พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,266 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1800/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่า - การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน - สัญญาไม่ได้จำกัดวัตถุประสงค์ - การใช้เพื่อการอื่นย่อมไม่ผิดสัญญา
จำเลยทำสัญญาเช่าห้องโจทก์ ในสัญญามิได้ระบุว่าเช่าเพื่อใช้ฉะเพาะเป็นที่อยู่อาศัย แม้จำเลยทำการเจียรนัยพลอยที่ห้องนั้น โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยใช้ห้องเช่าเพื่อการอย่างอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในสัญญามิได้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ แล้วเปลี่ยนแปลงใช้ห้องเช่าเป็นโรงเจียรนัยพลอย ดังนี้ เป็นเรื่องหาว่าใช้ห้องเช่าผิดไปจากสัญญา จึงไม่มีประเด็นถึงเรื่องใช้ห้องผิดประเพณีนิยม หรือทำการดัดแปลงต่อเติมทรัพย์ที่เช่า.
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ แล้วเปลี่ยนแปลงใช้ห้องเช่าเป็นโรงเจียรนัยพลอย ดังนี้ เป็นเรื่องหาว่าใช้ห้องเช่าผิดไปจากสัญญา จึงไม่มีประเด็นถึงเรื่องใช้ห้องผิดประเพณีนิยม หรือทำการดัดแปลงต่อเติมทรัพย์ที่เช่า.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1800/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่า – การใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินเช่า – สัญญาไม่ได้จำกัดวัตถุประสงค์ – การใช้เพื่อเจียรนัยพลอยไม่ถือเป็นการผิดสัญญา
จำเลยทำสัญญาเช่าห้องโจทก์ ในสัญญามิได้ระบุว่าเช่าเพื่อใช้เฉพาะเป็นที่อยู่อาศัย แม้จำเลยทำการเจียรนัยพลอยที่ห้องนั้น โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยใช้ห้องเช่าเพื่อการอย่างอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในสัญญามิได้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ แล้วเปลี่ยนแปลงใช้ห้องเช่าเป็นโรงเจียรนัยพลอย ดังนี้ เป็นเรื่องหาว่าใช้ห้องเช่าผิดไปจากสัญญา จึงไม่มีประเด็นถึงเรื่องใช้ห้องผิดประเพณีนิยม หรือทำการดัดแปลงต่อเติมทรัพย์ที่เช่า
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ แล้วเปลี่ยนแปลงใช้ห้องเช่าเป็นโรงเจียรนัยพลอย ดังนี้ เป็นเรื่องหาว่าใช้ห้องเช่าผิดไปจากสัญญา จึงไม่มีประเด็นถึงเรื่องใช้ห้องผิดประเพณีนิยม หรือทำการดัดแปลงต่อเติมทรัพย์ที่เช่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1784/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การดัดแปลงห้องเช่าและการบอกเลิกสัญญา: การกระทำที่ถือว่า 'เสื่อมเสีย' ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
การบอกเลิกสัญญาเช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันมาตรา 16 ข้อ 4 นั้น หมายถึงในกรณีที่ผู้เช่าทำทรัพย์ที่เช่าให้เป็นไปในทางที่เสื่อมเสีย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1751/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยกข้อต่อสู้ใหม่ในชั้นฎีกาที่ไม่เคยถูกหยิบยกในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
โจทก์ฟ้องว่า ได้ทวงค่าเช่าจากจำเลย แล้วจำเลยไม่ชำระให้ จำเลยต่อสู้ว่าได้ชำระค่าเช่าให้แล้ว ไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ได้ทวงถาม จำเลยจะฎีกาว่าโจทก์ไม่เคยแจ้งเลิกสัญญาเช่า ทั้งที่มิได้ยกข้อนี้ขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์นั้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าไม่มีกำหนดระยะเวลา ผู้ให้เช่าย่อมมีสิทธิบอกเลิกได้ การต่อสู้เรื่องตัวแทนต้องยกขึ้นเป็นประเด็นชัดเจน
สัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาเช่า ผู้ให้เช่าย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 566.
จำเลยให้การว่าการบอกเลิกสัญญาของนายสถิตย์ไม่มีผลตามกฎหมาย เพราะนายสถิตย์ไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลย จำเลยทำสัญญาเช่ากับนายแม้นต่างหาก จำเลยไม่ได้กล่าวให้มีประเด็นไว้ในคำให้การว่า นายสถิตย์ไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์ในการบอกเลิกสัญญา ฉะนั้นเพียงแต่คำให้การของจำเลย จึงยังไม่พอจะชี้ได้ว่าการบอกเลิกสัญญานั้น ไม่มีผลตามกฎหมาย
คดีที่จำเลยขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 เมื่อศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งชี้ขาด จำเลยจะยกขึ้นฎีกาไม่ได้.
(อ้างฎีกาที่ 1/2492.)
