พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,822 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประมูลผูกพันรัฐ: กระทรวงเกษตราธิการมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ประมูลผิดสัญญา
คณะกรรมการประมูลได้ตกลงให้เอกชนเป็นผู้รับทำการประมงผู้ประมูลได้ก็ได้เซ็นชื่อยอมรับข้อตกลงนั้น นับว่า เป็นสัญญาผูกพันกันได้ตามกฎหมายและสัญญานี้คณะกรรมการผู้เป็นเจ้าพนักงานได้ทำแทนรัฐบาลซึ่งกระทรวงเกษตราธิการเป็นเจ้าหน้าที่โดยตรงกระทรวงเกษตราธิการจึงมีสิทธิรับเอาสัญญานี้ได้ เมื่อผู้ประมูลผิดสัญญา กระทรวงเกษตราธิการก็มีอำนาจ เป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ประมูลได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 375/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสัญญาเช่า และการไม่เกิดสัญญาประนีประนอมยอมความ
อายุความฟ้องเรียกค่าอสังหาริมทรัพย์มีกำหนดปีตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 6 ไม่ใช่ 6 เดือนตามมาตรา 563 แต่อายุความฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้+เกี่ยวแก่สัญญาเช่ามีกำหนดเดือนตามมาตรา 563
เอกสารมีใจความว่าโจทก์เรียกร้องค่าเสียหาย 500 บาทจากจำเลย ๆ ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจและตีราคาเจ้าหน้าที่ของจำเลยราคาค่าเสียหายสูงกว่าที่โจทก์ขอคณะกรรมการของจำเลยจึงประชุมตกลงให้ค่าเสียหายโจทก์ดังโจทก์ขอแต่ไม่ปรากฎว่าเมื่อคณะกรรมการได้ตกลงเช่นว่านั้นแล้ว จำเลยได้ทำคำสนองรับไปยังโจทก์ฉะนั้นจึงยังไม่เกิดสัญญาขึ้นระหว่างโจทก์และจำเลยเอกสารเช่นว่านี้จึงไม่มีทางจะถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา 850 ได้
เอกสารมีใจความว่าโจทก์เรียกร้องค่าเสียหาย 500 บาทจากจำเลย ๆ ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจและตีราคาเจ้าหน้าที่ของจำเลยราคาค่าเสียหายสูงกว่าที่โจทก์ขอคณะกรรมการของจำเลยจึงประชุมตกลงให้ค่าเสียหายโจทก์ดังโจทก์ขอแต่ไม่ปรากฎว่าเมื่อคณะกรรมการได้ตกลงเช่นว่านั้นแล้ว จำเลยได้ทำคำสนองรับไปยังโจทก์ฉะนั้นจึงยังไม่เกิดสัญญาขึ้นระหว่างโจทก์และจำเลยเอกสารเช่นว่านี้จึงไม่มีทางจะถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา 850 ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 375/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความค่าเช่า vs. ค่าเสียหายจากสัญญาเช่า และการเกิดสัญญาประนีประนอมยอมความ
อายุความฟ้องเรียกค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์มีกำหนด 5 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166 ไม่ใช่ 6 เดือนตามมาตรา 563แต่อายุความฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้เช่าเกี่ยวแก่สัญญาเช่ามีกำหนด 6 เดือนตามมาตรา 563
เอกสารมีใจความว่าโจทก์เรียกร้องค่าเสียหาย 6,500 บาทจากจำเลย จำเลยให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจและตีราคาเจ้าหน้าที่ของจำเลยตีราคาค่าเสียหายสูงกว่าที่โจทก์ขอคณะกรรมการของจำเลยจึงประชุมตกลงให้ค่าเสียหายโจทก์ดังโจทก์ขอแต่ไม่ปรากฏว่าเมื่อคณะกรรมการได้ตกลงเช่นว่านั้นแล้ว จำเลยได้ทำคำสนองรับไปยังโจทก์ ฉะนั้นจึงยังไม่เกิดสัญญาขึ้นระหว่างโจทก์และจำเลยเอกสารเช่นว่านี้จึงไม่มีทางจะถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา 850 ได้
