พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,266 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 667/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การคุ้มครองสัญญาเช่าตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ เมื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยควบคู่กับที่เก็บสินค้า
ปัญหาโต้เถียงกันว่า สัญญาเช่าจะได้รับความคุ้มครองตามพะราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ หรือไม่นั้น เมื่อตามสัญญาเช่าที่รับกัน ปรากฏว่าเช่าเพื่อเป็นที่ไว้เฉพาะแต่สินค้าเท่านั้น แต่จำเลยยังเถียงอยู่ว่า จำเลยและบริวารได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วยโดยโจทก์รู้เห็นยินยอมมิว่ากล่าวทักท้วงประการใด ซึ่งเป็นประเด็นโต้เถียงกันในข้อเท็จจริง ซึ่งศาลต้องดำเนินการสืบพยานฟังข้อเท็จจริงกันต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 663/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าที่ดินเพื่อค้าขาย ไม่ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ผู้เช่าช่วงก็ไม่อ้างได้
จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินจากโจทก์ไปเพื่อปลูกเป็นอาคารให้ผู้อื่นเช่าทำการค้าขาย เมื่อโจทก์บอกเลิกแล้ว ก็เป็นอันยุตติจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ แต่อย่างใดเลย
เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิที่จะคงเช่าอยู่ต่อไปแล้ว ผู้ที่เช่าจากจำเลยก็ไม่มีทางที่จะอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ มาคุ้มครองหรือใช้ยันแก่โจทก์ได้ เพราะบุคคลเหล่านี้มิใช่เป็นผู้เช่าจากโจทก์.
(อ้างฎีกา 1216/2491)
เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิที่จะคงเช่าอยู่ต่อไปแล้ว ผู้ที่เช่าจากจำเลยก็ไม่มีทางที่จะอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ มาคุ้มครองหรือใช้ยันแก่โจทก์ได้ เพราะบุคคลเหล่านี้มิใช่เป็นผู้เช่าจากโจทก์.
(อ้างฎีกา 1216/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 663/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าเพื่อค้าขายไม่คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ผู้เช่าช่วงไม่มีสิทธิอ้างคุ้มครองกับเจ้าของที่ดิน
จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินจากโจทก์ไปเพื่อปลูกเป็นอาคารให้ผู้อื่นเช่าทำการค้าขาย เมื่อโจทก์บอกเลิกแล้ว ก็เป็นอันยุติจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ แต่อย่างใดเลย
เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิที่จะคงเช่าอยู่ต่อไปแล้วผู้ที่เช่าจากจำเลยก็ไม่มีทางที่จะอ้าง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯมาคุ้มครองหรือใช้ยันแก่โจทก์ได้ เพราะบุคคลเหล่านี้มิใช่เป็นผู้เช่าจากโจทก์ (อ้างฎีกาที่1216/2491)
เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิที่จะคงเช่าอยู่ต่อไปแล้วผู้ที่เช่าจากจำเลยก็ไม่มีทางที่จะอ้าง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯมาคุ้มครองหรือใช้ยันแก่โจทก์ได้ เพราะบุคคลเหล่านี้มิใช่เป็นผู้เช่าจากโจทก์ (อ้างฎีกาที่1216/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สิทธิในสิ่งปลูกสร้างเมื่อสัญญาหมดอายุ ผู้ให้เช่าต้องแจ้งล่วงหน้าและให้เวลาผู้เช่ารื้อถอน