จำเลยให้การว่าการบอกเลิกสัญญาของนายสถิตย์ไม่มีผลตามกฎหมาย เพราะนายสถิตย์ไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลย จำเลยทำสัญญาเช่ากับนายแม้นต่างหาก จำเลยไม่ได้กล่าวให้มีประเด็นไว้ในคำให้การว่า นายสถิตย์ไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์ในการบอกเลิกสัญญา ฉะนั้นเพียงแต่คำให้การของจำเลย จึงยังไม่พอจะชี้ได้ว่าการบอกเลิกสัญญานั้น ไม่มีผลตามกฎหมาย
คดีที่จำเลยขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 เมื่อศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งชี้ขาด จำเลยจะยกขึ้นฎีกาไม่ได้.
(อ้างฎีกาที่ 1/2492.)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าไม่มีกำหนดระยะเวลา ผู้ให้เช่าย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ แม้ตัวแทนไม่ใช่คู่สัญญา
สัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาเช่า ผู้ให้เช่าย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 566
จำเลยให้การว่าการบอกเลิกสัญญาของนายสถิตย์ไม่มีผลตามกฎหมายเพราะนายสถิตย์ไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลย จำเลยทำสัญญาเช่ากับนายแม้นต่างหาก จำเลยไม่ได้กล่าวให้มีประเด็นไว้ในคำให้การว่า นายสถิตย์ไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์ในการบอกเลิกสัญญา ฉะนั้นเพียงแต่คำให้การของจำเลย จึงยังไม่พอจะชี้ได้ว่าการบอกเลิกสัญญานั้น ไม่มีผลตามกฎหมาย
คดีที่จำเลยขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 เมื่อศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งชี้ขาด จำเลยจะยกขึ้นฎีกาไม่ได้(อ้างฎีกาที่ 1/2492)
จำเลยให้การว่าการบอกเลิกสัญญาของนายสถิตย์ไม่มีผลตามกฎหมายเพราะนายสถิตย์ไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลย จำเลยทำสัญญาเช่ากับนายแม้นต่างหาก จำเลยไม่ได้กล่าวให้มีประเด็นไว้ในคำให้การว่า นายสถิตย์ไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์ในการบอกเลิกสัญญา ฉะนั้นเพียงแต่คำให้การของจำเลย จึงยังไม่พอจะชี้ได้ว่าการบอกเลิกสัญญานั้น ไม่มีผลตามกฎหมาย
คดีที่จำเลยขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 เมื่อศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งชี้ขาด จำเลยจะยกขึ้นฎีกาไม่ได้(อ้างฎีกาที่ 1/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1623/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าและการบอกเลิกสัญญา: สิทธิของผู้ให้เช่าในการบอกเลิกสัญญาเมื่อผู้เช่าผิดนัดชำระค่าเช่า
ผู้เช่ามีหน้าที่จะต้องนำค่าเช่าไปชำระในสำนักของผู้ให้เช่า
โจทก์ฟ้องในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากหญิงมีสามี เมื่อปรากฎว่าในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์นำมาฟ้องนั้น ทั้งสามีของ จ.และ จ.ได้ลงนามมอบอำนาจให้ป.ฟ้องร้อง และดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลได้ ดังนี้ เป็นการแสดงความยินยอมของสามี ให้ภริยาทำการฟ้องร้อง หรือมอบอำนาจให้ตัวการทำการฟ้องร้องคดีได้
บทบัญญัติมาตรา 560 ป.ม.แพ่งฯนั้น บัญญัติไว้เพื่อเป็นข้อสันนิษฐานเจตนาของคู่สัญญาในเมื่อไม่มีความตกลงกันเป็นอย่างอื่นเท่านั้น หาใช่เป็นบทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามความหมายของมาตรา 113,114 ป.ม.แพ่งฯนั้นไม่
ผู้เช่าได้ทำสัญญาตกลงกับผู้ให้เช่าว่า ถ้าผู้เช่าประพฤตติผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้เช่าตามกฎหมาย ผู้ให้เช่าทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะบอกเลิกเพิกถอนสัญญาเช่าและกลับเข้ายึดถือครอบครองทรัพย์ที่เช่าทันที โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ผู้เช่าทราบก็ได้ ข้อตกลงนี้หาตกเป็นโมฆะไม่
โจทก์ฟ้องในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากหญิงมีสามี เมื่อปรากฎว่าในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์นำมาฟ้องนั้น ทั้งสามีของ จ.และ จ.ได้ลงนามมอบอำนาจให้ป.ฟ้องร้อง และดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลได้ ดังนี้ เป็นการแสดงความยินยอมของสามี ให้ภริยาทำการฟ้องร้อง หรือมอบอำนาจให้ตัวการทำการฟ้องร้องคดีได้
