คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
เจตนา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,077 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การส่งสำเนาฟ้องและค่าธรรมเนียม: ศาลไม่ถือว่าทิ้งฟ้องหากมีการดำเนินการบางส่วนและแสดงเจตนาที่จะชำระ
โจทก์ขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา ถึงวันนัดไต่สวน โจทก์แถลงว่าไม่ติดใจฟ้องคดีอย่างคนอนาถาต่อไป ขอนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 15 วัน ศาลงดการไต่สวนและสั่งรับฟ้องโจทก์ หมายส่งสำเนาฟ้องให้จำเลย หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 15 วันถ้าไม่แถลงให้ถือว่าทิ้งฟ้อง และให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 15 วันตามขอ
ปรากฏว่าโจทก์ได้ส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยในชั้นไต่สวนคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องส่งสำเนาฟ้องให้จำเลยอีกเมื่อศาลสั่งรับฟ้องทั้งเมื่อสั่งรับฟ้องแล้วศาลก็ไม่ได้ออกหมายเรียกให้จำเลยแก้คดีจึงไม่มีหมายเรียกที่จะให้โจทก์นำส่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(1) การที่โจทก์ไม่จัดการนำส่งสำเนาฟ้องภายในกำหนด จะถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องไม่ได้
ส่วนเรื่องโจทก์ไม่วางเงินค่าธรรมเนียมภายในกำหนด ก็ฟังได้ว่าโจทก์ได้มอบให้ ต. มายื่นคำร้องขอเลื่อนการวางเงินแล้ว แสดงว่าโจทก์ไม่มีเจตนาทิ้งฟ้อง และต่อมาภายหลังโจทก์ก็ได้จัดการวางเงินค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้วตามที่ศาลสั่งจึงไม่มีเหตุที่จะจำหน่ายคดีเพราะไม่วางเงินค่าธรรมเนียมอีก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1021/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาการออกเช็คสำคัญกว่าลายเซ็นและเงินในบัญชี ไม่ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. เช็ค หากไม่มีเจตนาชำระหนี้
เมื่อโจทก์จำเลยมิได้มีเจตนาให้เช็คพิพาทเป็นการชำระหนี้ การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 แม้จะปรากฏว่าจำเลยมีเงินเหลือในบัญชีไม่พอจ่าย และจำเลยเซ็นชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทไม่ให้เหมือนลายเซ็นตัวอย่าง ก็หาทำให้การกระทำของจำเลยกลับเป็นความผิดไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1021/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาในการใช้เช็คเป็นสำคัญ แม้เซ็นชื่อไม่ตรงและเงินไม่พอจ่าย ไม่ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค หากไม่มีเจตนาชำระหนี้
เมื่อโจทก์จำเลยมิได้มีเจตนาให้เช็คพิพาทเป็นการชำระหนี้ การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497แม้จะปรากฏว่าจำเลยมีเงินเหลือในบัญชีไม่พอจ่าย และและจำเลยเซ็นชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทไม่ให้เหมือนลายเซ็นตัวอย่าง ก็หาทำให้การกระทำของจำเลยกลับเป็นความผิดไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920/2521