เอกสารมีใจความว่าโจทก์เรียกร้องค่าเสียหาย 6,500 บาทจากจำเลย จำเลยให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจและตีราคาเจ้าหน้าที่ของจำเลยตีราคาค่าเสียหายสูงกว่าที่โจทก์ขอคณะกรรมการของจำเลยจึงประชุมตกลงให้ค่าเสียหายโจทก์ดังโจทก์ขอแต่ไม่ปรากฏว่าเมื่อคณะกรรมการได้ตกลงเช่นว่านั้นแล้ว จำเลยได้ทำคำสนองรับไปยังโจทก์ ฉะนั้นจึงยังไม่เกิดสัญญาขึ้นระหว่างโจทก์และจำเลยเอกสารเช่นว่านี้จึงไม่มีทางจะถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามมาตรา 850 ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1744/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทนายความมีหน้าที่ส่งมอบเงินค่าเสียหายให้ตัวความโดยพลการ ห้ามหักกลบลบหนี้
ทนายความรับมอบฉันทะจากตัวความให้ไปรับเงินที่ศาล เมื่อทนายได้รับเงินมาแล้วย่อมเป็นหน้าที่ของทนายจะต้องมอบเงินที่ได้รับมาให้แก่ตัวความไม่มีอำนาจหักค่าทนายไว้โดยพลการ ในเมื่อปรากฏว่าเงินค่าจ้างว่าความนี้ ยังโต้เถียงกันอยู่ว่าชำระให้แล้วหรือยัง ทนายไม่มีสิทธิจะหักกลบลบหนี้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1671/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจผู้จัดการบริษัทในการลงนามสัญญา แม้มีข้อจำกัดอำนาจกรรมการ และค่าเสียหายที่แท้จริง
แม้ข้อบังคับของบริษัทจะมีระบุไว้ว่ากรรมการผู้มีชื่อคนหนึ่งแต่ผู้เดียวมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราผูกพันบริษัทได้ก็ตาม ก็เป็นข้อบังคับในเรื่องอำนาจของกรรมการ ถ้าไม่มีข้อห้ามไว้เป็นอย่างอื่นแล้ว ผู้จัดการของบริษัทก็อาจที่จะลงนามในสัญญาผูกมัดบริษัทได้ ดังตัวอย่างฎีกาที่ 645/2486 และ 892/2486
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1593/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าสิ้นสุดแล้วจำเลยยังอยู่ต่อ ผู้ให้เช่ามีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้ แม้จะคิดเป็นอัตราค่าเช่าเดิม
ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าโดยอ้างว่าสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ได้บอกกล่าวให้ออกจากห้องเช่าแล้วจำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้บังคับให้จำเลยออก และให้เสียค่าเช่าจนกว่าจะออกดังนี้ แม้จะถือว่าสัญญาเช่าเลิกกันแล้ว การที่จำเลยอยู่ต่อไปเป็นการละเมิด ผู้ให้เช่าต้องเรียกเป็นค่าเสียหาย ไม่ใช่ค่าเช่าก็ตาม แต่ตามฟ้องที่กล่าวก็พอถือได้ว่า ผู้ให้เช่าเรียกเอาค่าเสียหายเท่าในอัตราค่าเช่านั้นเอง ศาลย่อมพิพากษาให้ได้ไม่เป็นการเกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1593/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าเลิกแล้วแต่จำเลยยังอยู่ ผู้ให้เช่ามีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้ แม้ฟ้องเรียกค่าเช่า
ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าโดยอ้างว่าสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ได้บอกกล่าวให้ออกจากห้องเช่าแล้วจำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้บังคับให้จำเลยออก และให้เสียค่าเช่าจนกว่าจะออก ดังนี้ แม้จะถือว่าสัญญาเช่าเลิกกันแล้ว การที่จำเลยอยู่ต่อไปเป็นการละเมิดผู้ให้เช่าต้องเรียกเป็นค่าเสียหาย ไม่ใช่ค่าเช่าก็ตาม แต่ตามฟ้องที่กล่าวก็พอถือได้ว่า ผู้ให้เช่าเรียกเอาค่าเสียหายเท่าในอัตราค่าเช่านั้นเอง ศาลย่อมพิพากษาให้ได้ไม่เป็นการเกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1368/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องขับไล่ผู้เช่า: สามีจัดการสินบริคณห์แทนภรรยาได้ และความรับผิดชอบต่อค่าเสียหายพิเศษ
