พบผลลัพธ์ทั้งหมด 5,764 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2482/2535 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องเรียกค่าเช่าสังหาริมทรัพย์: องค์การโทรศัพท์ฯ มีอำนาจค้าได้
แม้โจทก์จะมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดดำเนินการและนำมาซึ่งความเจริญของกิจการโทรศัพท์ เพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน อันถือได้ว่าโจทก์ดำเนินกิจการสาธารณูปโภค แต่โจทก์ก็มีอำนาจดำเนินกิจการได้หลายประการ เช่น มีอำนาจซื้อ เช่า ให้เช่า ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รวมทั้งสามารถเข้าหุ้นส่วนหรือถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือนิติบุคคลใด ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นกิจการของบุคคลจำพวกที่ค้าทั้งสิ้น การที่จำเลยเช่าคู่สายเคเบิลจากโจทก์เพื่อใช้บริการเครื่องเทเล็กซ์โดยโจทก์คิดค่าเช่าเป็นรายเดือนนั้น จึงเป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลจำพวกที่ค้าในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ฟ้องเรียกเอาค่าเช่าจากจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 165 (6) มีอายุความ 2 ปี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2482/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความค่าเช่าสังหาริมทรัพย์: องค์การโทรศัพท์ฯ ในฐานะผู้ให้เช่า
จำเลยเช่าคู่สายเคเบิลจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเพื่อใช้บริการเครื่องเทเล็กซ์ โดยเสียค่าเช่าเป็นเดือนองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จึงเป็นบุคคลจำพวกที่ค้าในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 165(6) สิทธิเรียกร้องค่าเช่าดังกล่าวมีอายุความ 2 ปี.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2463/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าธรรมเนียมประทานบัตร, อายุความ, การเพิกถอนประทานบัตร: สิทธิเรียกร้องค่าธรรมเนียมยังไม่ขาดอายุความ แม้มีการเพิกถอนประทานบัตร
จำเลยได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่แล้วไม่ว่าจำเลยจะใช้เนื้อที่ที่ระบุในประทานบัตรทำเหมืองแร่หรือไม่ จำเลยก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพื่อใช้เนื้อที่ในการทำเหมืองแร่ตามประทานบัตรนั้นเป็นรายปีแก่โจทก์เพราะพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 55บังคับให้ต้องชำระค่าธรรมเนียมล่วงหน้าเป็นรายปี กฎกระทรวงฉบับที่ 45(พ.ศ.2523) ออกตามความในพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 ข้อ 2 ได้กำหนดค่าธรรมเนียมตามบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมไว้ และกฎกระทรวงนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกโดย อาศัยอำนาจตามที่กฎหมายให้ไว้ เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ย่อมมีผลใช้บังคับแก่ประทานบัตรของจำเลยด้วย จำเลยจะอ้างว่าไม่ได้ตกลงด้วยในการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมดังกล่าวหาได้ไม่ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าธรรมเนียมตามอัตราใหม่ได้ ค่าธรรมเนียมเพื่อใช้เนื้อที่ในการทำเหมืองตามประทานบัตรเป็นหนี้ที่จำเลยค้างชำระแก่โจทก์ ตามพระราชบัญญัติแร่พ.ศ. 2510 มิได้กำหนดให้ผู้ออกประทานบัตรเมื่อเพิกถอนประทานบัตรจะต้องสงวนสิทธิเรียกร้องเอาค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระไว้จึงจะฟ้องบังคับได้ การที่โจทก์สั่งเพิกถอนประทานบัตรของจำเลยจึงไม่ทำให้หนี้ค่าธรรมเนียมดังกล่าวที่จำเลยค้างชำระแก่โจทก์ต้องระงับไปแม้ไม่สงวนสิทธิไว้โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องเรียกจากจำเลยได้ ค่าธรรมเนียมเพื่อใช้เนื้อที่ในการทำเหมืองแร่ ต้องชำระล่วงหน้าเป็นรายปี เมื่อโจทก์กำหนดเอาวันที่ 31 ธันวาคม เป็นวันสิ้นปีจำเลยย่อมมีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมดังกล่าวของปี 2525ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2524 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 28พฤศจิกายน 2529 จึงยังไม่เกินกำหนดอายุความ 5 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2396/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์และอายุความฟ้องคดีแย่งการครอบครอง ที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์
