คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
รายละเอียด

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 343 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2509

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องเบิกความเท็จต้องระบุรายละเอียดชัดเจน หากฟ้องคลุมเครือ ศาลย่อมยกฟ้อง
การบรรยายฟ้องในข้อหาฐานเบิกความเท็จที่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1420/2509 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีป่าไม้ต้องระบุรายละเอียดการเคลื่อนย้ายไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ เพื่อให้มีองค์ความผิดตามกฎหมาย
ฟ้องไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ฯ มาตรา 38 ข้อ 1 หรือข้อ 2 ที่ว่า นำไม้หรือของป่าที่ทำออกตามใบอนุญาตไปถึงที่อันระบุไว้ในใบอนุญาตแล้ว หรือ.... ฯลฯ ซึ่งขาดองค์ความผิด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5) ลงโทษฐานนำของป่าเคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางตามมาตรา 39,71 ไม่ได้(อ้างนัยฎีกาที่ 341/2498)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1136/2509

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความเคลือบคลุมของฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวกับพินัยกรรม: รายละเอียดวันเดือนปีไม่จำเป็นในคำฟ้อง
คำบรรยายฟ้องที่ว่า ผู้ตายได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์พิพาทให้โจทก์ จำเลยบุกรุกเพื่อจะเอาทรัพย์พิพาทเป็นของตน แม้จะมิได้บรรยายว่าพินัยกรรมทำวันเดือนปีใด และแม้จะมิได้แนบสำเนาพินัยกรรมมากับฟ้องด้วย ก็เป็นคำฟ้องที่เคลือบคลุม เพราะรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งต้องกล่าวในคำฟ้องคดีอาญา ไม่ใช่ข้อสารสำคัญที่จะต้องกล่าวในคำฟ้องคดีแพ่ง คำบรรยายฟ้องของโจทก์เพียงพอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาต่อสู้คดีได้พอสมควรแล้ว พินัยกรรมทำวันเดือนปีใด เป็นรายละเอียดที่อาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 894/2508

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องอาญาไม่ชอบ หากไม่ระบุรายละเอียดทรัพย์สินที่ถูกยักยอกอย่างชัดเจน ทำให้จำเลยไม่สามารถต่อสู้คดีได้อย่างถูกต้อง
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทุจริตเบียดบังยักยอกเงินประเภทต่างๆไป มิได้บรรยายว่าจำเลยได้รับเงินประเภทใดมาเท่าใดยักยอกเงินประเภทนั้นไปเท่าใด ไม่ปรากฏว่าผู้มีหน้าที่รับผิดชอบได้ตรวจพบอะไรบรรยายว่าได้เบียดบังยักยอกเงินค่าดวงตราไปรษณีย์หรือดวงตราไปรษณีย์เป็นสองแง่ ก็ไม่มีทางทราบว่าจำเลยยักยอกอะไร ดังนี้ เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158 (อ้างฎีกาที่ 175/2497)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1173/2508 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำความผิดต่อหน้าธารกำนัล ต้องพิจารณาว่าบุคคลที่เห็นการกระทำนั้นเห็นรายละเอียดของการกระทำหรือไม่
จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายต่อหน้าเด็กหญิงคนหนึ่งในห้องนอนมืด เพียงแต่เหตุเกิดต่อหน้าเด็กหญิงเท่านั้น และโจทก์มิได้ยืนยันโต้แย้งว่าจำเลยได้กระทำโดยประการที่ให้เด็กหญิงได้เห็นการกระทำของจำเลย หรือว่าจำเลยได้กระทำในลักษณะที่เปิดเผยให้บุคคลอื่นสามารถเห็นการกระทำของจำเลยได้ ดังนี้ พฤติการณ์แห่งคดีจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดต่อหน้าธารกำนัล หากผู้เสียหายได้แถลงต่อศาลไม่ติดใจเอาความจากจำเลย ขอถอนคำร้องทุกข์ ศาลก็ต้องสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 16/2508)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีพนัน: รายละเอียดการกระทำความผิดเพียงพอต่อการฟ้อง แม้ไม่มีของกลาง
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยจัดให้มีการเล่นและเล่นการพนันไพ่ผ่องไทย พนันเอาทรัพย์สินกันมิได้รับอนุญาต โดยบรรยายถึงการกระทำของจำเลยที่อ้างว่าเป็นความผิด ตลอดจนระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งจำเลยกระทำผิดแล้วแม้โจทก์จะไม่ได้ระบุถึงทรัพย์สินที่เอาออกพนันและไพ่ผ่องไทยที่ใช้เป็นเครื่องมือในการเล่นว่าจับได้หรือไม่ ก็ไม่ใช่ข้อสำคัญ เพราะพอจะเข้าใจได้แล้วว่าเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นก็คือ ไพ่ผ่องไทย ทรัพย์สินที่พนันก็อาจเป็นเงินหรือทรัพย์สินอื่นซึ่งเป็นรายละเอียดที่โจทก์จะนำสืบต่อไป ฟ้องโจทก์จึงไม่ขัดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 431/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความครบถ้วนของฟ้องอาญา การพนัน: ไม่จำเป็นต้องระบุของกลางในฟ้อง
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยจัดให้มีการเล่น และเล่นการพนันไพ่ผ่องไทย พนันเอาทรัพย์สินกัน มิได้รับอนุญาต โดยบรรยายถึงการกระทำของจำเลยที่อ้างเป็นความผิด ตลอดจนระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งจำเลยกระทำผิดแล้ว แม้โจทก์จะไม่ได้ระบุถึงทรัพย์สินที่เอาออกพนันและไพ่ผ่องไทยที่ใช้เป็นเครื่องมือในการเล่นก็ไม่ใช่ข้อสำคัญ เพราะพอจะเข้าใจได้แล้วว่า เครื่องมือที่ใช้ในการเล่นก็คือไพ่ผ่องไทย ทรัพย์สินที่พนันก็อาจเป็นเงินหรือทรัพย์สินอื่นซึ่งเป็นรายละเอียดที่โจทก์จะนำสืบต่อไป ฟ้องโจทก์จึงไม่ขัดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา
158(5)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้เอกสารปลอมโดยเจตนา แม้รายละเอียดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ศาลลงโทษได้หากพิสูจน์เจตนา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมใบสำคัญทหารกองเกินของคณะกรรมการอำเภอบางรักและใช้ใบสำคัญทหารกองเกิน แม้ทางพิจารณาได้ความว่าเอกสารที่ปลอมนั้นทำจากอำเภอยานนาวา ก็เป็นเพียงรายละเอียดหาใช่ข้อสาระสำคัญไม่ จำเลยก็นำสืบว่าไม่เคยขึ้นทะเบียนทหารไว้ที่ไหนเลย จึงมิได้หลงข้อต่อสู้ ศาลลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2506