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าโรงเรือนและรั้วสังกะสีซึ่งผู้เช่าปลูกขึ้นเป็นของโจทก์ ซึ่งตามสัญญาเช่าที่ดิน มีความว่า "บรรดารั้ว และโรงเรือนต่าง ๆ ที่ผู้เช่าได้ปลูกสร้างลงในที่ดินของผู้ให้เช่า เมื่อจะครบกำหนดสัญญา 15 ปีแล้ว ผู้ให้เช่าไม่มีความประสงค์จะให้ผู้เช่ากระทำการต่อไปแล้ว ผู้ให้เช่าจะแจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าก่อนกำหนด 15 ปี เป็นเวลา 6 เดือน เมื่อครบ 15 ปีแล้ว ผู้เช่าต้องรื้อถอนขนเอาไปให้หมดสิ้น ภายในเวลา 3 เดือน ถ้าพ้น 3 เดือนไปแล้ว จะต้องตกเป็นของผู้ให้เช่า ผู้เช่าจะรื้อถอนขนเอาไปไม่ได้เป็นอันขาด" สัญญาข้อนี้หมายความว่า ถ้าผู้ให้เช่าประสงค์จะไม่ให้อยู่ เมื่อครบ 15 ปี ผู้ให้เช่าต้องบอกล่วงหน้า 6 เดือน และผู้เช่าต้องรื้อสิ่งปลูกสร้างไปภายใน 3 เดือน (แต่วันครบกำหนดตามสัญญาเช่า) มิฉะนั้นสิ่งปลูกสร้างตกเป็นของผู้ให้เช่า เมื่อผู้ให้เช่ามิได้ปฏิบัติตามข้อสัญญาดังกล่าวแล้ว และเมื่อก่อนถึงกำหนด 3 เดือน ยังซ้ำให้บุคคลภายนอกเช่าแต่ที่ดินในราคาค่าเช่าเท่ากับสัญญาฉะบับก่อนต่อมาอีก โดยไม่ได้ระบุถึงสิ่งปลูกสร้างเลย ดังนั้น โดยข้อความตามสัญญาก็ดี โดยพฤตติการณ์ที่ปฏิบัติก็ดี โจทก์จะถือว่าสิ่งปลูกสร้างรายนี้ตกเป็นของโจทก์ไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าและกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง: ผู้ให้เช่าต้องแจ้งล่วงหน้าและปฏิบัติตามสัญญา
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าโรงเรือนและรั้วสังกะสีซึ่งผู้เช่าปลูกขึ้นเป็นของโจทก์ ซึ่งตามสัญญาเช่าที่ดินมีความว่า 'บรรดารั้ว และโรงเรือนต่างๆที่ผู้เช่าได้ปลูกสร้างลงในที่ดินของผู้ให้เช่าเมื่อจะครบกำหนดสัญญา 15 ปีแล้วผู้ให้เช่าไม่มีความประสงค์จะให้ผู้เช่ากระทำการต่อไปแล้ว ผู้ให้เช่าจะแจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าก่อนกำหนด 15 ปี เป็นเวลา 6 เดือนเมื่อครบ 15 ปีแล้วผู้เช่าต้องรื้อถอนขนเอาไปให้หมดสิ้น ภายในเวลา 3เดือน ถ้าพ้น 3 เดือนไปแล้ว จะต้องตกเป็นของผู้ให้เช่า ผู้เช่าจะรื้อถอนขนเอาไปไม่ได้เป็นอันขาด' สัญญาข้อนี้หมายความว่าถ้าผู้ให้เช่าประสงค์จะไม่ให้อยู่เมื่อครบ 15 ปี ผู้ให้เช่าต้องบอกล่วงหน้า 6 เดือนและผู้เช่าต้องรื้อสิ่งปลูกสร้างไปภายใน 3 เดือน(แต่วันครบกำหนดตามสัญญาเช่า) มิฉะนั้นสิ่งปลูกสร้างตกเป็นของผู้ให้เช่า เมื่อผู้ให้เช่ามิได้ปฏิบัติตามข้อสัญญาดังกล่าวแล้ว และเมื่อก่อนถึงกำหนด 3 เดือน ยังซ้ำให้บุคคลภายนอกเช่าแต่ที่ดินในราคาค่าเช่าเท่ากับสัญญาฉบับก่อนต่อมาอีก โดยไม่ได้ระบุถึงสิ่งปลูกสร้างเลยดังนั้น โดยข้อความตามสัญญาก็ดี โดยพฤติการณ์ที่ปฏิบัติก็ดี โจทก์จะถือว่าสิ่งปลูกสร้างรายนี้ตกเป็นของโจทก์ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประเด็นสำคัญของคดีอยู่ที่การผิดสัญญา ไม่ใช่ประเภทสัญญา (เช่าหรือจ้างทำของ) โดยการนำสืบไม่ขัดแย้งกับฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินให้โจทก์ เพราะจำเลยผิดสัญญาที่โจทก์จ้างจำเลยไปพูดโฆษณาโดยใช้เครื่องวิทยุกระจายเสียงและเครื่องทำไฟฟ้าของจำเลย จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าเครื่องขยายเสียง เครื่องทำไฟฟ้าของจำเลย แล้วผิดสัญญาไม่จัดการนำเครื่องไปเอง ดังนี้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยจะเป็นสัญญาเช่าหรือสัญญาจ้างทำของ ไม่ใช่ข้อสำคัญ ข้อสำคัญในคดีอยู่ที่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ผิดสัญญา
การที่จำเลยค้านว่า ฟ้องของโจทก์กล่าวว่า โจทก์ว่าจ้างจำเลยให้ไปทำการโฆษณาเพื่อหาเสียงในการเลือกตั้ง แต่แล้วนำสืบเป็นเรื่องเช่าเครื่องขยายเสียงจากจำเลยไปโฆษณาด้วยตนเองเป็นการสืบไม่สมฟ้องนั้น แม้ฟ้องของโจทก์ตอนต้นจะกล่าวมีนัยดังจำเลยว่าก็ดี แต่ฟ้องตอนกล่าวถึงรายละเอียด โจทก์ได้บรรยายถึงรายละเอียดเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่าโจทก์จำเลยตกลงกันอย่างไรและจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู่แต่อย่างใดดังนี้ ข้อค้านของจำเลยย่อมฟังไม่ขึ้น.