การที่โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยได้บุกรุกที่ดินของโจทก์ตั้งแต่ปี 2528 ตลอดมาจนถึงปี 2530 ซึ่งเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี แล้ว นั้น ศาลสามารถหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้โดยไม่จำเป็นต้องสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปอีก ดังนั้น แม้ศาลชั้นต้นจะได้ดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป และโจทก์นำพยานมาสืบเป็นอย่างอื่นก็ถือได้ว่าโจทก์สืบพยานนอกฟ้องนอกประเด็นรับฟังไม่ได้ที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกเอาข้อเท็จจริงตามที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องขึ้นเป็นข้อวินิจฉัยจึงเป็นการพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายและตรงตามข้อหาในคำฟ้องแล้ว เมื่อฟังว่าจำเลยแย่งการครอบครองที่พิพาทเกิน1 ปี แล้ว โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครอง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2390/2535 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่ยังไม่เด็ดขาด
โจทก์ฟ้องเรียกเงินซึ่งจำเลยรับสารภาพว่ายักยอกและยินยอมชดใช้คืนให้โจทก์ เป็นการฟ้องเรียกมูลค่าทรัพย์สินของโจทก์ซึ่งจำเลยเอาไปโดยไม่มีสิทธิ ทั้งเป็นการฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาซึ่งเดิมโจทก์ฟ้องเป็นคดีอาญาและศาลประทับฟ้อง แต่ยังไม่ได้ตัวจำเลยมาพิจารณาและศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว คดีอาญายังไม่เด็ดขาดอายุความฟ้องคดีแพ่งย่อมสะดุดหยุดลงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 51 วรรคสอง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2390/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา: การหยุดชะงักเมื่อคดีอาญาไม่เด็ดขาด
โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในข้อหายักยอกเงินโจทก์ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณาแล้ว เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2524 แต่ยังไม่ได้ตัวจำเลยมาพิจารณา ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว คดีอาญาจึงยังไม่เด็ดขาด อายุความซึ่งโจทก์เป็นผู้เสียหายมีสิทธิจะฟ้องเป็นคดีแพ่งย่อมสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 51 วรรคสอง โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งเรียกเงินที่จำเลยยักยอกไปคืนเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2534 จึงไม่ขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2255/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความทางแพ่งในมูลหนี้ละเมิดที่เชื่อมโยงกับความผิดทางอาญา: ใช้หลักอายุความทางอาญา
โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาค้ำประกันในมูลหนี้ละเมิดที่ ช. ลูกหนี้ก่อขึ้น เมื่อมูลหนี้ละเมิดนั้นเป็นความผิดที่มีโทษตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย จึงต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติให้นำอายุความทางอาญาที่ยาวกว่ามาใช้บังคับ มิใช่ถืออายุความ1 ปี นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ทำละเมิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2252/2535 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประกวดราคา, การผิดสัญญา, หนังสือค้ำประกัน, ความรับผิดของผู้เสนอราคาและผู้ค้ำประกัน, อายุความค้ำประกัน
จำเลยที่ 3 ได้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นซองประกวดราคาก่อสร้างอาคารของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ว่า จำเลยที่ 3 ขอรับเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ไว้ต่อโจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโจทก์ในการยื่นซองประกวดราคาเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และโจทก์ไม่สามารถเรียกร้องเอาจากจำเลยที่ 1 ได้แล้วจำเลยที่ 3 จะเป็นผู้ชำระเงินค่าเสียหายแทนจำเลยที่ 1 หนังสือค้ำประกันฉบับนี้มีกำหนดอายุค้ำประกัน120 วัน โดยโจทก์จะต้องแจ้งการผิดสัญญาของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 3 ทราบภายในกำหนดดังกล่าวด้วย ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาไม่ยอมไปทำสัญญาก่อสร้างกับโจทก์ตามที่ยื่นซองประกวดราคาได้ โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยที่ 3 ชำระหนี้ที่ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ไว้แม้จำเลยที่ 3 ไม่ได้ยกข้อต่อสู้ในข้อที่โจทก์ไม่ได้บอกเรื่องจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประกวดราคา ให้จำเลยที่ 3 ทราบภายในระยะเวลาที่ค้ำประกันเพียงแต่ขอให้ไปเรียกร้องเอาจากจำเลยที่ 