บทบัญญัติมาตรา 560 ป.ม.แพ่งฯนั้น บัญญัติไว้เพื่อเป็นข้อสันนิษฐานเจตนาของคู่สัญญาในเมื่อไม่มีความตกลงกันเป็นอย่างอื่นเท่านั้น หาใช่เป็นบทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามความหมายของมาตรา 113,114 ป.ม.แพ่งฯนั้นไม่
ผู้เช่าได้ทำสัญญาตกลงกับผู้ให้เช่าว่า ถ้าผู้เช่าประพฤตติผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้เช่าตามกฎหมาย ผู้ให้เช่าทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะบอกเลิกเพิกถอนสัญญาเช่าและกลับเข้ายึดถือครอบครองทรัพย์ที่เช่าทันที โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ผู้เช่าทราบก็ได้ ข้อตกลงนี้หาตกเป็นโมฆะไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1623/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าและการชำระค่าเช่า ณ สำนักงานผู้ให้เช่า ข้อตกลงพิเศษมีผลเหนือมาตรา 560
ผู้เช่ามีหน้าที่จะต้องนำค่าเช่าไปชำระในสำนักของผู้ให้เช่า
โจทก์ฟ้องในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากหญิงมีสามี เมื่อปรากฏว่าในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์นำมาฟ้องนั้น ทั้งสามีของจ. และ จ. ได้ลงนามมอบอำนาจให้ ป. ฟ้องร้อง และดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลได้ ดังนี้ เป็นการแสดงความยินยอมของสามี ให้ภริยาทำการฟ้องร้อง หรือมอบอำนาจให้ตัวการทำการฟ้องร้องคดีได้
บทบัญญัติมาตรา 560 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น บัญญัติไว้เพื่อเป็นข้อสันนิษฐานเจตนาของคู่สัญญาในเมื่อไม่มีความตกลงกันเป็นอย่างอื่นเท่านั้น หาใช่เป็นบทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามความหมายของมาตรา 113,114 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นไม่
ผู้เช่าได้ทำสัญญาตกลงกับผู้ให้เช่าว่าถ้าผู้เช่าประพฤติผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้เช่าตามกฎหมายผู้ให้เช่าทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะให้เช่าบอกเลิกเพิกถอนสัญญาเช่าและกลับเข้ายึดถือครอบครองทรัพย์ที่เช่าทันที โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ผู้เช่าทราบก็ได้ข้อตกลงนี้หาตกเป็นโมฆะไม่
โจทก์ฟ้องในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากหญิงมีสามี เมื่อปรากฏว่าในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์นำมาฟ้องนั้น ทั้งสามีของจ. และ จ. ได้ลงนามมอบอำนาจให้ ป. ฟ้องร้อง และดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลได้ ดังนี้ เป็นการแสดงความยินยอมของสามี ให้ภริยาทำการฟ้องร้อง หรือมอบอำนาจให้ตัวการทำการฟ้องร้องคดีได้
บทบัญญัติมาตรา 560 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น บัญญัติไว้เพื่อเป็นข้อสันนิษฐานเจตนาของคู่สัญญาในเมื่อไม่มีความตกลงกันเป็นอย่างอื่นเท่านั้น หาใช่เป็นบทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามความหมายของมาตรา 113,114 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นไม่
ผู้เช่าได้ทำสัญญาตกลงกับผู้ให้เช่าว่าถ้าผู้เช่าประพฤติผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้เช่าตามกฎหมายผู้ให้เช่าทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะให้เช่าบอกเลิกเพิกถอนสัญญาเช่าและกลับเข้ายึดถือครอบครองทรัพย์ที่เช่าทันที โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ผู้เช่าทราบก็ได้ข้อตกลงนี้หาตกเป็นโมฆะไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1530/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงค่าเสียหายในสัญญาเช่า: ศาลยืนตามเจตนาคู่สัญญา
สัญญามีความว่า ถ้าผู้ให้เช่าลงมอบที่ดินและโรงเรือนให้แก่ผู้เช่าไม่ได้ ผู้ให้เช่ายอมใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 1800 บาท ดังนี้แสดงว่าคู่สัญญาแสดงเจตนาให้ถือว่าเงินจำนวน 1800 บาทเป็นค่าเสียหายในเมื่อผู้ให้เช่าผิดสัญญา ศาลจะลดค่าเสียหายลงหาชอบไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1530/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงค่าเสียหายในสัญญาเช่า: ศาลยืนตามข้อตกลงเดิม
สัญญามีความว่า ถ้าผู้ให้เช่าส่งมอบที่ดินและโรงเรือนให้แก่ผู้เช่าไม่ได้ ผู้ให้เช่ายอมใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน1,800 บาท ดังนี้ แสดงว่าคู่สัญญาแสดงเจตนาให้ถือว่าเงินจำนวน 1,800 บาทเป็นค่าเสียหายในเมื่อผู้ให้เช่าผิดสัญญา ศาลจะลดค่าเสียหายลงหาชอบไม่