การที่จำเลยค้านว่า ฟ้องของโจทก์กล่าวว่า โจทก์ว่าจ้างจำเลยให้ไปทำการโฆษณาเพื่อหาเสียงในการเลือกตั้ง แต่แล้วนำสืบเป็นเรื่องเช่าเครื่องขยายเสียงจากจำเลยไปโฆษณาด้วยตนเองเป็นการสืบไม่สมฟ้องนั้น แม้ฟ้องของโจทก์ตอนต้นจะกล่าวมีนัยดังจำเลยว่าก็ดี แต่ฟ้องตอนกล่าวถึงรายละเอียด โจทก์ได้บรรยายถึงรายละเอียดเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่าโจทก์จำเลยตกลงกันอย่างไรและจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู่แต่อย่างใดดังนี้ ข้อค้านของจำเลยย่อมฟังไม่ขึ้น.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าช่วง-บริวาร: สิทธิในการอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
ผู้ร้องได้เช่าเคหะซึ่งจำเลยปลูกในที่ดินซึ่งจำเลยเช่ามาจากโจทก์ โดยไม่ปรากฎว่าโจทก์ยินยอมด้วย ต้องถือว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย ผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้เช่าจากโจทก์ จะอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันยันโจทก์ไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย: การอ้างสิทธิเช่าเพื่ออ้างคุ้มครองค่าเช่าที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ทำให้ฟ้องเคลือบคลุม
ฟ้องบรรยายข้อเท็จจริงตั้งแต่สัญญาเช่าเดิมระหว่างโจทก์กับ ห. ต่อมาถึง จ. และต่อมาจนกระทั่งถึงตัวจำเลย และกล่าวยืนยันว่าจำเลยเข้าอยู่ในที่พิพาทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ แม้จำเลยจะอ้างสิทธิการเช่าของ จ. เพื่อได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ แต่เมื่อ จ. ได้ถึงแก่กรรมแล้ว จำเลยไม่ได้แจ้งความจำนงให้โจทก์ทราบและจำเลยไม่ได้ชำระค่าเช่าให้โจทก์เลย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติคุ้มครองค่าเช่าและในตอนท้ายบรรยายว่า การเช่าตั้งแต่ครั้ง ห. สืบตลอดมาเป็นการเช่าไปเพื่อทำการค้า ไม่ควรได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ อีกด้วยก็ตามก็เป็นการบรรยายยืนยันให้เห็นว่า ถึงอย่างไรจำเลยก็ไม่มีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ และโจทก์มีอำนาจบอกเลิกสัญญาและขับไล่จำเลยได้ ทั้งจำเลยให้การต่อสู้ข้อหาของโจทก์ทุกข้อ จึงไม่เป็นการยากแก่จำเลยที่จะต่อสู้คดี ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าต่ออายุที่ไม่สมบูรณ์: หลีกเลี่ยงการทำสัญญาต่อเจ้าพนักงาน
ทำสัญญาเช่าที่ดินมีกำหนดเวลา 5 ปี ต่อเจ้าพนักงานกรมการอำเภอ หลังจากวันทำสัญญาฉะบับแรกได้ 1 ปี คู่สัญญาได้ตกลงกันทำสัญญาเช่าอีกฉะบับหนึ่ง มีข้อความว่าเมื่อครบกำหนด 5 ปีแล้วผู้ให้เช่ายอมให้ผู้เช่า, เช่าต่อไปอีก 3 ปี สัญญาฉะบับหลังทำกันเองและเขียนไว้หลังสัญญาฉะบับแรก ดังนี้ ถือว่าสัญญาเช่าที่ทำกันใหม่เพื่อขยายเวลาเช่าในสัญญาเดิมออกไป รวมกันเป็น 8 ปีนั้น เป็นการหลีกเลี่ยงการไปทำสัญญาเช่า ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ข้อตกลงกันใหม่ จึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ใช้ไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าต่ออายุที่ไม่สมบูรณ์: หลีกเลี่ยงการทำสัญญาต่อหน้าเจ้าพนักงาน
ทำสัญญาเช่าที่ดินมีกำหนดเวลา 5 ปี ต่อเจ้าพนักงานกรมการอำเภอหลังจากวันทำสัญญาฉบับแรกได้ 1 ปี คู่สัญญาได้ตกลงกันทำสัญญาเช่าอีกฉบับหนึ่ง มีข้อความว่าเมื่อครบกำหนด 5 ปีแล้วผู้ให้เช่ายอมให้ผู้เช่าเช่าต่อไปอีก 3 ปี สัญญาฉบับหลังทำกันเองและเขียนไว้หลังสัญญาฉบับแรกดังนี้ ถือว่าสัญญาเช่าที่ทำกันใหม่เพื่อขยายเวลาเช่าในสัญญาเดิมออกไป รวมกันเป็น 8 ปีนั้น เป็นการหลีกเลี่ยงการไปทำสัญญาเช่า ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ข้อตกลงกันใหม่ จึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ใช้ไม่ได้