พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,884 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 989/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผู้ร้องสอดเป็นจำเลยย่อมผูกพันตามคำพิพากษา แม้ไม่ได้ยึดครองที่ดิน ศาลบังคับให้งดเว้นการขัดขวางการส่งมอบที่ดินคืน
ผู้ที่ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยในคดียกข้อต่อสู้พิพาทต่อโจทก์นั้นย่อมถือได้ว่าได้เข้ามามีฐานะเป็นจำเลยตามที่ตนขอ ต่อมาเมื่อคดีถึงที่สุดในชั้นบังคับคดี จะมาอ้างข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ไม่ได้ เพราะเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ เพื่อลบล้างข้อเท็จจริงในคดีที่ถึงที่สุดแล้ว
ในกรณีดังกล่าวแล้ว เมื่อโจทก์ชนะคดีโจทก์ย่อมขอให้ศาลออกคำบังคับเอาแก่ผู้ร้องสอดที่เข้ามาเป็นจำเลยนั้นในประเด็นที่ได้ยกขึ้นพิพาทกับโจทก์ได้ (แม้โจทก์จะมิได้ขอเพิ่มเติมให้บังคับเอาแก่ผู้ร้องสอดหลังจากที่ได้มีการร้องสอดเข้ามาแล้วก็ตาม)
โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินคืนจากจำเลย ผู้ร้องสอดร้องเข้ามาว่าเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่นั้น โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง คดีถึงที่สุดว่าจำเลยต้องคืนที่ให้แก่โจทก์ ศาลย่อมออกคำบังคับผู้ร้องสอดไม่ให้มาเกี่ยวข้องขัดขวางการได้คืนที่ดินของโจทก์ได้
ในกรณีดังกล่าวแล้ว เมื่อโจทก์ชนะคดีโจทก์ย่อมขอให้ศาลออกคำบังคับเอาแก่ผู้ร้องสอดที่เข้ามาเป็นจำเลยนั้นในประเด็นที่ได้ยกขึ้นพิพาทกับโจทก์ได้ (แม้โจทก์จะมิได้ขอเพิ่มเติมให้บังคับเอาแก่ผู้ร้องสอดหลังจากที่ได้มีการร้องสอดเข้ามาแล้วก็ตาม)
โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินคืนจากจำเลย ผู้ร้องสอดร้องเข้ามาว่าเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่นั้น โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง คดีถึงที่สุดว่าจำเลยต้องคืนที่ให้แก่โจทก์ ศาลย่อมออกคำบังคับผู้ร้องสอดไม่ให้มาเกี่ยวข้องขัดขวางการได้คืนที่ดินของโจทก์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 967/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงวันเวลาเกิดเหตุในคำฟ้องและการพิจารณาคดี ส่งผลต่อการต่อสู้คดีของจำเลย
โจทก์ฟ้องว่าเหตุเกิดวันที่ 15 มิ.ย.2499 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง ทางพิจารณาโจทก์นำสืบได้ความว่าเหตุเกิดเวลา 02.00น. ของคืนวันที่ 15 มิ.ย.2499 ซึ่งรุ่งขึ้นเป็นวันที่ 16 มิ.ย.2499 เช่นนี้ จึงเป็นเวลากลางคืนของอีกคืนหนึ่ง คือคืนรุ่งขึ้นจากคืนเกิดเหตุที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจึงต่างกับฟ้องวันเวลาเกิดเหตุเป็นสาระสำคัญของคำฟ้องและการพิจารณา เมื่อจำเลยหลงข้อต่อสู้เกี่ยวกับวันเวลาที่โจทก์กล่าวหาในฟ้อง ก็ต้องยกฟ้องโดยไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงอื่นต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 836/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิฎีกาจำเลย: กรณีศาลอุทธรณ์สั่งให้ไต่สวนใหม่ จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาเพราะเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับศาล
ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนต่อไปใหม่ เช่นนี้ จำเลยจะฎีกาหาได้ไม่ เพราะเป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 836/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการฎีกาจำกัดเฉพาะคู่ความ คดีระหว่างโจทก์กับศาล จำเลยไม่มีสิทธิฎีกา
ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนต่อไปใหม่ เช่นนี้ จำเลยจะฎีกาหาได้ไม่ เพราะเป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 822/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยเลือกปฏิบัติตามคำพิพากษาลำดับหลังไม่ได้ หากยังสามารถปฏิบัติตามลำดับแรกได้โดยโจทก์ไม่ยินยอม
เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยโอนทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ หรือมิฉะนั้นให้จำเลยใช้เงินพร้อมด้วยดอกเบี้ย (คือราคาทรัพย์พิพาท) แก่โจทก์ เช่นนี้ จำเลยจะเลือกปฏิบัติตามคำพิพากษาลำดับหลังในเมื่อจำเลยยังสามารถปฏิบัติตามลำดับแรก โดยโจทก์ไม่ยินยอมด้วยนั้น ไม่ได้
(อ้างฎีกาที่ 1486/2493 และ 1346/2494)
(อ้างฎีกาที่ 1486/2493 และ 1346/2494)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 822/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยเลือกปฏิบัติตามคำพิพากษาลำดับหลังไม่ได้ หากยังสามารถปฏิบัติตามลำดับแรกได้โดยโจทก์ไม่ยินยอม
เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยโอนทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์หรือมิฉะนั้นให้จำเลยใช้เงินพร้อมด้วยดอกเบี้ย(คือราคาทรัพย์พิพาท)แก่โจทก์ เช่นนี้ จำเลยจะเลือกปฏิบัติตามคำพิพากษาลำดับหลังในเมื่อจำเลยยังสามารถปฏิบัติตามลำดับแรก โดยโจทก์ไม่ยินยอมด้วยนั้น ไม่ได้ (อ้างฎีกาที่1486/2493 และ 1346/2494)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญเหนือสิทธิการสับสร้างเดิม แม้โจทก์เคยยื่นยกกรรมสิทธิ์ให้จำเลย
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้โก่นสร้างที่พิพาทแล้วครอบครองเป็นเจ้าของมาแต่แรกแต่ปรากฎตามคำพยานโจทก์เองว่าเมื่อ พ.ศ.2492 โจทก์ยื่นคำร้องยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่บุคคลที่สาม จำเลยคัดค้านว่าที่ดินนั้นเป็นของจำเลยสับสร้างมา อำเภอจึงไม่ทำการโอนให้และโจทก์หาได้เรียกคืนการครอบครองจากจำเลยและต่อมาโจทก์กลับไปอาศัยจำเลยอยู่อีก ที่พิพาทเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญ จำเลยย่อมได้สิทธิโดยการครอบครอง โจทก์ฟ้องขับไล่ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงโทษกักกันหลังคำพิพากษาถึงที่สุด โดยอาศัยกฎหมายที่บัญญัติขึ้นใหม่ที่เป็นคุณแก่จำเลย
การที่จะรื้อฟื้นเอาคำพิพากษาในคดีอาญาถึงที่สุดแล้วมาเปลี่ยนแปลงได้ จะต้องอาศัยอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง และมาตรา 3
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 12 ถึง 16 ได้บัญญัติเรื่องวิธีการเพื่อความปลอดภัยไว้และได้มี มาตรา41 บัญญัติถึงเงื่อนไขในการที่จะกักกันไว้ด้วยซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงไปจากที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติกักกันฯ พ.ศ.2479 มาตรา8,9. ต้องนำบทบัญญัติ มาตรา 41 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ที่บัญญัติภายหลังเป็นคุณแก่จำเลยมาใช้บังคับ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 12 ถึง 16 ได้บัญญัติเรื่องวิธีการเพื่อความปลอดภัยไว้และได้มี มาตรา41 บัญญัติถึงเงื่อนไขในการที่จะกักกันไว้ด้วยซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงไปจากที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติกักกันฯ พ.ศ.2479 มาตรา8,9. ต้องนำบทบัญญัติ มาตรา 41 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ที่บัญญัติภายหลังเป็นคุณแก่จำเลยมาใช้บังคับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงฐานะโจทก์จากผู้มีสิทธิเช่าเป็นผู้ไม่มีสิทธิ ทำให้การบังคับคดีขับไล่จำเลยต้องงดไว้ จนกว่ากรมธนารักษ์จะทำสัญญาเช่ากับจำเลยโดยตรง
ศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลย รื้อเรือนออกจากที่ดินที่จำเลยเช่าจากโจทก์ ต่อมาปรากฏว่า ศาลพิพากษาคดีระหว่างโจทก์กับเจ้าของที่ดิน ว่าโจทก์หมดสิทธิตามสัญญาที่โจทก์เช่าที่นั้นจากเจ้าของ และได้ความต่อไปว่า เจ้าของตกลงให้จำเลยเช่า ดังนี้ ฐานะในคดีของโจทก์เปลี่ยนเป็นว่าโจทก์ไม่มีมูลที่จะใช้ที่ดินนี้ต่อไป และจำเลยอาจคงอยู่ในที่ดินนี้ โดยอาศัยสิทธิโดยตรงจากเจ้าของ จึงควรรอการบังคับคดีไว้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิด พ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัดเกิดจากเครื่องชั่งชำรุดจากการใช้งาน มิใช่ความผิดจำเลย
มาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2466 ซึ่งถือว่าผู้ใดผู้หนึ่ง ในกิจการต่อเนื่องกับผู้อื่นหรือในพาณิชยกิจใด ๆ กระทำการชั่งตวงวัดโดยใช้เครื่องชั่งเครื่องตวง เครื่องวัด หรือสิ่งใดซึ่งไม่ถูกต้องตามความประสงค์ทุกประการของ พ.ร.บ.นี้ หรือผู้ใดผู้หนึ่งมีเครื่องชั่ง เครื่องตวงเครื่องวัดดังที่กล่าวมานั้นไว้ในความปกครองของตน เพื่อใช้ในกิจการต่อเนื่องกับผู้อื่นหรือในพาณิชยกิจใด ๆ มีความผิดนั้น หากตามข้อเท็จจริงปรากฎว่า ความผิดพลาดเกิดในตัวเครื่องชั่งเองเนื่องจากใช้มานาน เพียงเท่านี้ไม่ทำให้จำเลยผู้มีเครื่องชั่งนั้นกลับมีความผิดขึ้นมาตามมาตรานี้