พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,077 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2041/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ร่วมกันทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย เจตนาและบทบาทในการกระทำผิดเป็นสำคัญ
ก่อนเกิดเหตุมีคนทุบคอกม้าแข่งของ ช. จนม้าตื่นและคอกม้าพัง เมื่อมีข่าวว่าผู้ตายเป็นคนทุบคอกม้า ล.กับพวกประมาณ 20-30 คนมีปืน มีด ไม้ เป็นอาวุธตามหาผู้ตาย เมื่อพบกัน ล. ได้สอบถามเรื่องทุบคอกม้าแต่ผู้ตายปฏิเสธ ล. กับพวกซึ่งรวมทั้ง ป., ศ. และจำเลยทั้งสองได้เข้าล้อมผู้ตายไว้ และเกิดโต้เถียงกันขึ้นในในที่สุดก็เกิดชุลมุนทำร้ายกัน โดย ศ.ใช้ไม้กลมเท่าแขนยาวราวศอกเศษตีศรีษะผู้ตาย ป. ใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ 1 ถือไม้คุมเชิงอยู่ในที่เกิดเหตุและจำเลยที่ 2 ได้ชกผู้ตาย 2 ที แม้ผู้ตายจะตายเพราะแผลที่ถูกแทงและถูกตีศรีษะ ก็ต้องถือว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายด้วย เพราะจำเลยทั้งสองเป็นพวกของ ล. ไปตามหาเอาเรื่องกับฝ่ายผู้ตายส่อเจตนาว่าร่วมกันมาตั้งแต่ต้น และจำเลยทั้งสองต่างก็ได้ร่วมลงมือในการกระทำผิดด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2025/2521 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาคุมตัวผู้เสียหายเพื่อประกันตัวในการปล้นทรัพย์ ไม่ถือเป็นความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง
ในการปล้นทรัพย์จำเลยกับพวกได้คุมตัวผู้เสียหาย และบุคคลอื่นที่พบระหว่างทางให้ไปกับจำเลยด้วยพอมืดแล้วก็ปล่อยตัวกลับหมด เช่นนี้ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยเจตนาเพียงคุมตัวผู้เสียหายกับพวกไปเป็นประกันเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์ไป และเพื่อให้พ้นจากการจับกุมเท่านั้นอันเป็นองค์ประกอบของความผิดฐานปล้นทรัพย์นั่นเอง การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามมาตรา 309, 310, อีกกรรมหนึ่งต่างหาก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2025/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปล้นทรัพย์และการพิจารณาความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง: เจตนาคุมตัวเป็นประกันไม่ใช่ความผิดฐานกักขัง
ในการปล้นทรัพย์จำเลยกับพวกได้คุมตัวผู้เสียหายและบุคคลอื่นที่พบระหว่างทางให้ไปกับจำเลยด้วย พอมืดแล้วก็ปล่อยตัวกลับหมด เช่นนี้ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยเจตนาเพียงคุมตัวผู้เสียหายกับพวกไปเป็นประกัน เพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์ไป และเพื่อให้พ้นจากการจับกุมเท่านั้น อันเป็นองค์ประกอบของความผิดฐานปล้นทรัพย์นั่นเอง การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ตามมาตรา 309,310 อีกกรรมหนึ่งต่างหาก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2521 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาเข้าร่วมกระทำผิด vs. เพียงอยู่ด้วยเฉยๆ ในคดีทำร้ายและฆ่าผู้อื่น
จำเลยที่ 1 ได้ร่วมไปกับ ค.และพวก บังคับขอเงินจาก ส.และ สุ. จนเกิดเหตุ ค.ใช้ขวานฟัน ส.แล้วหนีไปกับ ค.และพวก ต่อมาจำเลยที่ 1 มีอาวุธปืนมาด้วยกับ ค.และพวก เพื่อจะทำร้าย ส.และ สุ. อีก เมื่อผู้ตายซึ่งเป็นพวกของ ส.และ สุ. ขัดขวาง ค.กับพวกใช้ปืนยิงผู้ตาย แม้จะไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนยิงผู้ตายก็ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เจตนาร่วมกับ ค.และพวกกระทำผิด ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ได้อยู่ในวิวาทครั้งแรก ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ไม่มีอาวุธปืน การที่จำเลยที่ 2 เพียงแต่มาด้วยกับ ค.และพวกในครั้งหลังเท่านั้น ไม่มีข้อเท็จจริงให้เห็นว่าก่อน-หน้านั้นได้มีการสมคบจะมาทำร้ายหรือฆ่าผู้ตายอย่างใด ขณะเกิดเหตุคงยืนอยู่ด้วยเฉยๆ ไม่ได้พูดจาหรือแสดงอาการใดที่เป็นการร่วมกระทำกับจำเลยที่ 1 และคนอื่น ๆ จึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 2 ได้ตั้งใจร่วมกับจำเลยที่ 1 และ ค.ที่จะยิงผู้ตาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2015/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยายามฆ่าและการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ: การพิจารณาเจตนา การกระทำ และเหตุผลในการป้องกัน
จำเลยใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ซึ่งเป็นอาวุธที่ร้ายแรงยิงผู้เสียหายในระยะ 4-5 เมตร ถูกผู้เสียหายที่ตะโพกซ้าย แสดงว่าจำเลยเจตนายิงไปที่ลำตัวของผู้เสียหายซึ่งเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย เหตุที่กระสุนปืนถูกที่ตะโพกซ้าย เชื่อได้ว่าเพราะจำเลยยิงไม่แม่นยำ การยิงของจำเลยอยู่ในลักษณะที่จะทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ จึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย
ขณะที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายนั้น ผู้เสียหายกับพวกกำลังกลุ้มรุมทำร้าย น. การยิงของจำเลยจึงเป็นการป้องกัน น. ให้พ้นภยันตรายจากการถูกทำร้าย แต่โดยเหตุที่ผู้เสียหายไม่มีอาวุธอะไร การยิงของจำเลยจึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
ขณะที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายนั้น ผู้เสียหายกับพวกกำลังกลุ้มรุมทำร้าย น. การยิงของจำเลยจึงเป็นการป้องกัน น. ให้พ้นภยันตรายจากการถูกทำร้าย แต่โดยเหตุที่ผู้เสียหายไม่มีอาวุธอะไร การยิงของจำเลยจึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1985/2521 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การดูหมิ่นเจ้าพนักงาน: การพิจารณาเจตนาและพฤติการณ์ประกอบคำพูด
จำเลยกล่าวว่า " ด่านตำรวจนี้เท่ากับรูหี " ประกอบพฤติการณ์ที่ยื่นหน้าตะโกนออกมานอกรถ มุ่งถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจยิ่งกว่าสถานีที่ อาจเป็นผิดกฎหมายอาญา มาตรา 136 ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1985/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การดูหมิ่นเจ้าพนักงาน: การพิจารณาเจตนาและความเชื่อมโยงระหว่างคำพูดและพฤติการณ์
จำเลยกล่าวว่า "ด่านตำรวจนี้เท่ากับรูหี" ประกอบพฤติการณ์ที่ยื่นหน้าตะโกนออกมานอกรถ มุ่งถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจยิ่งกว่าสถานที่ อาจเป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาแจ้งความเพื่อเป็นหลักฐาน ไม่ถือเป็นคำร้องทุกข์ คดีขาดอายุความ
คำแจ้งความต่อตำรวจว่า แจ้งให้ทราบไว้เป็นหลักฐานกันเช็คขาดอายุความฟ้องร้องคดีอาญา ไม่มีเจตนาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี ไม่เป็นร้องทุกข์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2(7)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1641/2521 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานออกเช็คโดยไม่มีเงินในบัญชี: การพิจารณาความผิดหลายกรรมต่างกัน
จำเลยเขียนเช็คซึ่งธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินรวม 9 ฉบับชำระหนี้ให้โจทก์ โดยลงวันออกเช็คแต่ละฉบับแตกต่างกัน แม้บางฉบับจะลงวันที่สั่งจ่ายวันเดียวกันและเช็คทุกฉบับธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินวันเดียวกันก็ตาม แต่จำเลยมีเจตนาที่จะให้ธนาคารใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างแยกจากกันได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1568/2521
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้เลขสลากเพื่อล้อเล่นกับเพื่อน ไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ หากไม่มีเจตนาหลอกลวงเพื่อรับเงินรางวัล
แก้ตัวเลขในสลากกินแบ่ง 1 ตัว ให้เป็นหมายเลขที่ถูกรางวัลเพื่อให้เพื่อนเลี้ยงอาหารจำเลยก่อน แล้วจำเลยทิ้งสลากกินแบ่งในถังขยะในบ้าน มีผู้เก็บสลากกินแบ่งนั้นไปขอรับรางวัลนอกความรู้เห็นของจำเลย การหลอกให้เลี้ยงอาหารเป็นการล้อเล่นระหว่างเพื่อนซึ่งทำอยู่เป็นปกติ ไม่เป็นความเสียหายแก่ประชาชนหรือเพื่อนของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร