เช่าทรัพย์สินจากเจ้าของทรัพย์มาแล้วให้เช่าช่วง เมื่อหมดสัญญาเช่าแล้วเจ้าของทรัพย์กลับให้คนอื่นเป็นผู้เช่าแทนส่วนผู้เช่าช่วงยังคงเป็นคนเดิม ดังนี้ ผู้เช่าคนแรกจะเรียกค่าเช่าจากผู้เช่าช่วง ตั้งแต่วันที่ สัญญาของตนกับเจ้าของทรัพย์สิ้นสุดลงแล้ว ต่อไปอีกไม่ได้
ในกรณีเช่นนี้ ถ้าผู้เช่าช่วงชำระค่าเช่าให้แก่ผู้เช่าคนก่อนสำหรับการเช่าภายหลังสัญญาที่ผู้เช่าคนก่อนกับเจ้าของทรัพย์สิ้นอายุแล้วก็ดี ผู้เช่าคนใหม่ก็ไม่มีสิทธิมาฟ้องผู้เช่าคนก่อนเรียกค่าเช่าที่ผู้เช่าช่วงชำระไปแก่ผู้เช่าคนก่อนได้ เพราะผู้เช่าคนก่อนกับผู้เช่าคนใหม่ไม่มีนิติสัมพันธ์กันอย่างใด และการที่ผู้เช่าคนก่อนรับชำระค่าเช่าไว้จากผู้เช่าช่วง ก็ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดต่อผู้เช่าคนใหม่แต่อย่างใด
ผู้เช่าคนก่อนฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้างจากผู้เช่าช่วง ผู้เช่าคนใหม่ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมด้วย แม้ศาลจะตัดสินให้ผู้เช่าช่วงชำระค่าเช่าที่ค้างแก่ผู้เช่าคนก่อนก็เป็นหนี้เฉพาะตัวผู้เช่าช่วง ผู้เช่าคนใหม่ไม่ต้องรับผิดในหนี้ส่วนตัวระหว่างผู้เช่าช่วงกับผู้เช่าคนก่อนด้วย
สัญญาเช่าข้อหนึ่งมีข้อความว่า "ทรัพย์สินที่ผู้รับเช่าได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมหรือนำมาติดต่อเป็นเครื่องประกอบตกแต่งในโรงมหรสพก็ดี ผู้รับเช่ายอมยกให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้ให้เช่าทั้งสิ้น แต่ทรัพย์สิ่งใดที่ผู้แสดงมหรสพนำมาใช้ เพียงเพื่อประกอบการแสดงของตนนั้นอยู่นอกสัญญานี้ฯ" ดังนี้ เมื่อปรากฏเพียงแต่ว่าเป็นทรัพย์ของผู้เช่า ซึ่งผู้เช่านำเข้ามาในโรงมหรสพเท่านั้น จึงยังไม่พอที่จะชี้ขาดว่า ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของโรงมหรสพ
ในกรณีเช่นนี้ ถ้าผู้เช่าช่วงชำระค่าเช่าให้แก่ผู้เช่าคนก่อนสำหรับการเช่าภายหลังสัญญาที่ผู้เช่าคนก่อนกับเจ้าของทรัพย์สิ้นอายุแล้วก็ดี ผู้เช่าคนใหม่ก็ไม่มีสิทธิมาฟ้องผู้เช่าคนก่อนเรียกค่าเช่าที่ผู้เช่าช่วงชำระไปแก่ผู้เช่าคนก่อนได้ เพราะผู้เช่าคนก่อนกับผู้เช่าคนใหม่ไม่มีนิติสัมพันธ์กันอย่างใด และการที่ผู้เช่าคนก่อนรับชำระค่าเช่าไว้จากผู้เช่าช่วง ก็ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดต่อผู้เช่าคนใหม่แต่อย่างใด
ผู้เช่าคนก่อนฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้างจากผู้เช่าช่วง ผู้เช่าคนใหม่ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมด้วย แม้ศาลจะตัดสินให้ผู้เช่าช่วงชำระค่าเช่าที่ค้างแก่ผู้เช่าคนก่อนก็เป็นหนี้เฉพาะตัวผู้เช่าช่วง ผู้เช่าคนใหม่ไม่ต้องรับผิดในหนี้ส่วนตัวระหว่างผู้เช่าช่วงกับผู้เช่าคนก่อนด้วย
สัญญาเช่าข้อหนึ่งมีข้อความว่า "ทรัพย์สินที่ผู้รับเช่าได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมหรือนำมาติดต่อเป็นเครื่องประกอบตกแต่งในโรงมหรสพก็ดี ผู้รับเช่ายอมยกให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้ให้เช่าทั้งสิ้น แต่ทรัพย์สิ่งใดที่ผู้แสดงมหรสพนำมาใช้ เพียงเพื่อประกอบการแสดงของตนนั้นอยู่นอกสัญญานี้ฯ" ดังนี้ เมื่อปรากฏเพียงแต่ว่าเป็นทรัพย์ของผู้เช่า ซึ่งผู้เช่านำเข้ามาในโรงมหรสพเท่านั้น จึงยังไม่พอที่จะชี้ขาดว่า ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของโรงมหรสพ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่ากำหนดเงื่อนไขการชำระค่าเช่าและสิทธิบอกเลิกสัญญาโดยไม่ต้องบอกกล่าว ทำให้มาตรา 560 ป.พ.พ. ไม่บังคับใช้
สัญญาเช่า มีข้อความกำหนดการชำระค่าเช่ากันว่า ถ้าผู้เก็บค่าเช่ามิได้ไปเก็บค่าเช่า จนล่วงพ้นวันที่ 7 ของเดือนนั้นไปแล้ว ผู้เช่าจะต้องนำค่าเช่าประจำเดือนนั้นไปชำระ ณ สำนักงานของผู้ให้เช่าภายในวันที่ 10 ของเดือนนั้น และมีอีกข้อหนึ่งว่า ถ้าผู้เช่าประพฤติผิดสัญญานี้ในข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้เช่าทรงไว้ซึ่งสิทธิจะบอกเลิกเพิกถอนสัญญาเช่าได้ทันทีโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ผู้เช่าทราบก็ได้ ดังนี้เมื่อผู้เช่างดส่งค่าเช่าถึง 3 เดือนผู้ให้เช่าจึงบอกเลิกสัญญาเช่า โดยไม่ต้องบอกกล่าวตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 560 ได้ เพราะความในมาตรา 560 นี้ จะยกมาใช้ได้ต่อเมื่อมิได้มีข้อสัญญาดังกล่าวต่อกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่ากำหนดเงื่อนไขชำระค่าเช่าและสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที หากผิดสัญญา การบอกเลิกสัญญาไม่ต้องอาศัยบทบัญญัติมาตรา 560
