พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,884 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 536/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการฟ้องร้อง: การแบ่งแยกที่ดินเป็นเรื่องภายในของผู้ฟ้อง ไม่เกี่ยวข้องกับจำเลย
สิทธิการฟ้องร้อง
โจทก์ต้องการจะแบ่งแยกที่ดินส่วนหนึ่งซึ่งศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดว่าเป็นของจำเลย ออกไปเสียจากโฉนดของโจทก์ ก็เป็นเรื่องของโจทก์เองไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับจำเลย คดีของโจทก์ยังไม่มีการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ระหว่างโจทก์จำเลย โจทก์ยังไม่มีสิทธิที่จะมาฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง ม.55.
โจทก์ต้องการจะแบ่งแยกที่ดินส่วนหนึ่งซึ่งศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดว่าเป็นของจำเลย ออกไปเสียจากโฉนดของโจทก์ ก็เป็นเรื่องของโจทก์เองไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับจำเลย คดีของโจทก์ยังไม่มีการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ระหว่างโจทก์จำเลย โจทก์ยังไม่มีสิทธิที่จะมาฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง ม.55.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 219/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องจำเลยที่เป็นบริษัทจำกัด โดยไม่ฟ้องกรรมการผู้จัดการเป็นการส่วนตัว ทำให้กรรมการผู้จัดการไม่ต้องรับผิด
ฟ้องคดีอาญาที่ฟ้องบริษัทจำกัดเป็นจำเลยนั้นเมื่อไม่ได้ฟ้องกรรมการผู้จัดการเป็นส่วนตัวด้วยแล้วกรรมการผู้จัดการไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1994-1995/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขโทษที่ศาลอุทธรณ์ และการลงโทษจำเลยเกินขอบเขตฟ้อง
ศาลชั้นต้นลงโทษตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 251,59จำคุก 10 ปี ศาลอุทธรณ์ก็คงลงโทษตาม มาตรา 251,59 ดุจกัน แต่ให้จำคุก 4 ปี เช่นนี้เป็นกรณีแก้ไขน้อย ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
โจทก์บรรยายฟ้องหาว่าจำเลยหลายคนกระทำผิดฐานวิวาททำให้คนตายตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 253 เท่านั้นจะลงโทษจำเลยคนที่ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายในคดีนี้ในฐานฆ่าคนตายตาม มาตรา 251 ไม่ได้ แม้จะฟังได้ว่าผู้ตายได้ตายเพราะบาดแผลที่ถูกจำเลยคนนั้นทำร้ายก็ตาม
ศาลชั้นต้นไม่ลงโทษจำเลยที่ 3 และโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จะลงโทษจำเลยที่ 3 ไม่ได้
โจทก์บรรยายฟ้องหาว่าจำเลยหลายคนกระทำผิดฐานวิวาททำให้คนตายตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 253 เท่านั้นจะลงโทษจำเลยคนที่ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายในคดีนี้ในฐานฆ่าคนตายตาม มาตรา 251 ไม่ได้ แม้จะฟังได้ว่าผู้ตายได้ตายเพราะบาดแผลที่ถูกจำเลยคนนั้นทำร้ายก็ตาม
ศาลชั้นต้นไม่ลงโทษจำเลยที่ 3 และโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จะลงโทษจำเลยที่ 3 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1968/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยมีหน้าที่นำสืบเมื่อต่อสู้ว่าถูกหลอกลวงให้ลงลายมือชื่อในสัญญา
ตามฟ้องและคำให้การฟังได้ว่าจำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินให้แก่โจทก์ไว้จริง เมื่อจำเลยต่อสู้ว่าโจทก์เจตนาลวง จำเลยให้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินซึ่งจำเลยไม่ได้กู้เช่นนี้ จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนตามคำกล่าวแก้ .