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เจตนาปฏิบัติตามกฎหมายเป็นเหตุบรรเทาโทษได้
จำเลยนำอาวุธปืนไปขอรับอนุญาตตาม พระราชบัญญัติอาวุธปืนฉบับที่ 6 พ.ศ.2518 เจ้าพนักงานรับเรื่องไว้ และมอบปืนให้จำเลยรักษาไว้เป็นการทำแทนนายทะเบียน ไม่มีความผิดฐานมีอาวุธปืนศาลพิพากษาลงโทษปรับและให้ริบปืน จำเลยอุทธรณ์เฉพาะข้อริบปืน ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยไม่มีความผิด จึงไม่ริบปืนได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 861/2521 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดของบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ต่อบทความหมิ่นประมาท การตีความเจตนา และขอบเขตความรับผิดตาม พ.ร.บ.การพิมพ์
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคแรก บัญญัติว่า "เมื่อมีความผิดนอกจากที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัตินี้เกิดขึ้นด้วยการโฆษณาสิ่งพิมพ์ นอกจากหนังสือพิมพ์ ผู้ประพันธ์ ซึ่งตั้งใจให้โฆษณาบทประพันธ์นั้นต้องรับผิดเป็นตัวการ ถ้าผู้ประพันธ์ไม่ต้องรับผิดหรือไม่ได้ตัวผู้ประพันธ์ ก็ให้ลงโทษแก่ผู้พิมพ์เป็นตัวการ" วรรค 2 บัญญัติว่า "ในกรณีแห่งหนังสือพิมพ์ ผู้ประพันธ์ และบรรณาธิการ ต้องรับผิดเป็นตัวการ และถ้าไม่ได้ตัวผู้ประพันธ์ ก็ให้เอาโทษแก่ผู้พิมพ์เป็นตัวการด้วย" เมื่อจำเลยซึ่งเป็นบรรณาธิการ ผู้พิมพ์และผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ ซึ่งลงบทความตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยจึงต้องรับผิดเป็นตัวการตามวรรค 2
พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 เป็นกฎหมายพิเศษ ในมาตรา 4 ได้บัญญัติให้บรรณาธิการเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำ ตรวจแก้ คัดเลือก หรือควบคุมบทประพันธ์ หรือสิ่งอื่นในหนังสือพิมพ์ ทั้งนี้เพื่อมิให้มีการพิมพ์บทประพันธ์หรือสิ่งอื่นในหนังสือพิมพ์อันเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย หากบทประพันธ์หรือสิ่งอื่นที่พิมพ์ในหนังสือพิมพ์เป็นความผิดตามมาตรา 48 จึงบัญญัติให้บรรณาธิการต้องรับผิดเป็นตัวการ ดังนั้น จำเลยจะได้สมคบร่วมรู้กับ ส.หรือไม่ จึงไม่ใช่ข้อแก้ตัว เพราะถ้าจำเลยสมคบร่วมรู้กับ ส. ในการลงบทความ จำเลยก็เป็นตัวการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ถ้าจะให้จำเลยสมคบร่วมรู้กับ ส.แล้ว จึงจะเป็นความผิด ก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 จะบัญญัติมาตรา 48 ขึ้นมา และที่ไม่ได้บัญญัติโทษไว้ก็เพราะความผิดที่เกิดขึ้นมีบทกำหนดโทษอยู่แล้ว ดังเช่นคดีนี้ บทความของ ส.ซึ่งจำเลยลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ตามที่โจทก์ฟ้อง เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำเลยต้องรับผิดเป็นตัวการตาม พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรค 2 และต้องได้รับโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
การวินิจฉัยว่าบทความของ ส.ตามฟ้องจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท และดูหมิ่นพระมหากษัตริย์และพระราชินีหรือไม่นั้น เป็นการวินิจฉัยลักษณะของการกระทำว่าผิดกฎหมายหรือไม่ มิใช่วินิจฉัยผลแห่งการกระทำ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลพิจารณาบทความแล้ววินิจฉัยได้เอง หรือจะเอาพยานโจทก์จำเลยมาประกอบวินิจฉัยด้วยก็ได้ จึงไม่ผิดกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2521

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการแบ่งมรดกของผู้ที่ออกจากที่ดิน: การครอบครองแทนและเจตนาไม่ครอบครอง
โจทก์จำเลยแบ่งมรดกที่ดินของบิดามารดาแล้วครอบครองร่วมกันมา โจทก์ออกจากที่ดินไปอยู่ลาว ถือว่าจำเลยครอบครองแทนโจทก์ต่อมาเมื่อไม่ได้แสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะการครอบครอง โจทก์ฟ้องแบ่งที่ดินได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744/2521