สัญญาเช่า มีข้อความกำหนดการชำระค่าเช่ากันว่าถ้าผู้เก็บค่าเช่ามิได้ไปเก็บค่าเช่า จนล่วงพ้นวันที่ 7 ของเดือนนั้นไปแล้ว ผู้เช่าจะต้องนำค่าเช่าประจำเดือนนั้นไปชำระ ณ สำนักงานของผู้ให้เช่าภายในวันที่ 10 ของเดือนนั้น และมีอีกข้อหนึ่งว่า ถ้าผู้เช่าประพฤติผิดสัญญานี้ในข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้เช่าทรงไว้ซึ่งสิทธิจะบอกเลิกเพิกถอนสัญญาเช่าได้ทันทีโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ผู้เช่าทราบก็ได้ ดังนี้ เมื่อผู้เช่างดส่งค่าเช่าถึง 3 เดือน ผู้ให้เช่าจึงบอกเลิกสัญญาเช่า โดยไม่ต้องบอกกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 560 ได้ เพราะความในมาตรา 560 นี้ จะยกมาใช้ได้ต่อเมื่อมิได้มีข้อสัญญาดังกล่าวต่อกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า แม้จำเลยมิได้อ้างตั้งแต่แรก ศาลหยิบยกได้หากปรากฏตามข้อกล่าวอ้างและข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าพิพาท เมื่อปรากฏข้อความในฟ้อง ทำให้เข้าใจได้ว่าจำเลยอยู่ในห้องเช่าพิพาทนี้และตามคำให้การของจำเลย ก็บอกไว้ว่าจำเลยตั้งบ้านเรือนอยู่ในตำบลเขตเทศบาล ดังนี้ ก็พอฟังได้ว่าห้องพิพาทกันนี้อยู่ในเขตเทศบาล และจำเลยยังกล่าวในคำให้การว่า โจทก์ขึ้นค่าเช่ามีเจตนาฝ่าฝืน พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯ จำเลยจึงปฏิเสธ ดังนี้พอฟังได้ว่าจำเลยกล่าวอ้างขอความคุ้มครองจาก พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 967/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสิ้นสุดสัญญาเช่าและการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเมื่อมีการโอนสิทธิในทรัพย์สิน
โจทก์เช่าที่ของราชพัสดุแล้วปลูกห้องพิพาทให้จำเลยเช่าตอนนี้จำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ แต่ต่อมาโจทก์หย่ากับสามี และแบ่งทรัพย์กัน โดยโจทก์ยกห้องพิพาทให้แก่สามีโจทก์ สามีโจทก์ขายห้องนี้ให้กับจำเลย การเช่าระหว่างโจทก์ จำเลยจึงขาดตอนไม่ติดต่อกันอีก จะใช้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ มาบังคับโจทก์ในตอนหลังนี้ย่อมไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 896/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องขับไล่กรณีเช่าช่วง: ฟ้องไม่เคลือบคลุมเมื่อระบุชัดถึงการเช่าช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอม
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า "การที่จำเลยได้เช่าห้องของข้าพเจ้าไปนี้ จำเลยหาได้ทำการค้าด้วยตนเองไม่ ความจริงจำเลยได้ให้ผู้มีชื่อเช่าช่วงไปทำการค้า โดยมิได้รับความยินยอมจากข้าพเจ้า ทั้งเป็นการผิดสัญญาที่จำเลยได้ทำไว้กับข้าพเจ้าอีกด้วย" ดังนี้ ฟ้องโจทก์ชัดอยู่แล้วว่า จำเลยเอาห้องที่เช่าจากโจทก์ทั้งหมดไปให้ผู้อื่นเช่าช่วง ซึ่งก็ตรงตามเรื่องที่โจทก์กล่าวหา จึ่งไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 896/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเช่า กรณีจำเลยเช่าช่วงห้องโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของห้อง
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า 'การที่จำเลยได้เช่าห้องของข้าพเจ้าไปนี้จำเลยหาได้ทำการค้าด้วยตนเองไม่ ความจริงจำเลยได้ให้ผู้มีชื่อเช่าช่วงไปทำการค้า โดยมิได้รับความยินยอมจากข้าพเจ้า ทั้งเป็นการผิดสัญญาที่จำเลยได้ทำไว้กับข้าพเจ้าอีกด้วย' ดังนี้ ฟ้องโจทก์ชัดอยู่แล้วว่า จำเลยเอาห้องที่เช่าจากโจทก์ทั้งหมดไปให้ผู้อื่นเช่าช่วง ซึ่งก็ตรงตามเรื่องที่โจทก์กล่าวหาจึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม