คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
เจตนา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,077 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 688-689/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสั่งพักงานลูกจ้าง – ไม่ถือเป็นการเลิกจ้าง หากมีเจตนาให้โอกาสปรับปรุงตัว
อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า การที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์เป็นการกลั่นแกล้งโจทก์หรือไม่นั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาว่าจำเลยมีอำนาจลงโทษโจทก์ทั้งสองได้ ไม่ปรากฏว่ามีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
จำเลยสั่งพักงานโจทก์ก็เพราะโจทก์กระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งอีกทั้งกำหนดโทษตามข้อบังคับนี้ถึงขั้นให้ออกจากงานแต่จำเลยเพียงสั่งให้พักงานมีกำหนด ระยะเวลาแน่นอนคือ 1เดือน แสดงว่าเมื่อครบกำหนดเวลาพักงานถ้าหากโจทก์ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น จำเลยก็อาจจะจ้างโจทก์ทั้งสองทำงานต่อไปอีก แต่โจทก์กลับนำคดีมาฟ้องเสียก่อนพฤติการณ์เช่นนี้จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46วรรคสอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ องค์ประกอบความผิดฐานมีเครื่องชั่งผิดกฎหมายต้องมีเจตนาใช้เพื่อเอาเปรียบในการค้า คำฟ้องต้องระบุเจตนา
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 และพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2466 มาตรา 31 นั้น การมี เครื่องชั่งที่ผิดอัตราหรือไม่ถูกต้องตามความประสงค์ของกฎหมายไว้ในความครอบครองจะเป็นความผิดก็ต่อเมื่อเป็นการมีไว้เพื่อใช้เอาเปรียบในการค้าหรือในกิจการดังที่กฎหมายระบุไว้เท่านั้น แต่คำฟ้องของโจทก์ในข้อหาฐานนี้โจทก์หาได้บรรยายถึงข้อความดังกล่าวนี้ไม่ ถึงแม้คำฟ้องตอนหลังจะมีข้อความว่า 'จำเลยได้ใช้เครื่องชั่งดังกล่าวนี้ทำการชั่งสินค้าเบ็ดเตล็ดต่างๆ ขายในกิจการค้าอันต่อเนื่องกับผู้อื่นและในพาณิชกิจของจำเลย ฯลฯ 'ก็ตามแต่คำบรรยายฟ้องตอนหลังนี้ก็เป็นการบรรยายถึงความผิดฐานใช้อีกข้อหาหนึ่ง การที่จะพิจารณาว่าคำฟ้องในความผิดฐานใดครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่ต้องพิจารณาเป็นรายกระทงไม่ใช่พิจารณารวมกัน เมื่อคำบรรยายฟ้องในความผิดฐานมีไว้เพื่อใช้ซึ่งเครื่องชั่งที่ผิดกฎหมายขาดองค์ประกอบความผิดดังกล่าวแล้ว คำฟ้องสำหรับความผิดฐานนี้ย่อมไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 55/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสั่งพักงานเกิน 7 วัน ไม่ถือเป็นการเลิกจ้างหากไม่มีเจตนาจะไม่จ้าง หรือกลั่นแกล้ง
จำเลยสั่งพักงานโจทก์ โดยไม่มีเจตนาที่จะไม่จ้างหรือกลั่นแกล้งแต่เพื่อสอบสวนกรณีทุจริต แล้วสั่งให้โจทก์เข้าทำงานต่อไปไม่ถือเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ
คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลแรงงานกลาง ซึ่งโจทก์ มิได้คัดค้านไว้โจทก์อุทธรณ์ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 500/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาออกเช็คชำระหนี้แม้มีเงินไม่พอ การกระทำเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค
ออกเช็คลงวันล่วงหน้าเพื่อชำระหนี้ ถึงกำหนดโจทก์นำเช็คเข้าบัญชี ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เพราะเงินไม่พอจ่ายในวันออกเช็ค เป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4063/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพรากเด็กต้องพิจารณาจากสถานการณ์และการดูแลเด็ก หากเป็นการสงเคราะห์ให้ที่อยู่กิน และไม่มีเจตนาพรากเด็กจากผู้ดูแลย่อมไม่ถือว่าเป็นการพรากเด็ก
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพรากเด็กไปจากบิดามารดาและ จ.ผู้ดูแลโดยไม่มีเหตุอันควร เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าเด็กพลัดมารดา การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการพรากเด็กจากบิดามารดา
ส่วน จ. ผู้ดูแลผู้ไปพบเด็ก มีอาชีพขับขี่รถสามล้อรับจ้าง อาศัยอยู่กับอาในกระท่อมหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดบุตรภริยาอยู่ที่จังหวัดอื่นจ. มิได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือแจ้งให้บิดามารดาของเด็กทราบถึงการที่เด็กอยู่ในความดูแลของตน ทั้งความเป็นอยู่ของ จ.ก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะรับเลี้ยงดูเด็กได้ การที่ จ.พาเด็กมาอยู่ด้วยจึงเป็นทำนองสงเคราะห์ให้ที่อยู่กินเท่านั้น ดังนั้น การที่ จ. มอบเด็กให้แก่จำเลยไป ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยพรากเด็กไปจาก จ. ผู้ดูแล