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เครื่องพิมพ์ปลอมเงินตรา แม้ไม่สมบูรณ์ แต่มีเจตนาและสามารถใช้ได้จริง ถือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 246
มีเครื่องพิมพ์ที่เจตนาใช้พิมพ์ธนบัตรปลอม แม้ขาดอุปกรณ์แต่ถ้ามีอุปกรณ์ประกอบเข้าก็ใช้พิมพ์ธนบัตรปลอมได้ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 246
เส้นสีแดงที่กระดาษของกลางต่างกับธนบัตรของแท้ เป็นเรื่องของขีดความสามารถที่จะทำปลอมไม่จำต้องถึงกับเหมือนของแท้จนไม่รู้ว่าปลอมหรือแท้
จำเลยให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่คดีอยู่บ้าง และเคยช่วยเหลือราชการจนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ศาลลดโทษตาม มาตรา 78
โจทก์ส่งบันทึกภาษาจีนพร้อมด้วยคำแปลต่อศาลในวันที่สืบผู้แปลเพื่อยืนยันคำแปล ไม่ใช่ส่งในฐานะที่พยานเป็นผู้ชำนาญการพิเศษแสดงความเห็น ไม่ใช่กรณีตาม มาตรา 243 ที่ต้องส่งสำเนาเอกสารก่อน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2521 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาพินัยกรรม: ทรัพย์สินที่ระบุเฉพาะเจาะจงกับทรัพย์สินอื่นที่ไม่ระบุ มีการตกทอดตามกฎหมายมรดกแตกต่างกัน
ข.และ น. เจ้ามรดกร่วมกันทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกของตนให้แก่มูลนิธิ "ขุนและนางนิกรนรารักษ์" (โดยได้ระบุทรัพย์มรดกไว้โดยเฉพาะหลายอย่าง) ทั้งได้ระบุไว้ในพินัยกรรมด้วยว่า "ทรัพย์สินอื่น ๆ ของข้าพเจ้านอกจากที่ระบุไว้ข้างต้น ถ้าผู้ทำพินัยกรรมคนใดคนหนึ่งวายชนม์ลง ให้ตกเป็นของผู้ทำพินัยกรรมคนที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ผู้เดียว ผู้อื่นจะเกี่ยวข้องมิได้เป็นอันขาด" เช่นนี้เห็นได้ว่าทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ระบุยกให้แก่มูลนิธิ ถ้าผู้ทำพินัยกรรมคนใดคนหนึ่งวายชนม์ลงให้ตำเป็นของผู้ทำพินัยกรรมคนที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ผู้เดียว เมื่อ ข.ตายไปก่อน น. ทรัพย์สินที่มิได้ระบุไว้จึงตกได้แก่ น. เมื่อ น.ตายโโยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ก็ตกได้แก่ทายาทโดยธรรมของ น.โจทก์และบุคคลอื่นที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการจัดการทรัพย์มรดกของมูลนิธิตามพินัยกรรมจึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของ น. ส่วนที่มิได้ทำพินัยกรรมไว้ และไม่มีสิทธิขอเพิกถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกดังกล่าวของ น.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2521

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พินัยกรรมยกทรัพย์สินเฉพาะส่วน เจตนาผู้ทำพินัยกรรม ทรัพย์สินตกทายาทโดยธรรม
ข. และ น. เจ้ามรดกร่วมกันทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกของตนให้แก่มูลนิธิ"ขุนและนางนิกรนรารักษ์"(โดยได้ระบุทรัพย์มรดกไว้โดยเฉพาะหลายอย่าง) ทั้งได้ระบุไว้ในพินัยกรรมด้วยว่า "ทรัพย์สินอื่น ๆ ของข้าพเจ้านอกจากที่ระบุไว้ข้างต้น ถ้าผู้ทำพินัยกรรมคนใดคนหนึ่งวายชนม์ลง ให้ตกเป็นของผู้ทำพินัยกรรมคนที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ผู้เดียวผู้อื่นจะเกี่ยวข้องมิได้เป็นอันขาด" เช่นนี้เห็นได้ว่าทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ระบุยกให้แก่มูลนิธิถ้าผู้ทำพินัยกรรมคนใดคนหนึ่งวายชนม์ลงให้ตกเป็นของผู้ทำพินัยกรรมคนที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ผู้เดียว เมื่อ ข. ตายไปก่อน น. ทรัพย์สินที่มิได้ระบุไว้จึงตกได้แก่ น. เมื่อ น. ตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ก็ตกได้แก่ทายาทโดยธรรมของ น. โจทก์และบุคคลอื่นที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการจัดการทรัพย์มรดกของมูลนิธิตามพินัยกรรมจึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของ น. ส่วนที่มิได้ทำพินัยกรรมไว้และไม่มีสิทธิขอเพิกถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกดังกล่าวของ น.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2521

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาจดทะเบียนภารจำยอมผิดพลาด: ศาลพิพากษายืนตามเจตนาเดิมของคู่กรณี แม้การจดทะเบียนไม่ตรงตามความจริง
โจทก์จำเลยมีเจตนาจดทะเบียนช่องทางเดินผ่านที่ดินภารยทรัพย์ด้านเหนือมาแต่แรก บันทึกและรูปจำลองของเจ้าพนักงานที่ดินผิดจากเจตนาแท้จริงของคู่กรณี เป็นสารสำคัญของนิติกรรม ศาลพิพากษาให้จดทะเบียนภารจำยอมใหม่ให้ตรงตามเจตนาที่เป็นจริง
of 408