สามีเอาบ้านของภรรยาอันเป็นสินบริคณห์ ไปให้ผู้อื่นเช่าอยู่อาศัยนั้น ต้องถือว่าสามีเป็นผู้จัดการตามอำนาจของกฎหมาย ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1468 ฉะนั้น เมื่อภรรยาผู้เป็นเจ้าของได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ให้เข้าอยู่ในบ้านเช่านั้นได้ ก็เท่ากับสสามีผู้มีอำนาจจัดการได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯ ให้เข้าอยู่ด้วย สามีจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ มาตรา16 (6)
ผู้ให้เช่าบอกเลิกการเช่าบ้านกับผู้เช่า ให้ผู้เช่าออกจากบ้านไปภายในกำหนดและยังบอกกล่าวไปชัดแจ้งว่าถ้าผู้ให้เช่าเข้าบ้านเช่านี้นตามกำหนดไม่ได้ ก็จะทำให้ผิดสัญญาไม่สามารถส่งมอบบ้านอีกหลังหนึ่ง ที่ทำสัญญาซื้อขายกันแล้ว ให้แก่ผู้ซื้อได้ตามกำหนดและจะถูกผู้ซื้อปรับเป็นรายวัน ดังนี้ ถือได้ว่าผู้เช่าได้ทราบความเสียหายเป็นพิเศษของผู้ให้เช่าแล้ว ถ้าผู้เช่าผิดสัญญาไม่ออกจากบ้านเช่าภายในกำหนด ทำให้ผู้ให้เช่าผิดสัญญากับผู้ซื้อและถูกผู้ซื้อปรับเอาเท่าใด ผู้ให้เช่าย่อมมีสิทธิเรียกเอาจากผู้เช่าได้เท่าจำนวนที่เสียไปได้
ผู้ให้เช่าบอกเลิกการเช่าบ้านกับผู้เช่า ให้ผู้เช่าออกจากบ้านไปภายในกำหนดและยังบอกกล่าวไปชัดแจ้งว่าถ้าผู้ให้เช่าเข้าบ้านเช่านี้นตามกำหนดไม่ได้ ก็จะทำให้ผิดสัญญาไม่สามารถส่งมอบบ้านอีกหลังหนึ่ง ที่ทำสัญญาซื้อขายกันแล้ว ให้แก่ผู้ซื้อได้ตามกำหนดและจะถูกผู้ซื้อปรับเป็นรายวัน ดังนี้ ถือได้ว่าผู้เช่าได้ทราบความเสียหายเป็นพิเศษของผู้ให้เช่าแล้ว ถ้าผู้เช่าผิดสัญญาไม่ออกจากบ้านเช่าภายในกำหนด ทำให้ผู้ให้เช่าผิดสัญญากับผู้ซื้อและถูกผู้ซื้อปรับเอาเท่าใด ผู้ให้เช่าย่อมมีสิทธิเรียกเอาจากผู้เช่าได้เท่าจำนวนที่เสียไปได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1146/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: การเรียกร้องค่าเสียหายจากเหตุเดิมที่เคยกล่าวอ้างในคดีก่อน
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและกล่าวไว้ด้วยว่า จำเลยเผาไฟทำให้ต้นยางโจทก์เสียหาย แต่โจทก์ยังไม่ประสงค์จะเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากจำเลยก่อน เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วโจทก์จึงมาฟ้องจำเลยขอเรียกค่าเสียหายในการที่จำเลยเผาไฟทำให้ไหม้ต้นยางของโจทก์เสียหายอีก ดังนี้ เป็นการฟ้องซ้ำ ต้องห้ามมิให้ฟ้องตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148
ข้อกฎหมายเรื่องฟ้องซ้ำเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าว ศาลก็ย่อมยกขึ้นมาใช้เองได้
ข้อกฎหมายเรื่องฟ้องซ้ำเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าว ศาลก็ย่อมยกขึ้นมาใช้เองได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1146/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: การเรียกร้องค่าเสียหายหลังคดีขับไล่ถึงที่สุด
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและกล่าวไว้ด้วยว่า จำเลยเผาไฟทำให้ต้นยางโจทก์เสียหาย แต่โจทก์ยังไม่ประสงค์จะเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากจำเลยก่อน เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วโจทก์จึงมาฟ้องจำเลยขอเรียกค่าเสียหายในการที่จำเลยเผาไฟทำให้ไหม้ต้นยางของโจทก์เสียหายอีก ดังนี้ เป็นการฟ้องซ้ำ ต้องห้ามมิให้ฟ้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148
ข้อกฎหมายเรื่องฟ้องซ้ำเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าว ศาลก็ย่อมยกขึ้นมาใช้เองได้
ข้อกฎหมายเรื่องฟ้องซ้ำเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าว ศาลก็ย่อมยกขึ้นมาใช้เองได้