1 ก่อนก็ตามก็ไม่เป็นการสละข้อต่อสู้ในเรื่องระยะเวลาค้ำประกันดังนั้น ภายหลังเมื่อถูกโจทก์ฟ้องแล้ว จำเลยที่ 3 ย่อมมีสิทธิให้การต่อสู้คดีโดยยกข้อต่อสู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่รวมทั้งเหตุดังกล่าวขึ้นเป็นข้อเถียงเพื่อปฏิเสธความรับผิดของตนได้ เมื่อจำเลยที่ 3 ได้ยกเหตุดังกล่าวให้ขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การแล้วและข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบภายในกำหนดระยะเวลาที่ค้ำประกันว่า จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประกวดราคาต่อโจทก์ โจทก์ย่อมหมดสิทธิที่จะเรียกให้จำเลยที่ 3 รับผิดตามสัญญาค้ำประกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2252/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาค้ำประกัน-หนังสือแจ้งหนี้ค้างชำระ-จำกัดสิทธิเรียกหนี้-อายุความ-ศาลฎีกาวินิจฉัย
เงื่อนไขในการประกวดราคาสัญญาก่อสร้างอาคารระบุว่าเมื่อโจทก์ตกลงเลือกผู้เข้าประกวดราคารายใดให้เป็นผู้รับจ้างและนัดให้ไปทำสัญญาแล้ว ผู้ถูกเลือกจะต้องไปทำสัญญาภายในกำหนดหากผู้ถูกเลือกไม่ยอมรับทำสัญญาโจทก์จะริบเงินมัดจำซองประกวดราคาและหากปรากฏว่าโจทก์ต้องจ้างผู้อื่นก่อสร้างแทนแพงกว่าราคาที่เสนอไว้รวมกับเงินประกันที่ยึดไว้แล้ว ผู้เสนอราคายินยอมที่จะชดใช้ราคาในส่วนที่เกินนั้นด้วยจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ที่โจทก์ตกลงเลือกเป็นผู้เข้าประกวดราคาได้ไม่ยอมไปทำสัญญาก่อสร้างกับโจทก์ตามที่ยื่นซองประกวดราคาได้ ทำให้โจทก์ต้องจ้าง ช. ก่อสร้างอาคารของโจทก์ในราคาสูงกว่าราคาที่จำเลยที่ 1 ประมูลได้ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระค่าเสียหายในราคาที่สูงขึ้นนั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ได้รับชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่ากำหนดเวลาให้ใช้ดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง แม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฎีกาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยตั้งแต่ก่อนวันฟ้องกรณีก็ถือว่าโจทก์ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งในปัญหาเรื่องดอกเบี้ยแล้ว ก่อนฟ้องคดีโจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยที่ 3 ชำระหนี้ที่ค้ำประกันจำเลยที่ 1 แม้จำเลยที่ 3 ไม่ได้โต้แย้งโจทก์เรื่องที่โจทก์ไม่แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบภายในระยะเวลาค้ำประกันถึงกรณีที่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประกวดราคาแต่จำเลยที่ 3 ก็ยังมีสิทธิยกข้อต่อสู้ดังกล่าวเพื่อปฏิเสธความรับผิดของตนในชั้นให้การได้ ปัญหาที่โจทก์ฎีกา โจทก์มิได้ยกขึ้นโต้แย้งในอุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นข้อมิได้ว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยปัญหานี้ให้ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2243/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องค่าเสียหายจากละเมิด: เริ่มนับเมื่อใดเมื่อทราบตัวผู้ต้องรับผิด
เรือของกองทัพเรือโจทก์จมลง ต่อมาโจทก์กู้เรือขึ้นมาซ่อมพร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาผู้รับผิดทางแพ่ง คณะกรรมการสอบสวนได้รายงานผู้บัญชาการทหารเรือตามบันทึกลงวันที่ 25พฤษภาคม 2524 โจทก์ได้รับบันทึกเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2524เจ้ากรมสารบัญทหารเรือได้บันทึกเสนอต่อโจทก์ว่าการสอบสวนยังไม่สมบูรณ์ โจทก์ได้สั่งสอบสวนเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม2524 จึงฟังได้ว่ากองทัพเรือได้ทราบถึงผู้ที่ต้องรับผิดทางแพ่งแล้วคือจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 6 และที่ 7 สำหรับจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 แม้คณะกรรมการจะได้มีความเห็นว่าไม่ต้องรับผิดในทางแพ่งแต่การที่จะวินิจฉัยความรับผิดของผู้ใดนั้นเป็นเรื่องที่ศาลจะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดในที่สุด รายงานของคณะกรรมการสอบสวนที่โจทก์ตั้งขึ้นครั้งแรกจึงได้แสดงให้รู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่งแล้วว่าคือผู้ใดบ้าง คณะกรรมการสอบสวนหาผู้รับผิดทางแพ่งได้สอบสวนเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2524 จึงฟังได้ว่าโจทก์ทราบถึงตัวผู้ต้องรับผิดทางแพ่งแล้วก่อนวันที่ 15 ธันวาคม 2524อายุความก็ต้องเริ่มนับแต่วันนั้นเป็นต้นไป โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2527 คดีโจทก์จึงขาดอายุความ