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1968/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยอ้างถูกหลอกให้ลงนามในสัญญากู้เงิน มีหน้าที่นำสืบก่อน
ตามฟ้องและคำให้การ ฟังได้ว่าจำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินให้แก่โจทก์ไว้จริง เมื่อจำเลยต่อสู้ว่าโจทก์เจตนาลวงจำเลยให้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินซึ่งจำเลยไม่ได้กู้ เช่นนี้ จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนตามคำกล่าวแก้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1966/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหักเงินค่านายหน้าจากผู้ขายฝากแล้วไม่ส่งมอบให้โจทก์ ไม่เข้าข่ายความผิดฐานยักยอก เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง
โจทก์เป็นนายหน้าขายฝากให้แก่จำเลย ผู้ขายฝากตกลงให้ค่านายหน้าแก่โจทก์ โจทก์ตกลงมอบให้จำเลยรับแทน
เมื่อวันทำสัญญาขายฝากจำเลยจ่ายเงินให้ผู้ขายฝากไม่ครบโดยหักค่านายหน้าไว้ กรณีดังกล่าวนี้ ระหว่างจำเลยกับผู้ขายฝากก็เป็นเรื่องจำเลยยังชำระหนี้ไม่ครบ ระหว่างจำเลยกับโจทก์ก็เป็นเรื่องหักเงินค่านายหน้าจากผู้ขายฝากไว้แล้วไม่ส่งมอบให้แก่โจทก์ตามที่ตกลงกันไว้ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งทั้งสิ้น ไม่มีกรรมอันใดที่ประกอบให้เป็นองค์ความผิดในทางอาญาฐานยักยอกได้เลย
เมื่อวันทำสัญญาขายฝากจำเลยจ่ายเงินให้ผู้ขายฝากไม่ครบโดยหักค่านายหน้าไว้ กรณีดังกล่าวนี้ ระหว่างจำเลยกับผู้ขายฝากก็เป็นเรื่องจำเลยยังชำระหนี้ไม่ครบ ระหว่างจำเลยกับโจทก์ก็เป็นเรื่องหักเงินค่านายหน้าจากผู้ขายฝากไว้แล้วไม่ส่งมอบให้แก่โจทก์ตามที่ตกลงกันไว้ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งทั้งสิ้น ไม่มีกรรมอันใดที่ประกอบให้เป็นองค์ความผิดในทางอาญาฐานยักยอกได้เลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1881-1885/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขโทษจำคุกเป็นรอการลงโทษ และการขยายผลประโยชน์ทางโทษแก่จำเลยอื่น แม้ไม่ได้ฎีกา
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยได้ทำผิดจริง ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์ให้รอการลงโทษไว้ ถือว่าเป็นการแก้มาก โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 218
จำเลยที่ 5 ได้สมคบกับจำเลยอีก 4 คนกระทำความผิดอันเป็นเหตุในลักษณะคดีตามประมวล ก.ม.อาญา มาตรา89 โทษที่ศาลอุทธรณ์วางแก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นโทษเบากว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนด แม้จำเลยที่ 5 จะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้โทษจำเลยที่ 5 ได้ตาม ป.วิ. อาญา มาตรา 213 เพราะเป็นคุณแก่จำเลย.
จำเลยที่ 5 ได้สมคบกับจำเลยอีก 4 คนกระทำความผิดอันเป็นเหตุในลักษณะคดีตามประมวล ก.ม.อาญา มาตรา89 โทษที่ศาลอุทธรณ์วางแก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นโทษเบากว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนด แม้จำเลยที่ 5 จะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้โทษจำเลยที่ 5 ได้ตาม ป.วิ. อาญา มาตรา 213 เพราะเป็นคุณแก่จำเลย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1881-1885/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้โทษจำคุกเป็นรอการลงโทษ และอำนาจศาลฎีกาในการแก้โทษจำเลยที่ไม่ฎีกา
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยได้ทำผิดจริง ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์ให้รอการลงโทษไว้ ถือว่าเป็นการแก้มากโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
จำเลยที่ 5 ได้สมคบกับจำเลยอีก 4 คนกระทำความผิดอันเป็นเหตุในลักษณะคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 89 โทษที่ศาลอุทธรณ์วางแก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นโทษเบากว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนด แม้จำเลยที่ 5 จะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้โทษจำเลยที่ 5 ได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 เพราะเป็นคุณแก่จำเลย
จำเลยที่ 5 ได้สมคบกับจำเลยอีก 4 คนกระทำความผิดอันเป็นเหตุในลักษณะคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 89 โทษที่ศาลอุทธรณ์วางแก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นโทษเบากว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนด แม้จำเลยที่ 5 จะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้โทษจำเลยที่ 5 ได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 เพราะเป็นคุณแก่จำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1608/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจตัวแทนจำกัด & การปฏิเสธความรับผิดของจำเลย: แม้ตัวแทนเกินอำนาจ แต่จำเลยยังต้องรับผิดในตั๋วแลกเงิน
เพียงแต่ตัวแทนไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดอำนาจของตัวการบางอย่างจำเลยจะอ้างมาปฏิเสธความรับผิดของตน(ในคดีนี้)ไม่ได้
โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นบริษัทจำกัด แต่ตามสำนวนไม่ปรากฏหลักฐานการเป็นบริษัทจำกัดที่ชอบด้วยกฎหมาย และตามคำให้การจำเลยมิได้ต่อสู้ในข้อนี้ไว้ ดังนี้จึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องแสดงหลักฐานการเป็นบริษัทจำกัดของโจทก์
โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นบริษัทจำกัด แต่ตามสำนวนไม่ปรากฏหลักฐานการเป็นบริษัทจำกัดที่ชอบด้วยกฎหมาย และตามคำให้การจำเลยมิได้ต่อสู้ในข้อนี้ไว้ ดังนี้จึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องแสดงหลักฐานการเป็นบริษัทจำกัดของโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1524/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษผู้กระทำผิดซ้ำ และหลักการใช้กฎหมายที่เป็นคุณต่อจำเลย
ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิ่มโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 72 เพราะจำเลยเคยต้องโทษปรับฐานมีอาวุธปืนไม่รับอนุญาตมาแล้ว ไม่เข็ดหลาบนั้น บัดนี้ ได้มีประมวลกฎหมายอาญา มง 92 บัญญัติให้เพิ่มโทษผู้กระทำผิดอีกเฉพาะผู้ที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมาแล้ว ศาลต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 3 จะเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้.