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้เอกสารปลอมโดยเจตนา แม้รายละเอียดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ศาลยังลงโทษได้หากพิสูจน์เจตนา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมใบสำคัญทหารกองเกินของคณะกรรมการอำเภอบางรักและใช้ใบสำคัญทหารกองเกิน แม้ทางพิจารณาได้ความว่าเอกสารที่ปลอมนั้นทำจากอำเภอยานนาวา ก็เป็นเพียงรายละเอียด หาใช่ข้อสารสำคัญไม่ จำเลยก็นำสืบว่าไม่เคยขึ้นทะเบียนทหารไว้ที่ไหนเลย จึงมิได้หลงข้อต่อสู้ ศาลลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1659/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษจำเลยในคดีลักทรัพย์หลายกรรม ฟ้องไม่บรรยายรายละเอียดครบถ้วน ศาลลงโทษทุกกรรมเรียงกระทงมิได้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดกฎหมายต่างกรรมต่างวาระกัน คือ ได้บังอาจลักทรัพย์รวม 49 รายการ โดยลักไปครั้งละ 1 และ 2 รายการ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องแล้วศาลสอบโจทก์ โจทก์แถลงว่า ตามทางสอบสวนได้ความว่าจำเลยลักเอาทรัพย์รายนี้ไปรวม 40 ครั้ง และศาลสอบจำเลย ๆ ก็รับว่าลักไปรวม 40 ครั้งจริง ดังนี้ ศาลก็ลงโทษจำเลยทุกกรรมเรียงกระทงรวม 40 กระทงมิได้ เพราะฟ้องโจทก์มิได้บรรยายไว้ดังคำแถลงของโจทก์ และแม้คำฟ้องนี้จะมิได้ระบุให้ชัดเจนว่าจำเลยลักทรัพย์รายนี้รวมกี่ครั้ง ครั้งไหนกี่รายการ และครั้งไหนจำเลยลักอะไร แต่เมื่อจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี มิได้หลงต่อสู้แล้ว ฟ้องโจทก์มิใช่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
of 35