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3991/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่มีเจตนาครอบครองร่วมและการกระทำตามคำสั่งของนายจ้าง ทำให้ผู้กระทำไม่มีความผิด
จำเลยที่ 2 เพิ่งมาเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 เพียง 2 วันก็ถูกจับกุม จำเลยที่ 2 อายุเพียง 16 ปี เข้ามาเกี่ยวข้องกับไม้ของกลางโดยทำงานตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 และเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ครอบครองไม้ของกลางร่วมกับจำเลยที่ 1 ด้วยจำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3991/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่มีเจตนาครอบครองร่วม: ลูกจ้างใหม่ไม่มีความผิดในความผิดฐานครอบครองไม้ผิดกฎหมาย
จำเลยที่ 2 เพิ่งมาเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 เพียง 2วันก็ถูกจับกุม จำเลยที่ 2 อายุเพียง 16 ปี เข้ามาเกี่ยวข้องกับไม้ของกลางโดยทำงานตามคำสั่งของจำเลยที่ 1และเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ครอบครองไม้ของกลางร่วมกับจำเลยที่ 1 ด้วยจำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3876/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขคำให้การ: เหตุสมควรอนุญาตแก้ไขคำให้การก่อนศาลตัดสินเมื่อมีเหตุผลสำคัญและจำเลยมิได้มีเจตนาออกเช็คผิดกฎหมาย
ชั้นแรกจำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาจำเลยขอถอนคำให้การเดิมขอให้การรับสารภาพโดยทนายความของจำเลยมิได้ฟังการพิจารณาอยู่ด้วย หลังจากนั้น 7 วันจำเลยขอแก้คำให้การใหม่เป็นให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าให้การรับสารภาพเพราะเข้าใจผิด ความจริงจำเลยออกเช็คเป็นประกันหนี้และผู้ทรงเช็คลงวันที่สั่งจ่ายโดยจำเลยไม่ทราบ ดังนี้ หากเป็นไปตามที่จำเลยยกขึ้นกล่าวอ้าง จำเลยก็ไม่มีความผิดทั้งจำเลยขอแก้ไขคำให้การก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา จึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้จำเลยแก้ไขคำให้การได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3585/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายข้าวเปลือก จ่ายเงินล่วงหน้า จำเลยไม่มีข้าวขาย ไม่เป็นฉ้อโกง หากเป็นเพียงการผิดสัญญา
ผู้เสียหายกับจำเลยได้ติดต่อซื้อขายข้าวเปลือกกันมาก่อนหลายปี ผู้เสียหายเคยไปเอาข้าวเปลือกจากจำเลยมาก่อนแล้วชำระเงินในภายหลัง บางครั้งผู้เสียหายก็ให้เงินจำเลยไปก่อนแล้วไปเอาข้าวเปลือกในภายหลัง วันเกิดเหตุจำเลยไปบอกขายข้าวเปลือก 10 เกวียนให้แก่ผู้เสียหาย และขอรับเงินล่วงหน้าไปก่อน ซึ่งผู้เสียหายได้จ่ายเงินล่วงหน้าให้แก่จำเลยไป 20,000 บาท โดยยังไม่ได้ตกลงราคาและจำเลยไม่ได้บอกว่ามีข้าวเปลือกอยู่แล้วพฤติการณ์ระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยเป็นการปฏิบัติต่อกันตามปกติในการซื้อขายข้าวเปลือก แม้ต่อมาจำเลยไม่มีข้าวเปลือกขายให้แก่ผู้เสียหายภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันและไม่อาจคืนเงินที่รับมาให้แก่ผู้เสียหายได้ ก็เป็นเรื่องที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้แก่ผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3585/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายข้าวเปลือกไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง หากเป็นการผิดสัญญาซื้อขาย ไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่แรก
ผู้เสียหายกับจำเลยได้ติดต่อซื้อขายข้าวเปลือกกันมาก่อนหลายปี ผู้เสียหายเคยไปเอาข้าวเปลือกจากจำเลยมาก่อนแล้วชำระเงินในภายหลัง บางครั้งผู้เสียหายก็ให้เงินจำเลยไปก่อนแล้วไปเอาข้าวเปลือกในภายหลัง วันเกิดเหตุจำเลยไปบอกขายข้าวเปลือก 10 เกวียนให้แก่ผู้เสียหาย และขอรับเงินล่วงหน้าไปก่อน ซึ่งผู้เสียหายได้จ่ายเงินล่วงหน้าให้แก่จำเลยไป 20,000 บาท โดยยังไม่ได้ตกลงราคาและจำเลยไม่ได้บอกว่ามีข้าวเปลือกอยู่แล้ว พฤติการณ์ระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยเป็นการปฏิบัติต่อกันตามปกติในการซื้อขายข้าวเปลือก แม้ต่อมาจำเลยไม่มีข้าวเปลือกขายให้แก่ผู้เสียหายภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันและไม่อาจคืนเงินที่รับมาให้แก่ผู้เสียหายได้ ก็เป็นเรื่องที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้แก่ผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง
of 408