พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2705/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยร่วมกันกระทำความผิดโดยใช้ยานพาหนะ
จำเลยทั้งสามร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดแม้จำเลยที่1คนเดียวมีอาวุธปืนการกระทำของจำเลยทั้งสามก็เป็นความผิดตามป.อ.มาตรา340ประกอบด้วยมาตรา340ตรี.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2550/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
แจ้งความเท็จ – การแจ้งความตามคำบอกเล่าเด็ก หากมิได้พิสูจน์ว่าเด็กให้ข้อมูลเท็จ ไม่ถือเป็นความผิด
ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ได้ความว่าการที่จำเลยไปแจ้งว่าชายคนที่ไปร้านของจำเลยคือโจทก์นั้นก็เป็นการแจ้งไปตามคำบอกเล่าของเด็กที่อยู่ในร้านโจทก์มิได้ยืนยันข้อเท็จจริงให้ปรากฏในคำฟ้องว่าเด็กในร้านมิได้บอกกับจำเลยเช่นนั้นอันจะทำให้เห็นว่าข้อที่จำเลยแจ้งนั้นเป็นเท็จเมื่อฟังไม่ได้ว่าข้อความที่จำเลยแจ้งเป็นเท็จแล้วการแจ้งความของจำเลยก็ไม่มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา137.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2486/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือเรื่องประวัติอาญา ไม่เข้าข่ายความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ หากไม่มีการขู่เข็ญ
ก. ผู้เสียหายสมัครเข้าทำงานที่โรงพยาบาลอำเภอคลองขลุง ก. นำหนังสือของทางราชการไปติดต่อทำการพิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองขลุง เพื่อสอบประวัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ ก. ไปพบจำเลย ซึ่งทำงานอยู่ที่สถานีตำรวจนั้น จำเลยจัดให้ก. พิมพ์ลายนิ้วมือ ต่อมา ก. ทราบผลการตรวจว่า ก.เคยต้องคดีมาก่อน ก. ได้ปรึกษาจำเลย จำเลยบอกว่าสามารถช่วย ก. ได้ และได้เรียกเงินจาก ก. 1,500 บาท โดยอ้างว่าจะให้เจ้านายของจำเลยลงชื่อรับรองให้ก.ได้หาเงินมาให้จำเลย เช่นนี้ จำเลยมิได้ขู่เข็ญ ก. ว่าจะเปิดเผยความลับแต่อย่างใดจึงไม่เป็นความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 338
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2435/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนมีน้ำหนักกว่าคำให้การในชั้นศาล พยานแวดล้อมประกอบยืนยันความผิด
ในคดีที่จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนแต่ให้การปฏิเสธในชั้นศาลแม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานแต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าส.และหญิงผู้ตายนั่งรถจักรยานสามล้อของจำเลยชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพว่าหลังจากส.ปลุกปล้ำร่วมประเวณีกับผู้ตายแล้วจำเลยได้ขอร่วมประเวณีกับผู้ตายแต่ผู้ตายไม่ยอมได้ดิ้นรนข่วนหน้าจำเลยผลักจำเลยตกน้ำซึ่งปรากฏจากรายงานการตรวจร่างกายที่บริเวณโหนกแก้มซ้ายขวาของจำเลยมีรอยถลอกเป็นขีดยาวๆประมาณ1ซม.-3ซม.10กว่าแผลและได้กางเกงเสื้อของจำเลยเปียกน้ำเปื้อนโคลนหมกอยู่ในบ้านจำเลยเป็นพยานแวดล้อมกรณีหรือพยานพฤติเหตุประกอบคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยศาลฟังได้ว่าจำเลยฆ่าผู้ตาย.(ที่มา-เนติฯ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2402/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลักทรัพย์ vs. ยักยอกทรัพย์: การครอบครองทรัพย์สินของผู้เสียหายมีผลต่อการพิจารณาความผิดฐานลักทรัพย์
ในวันเกิดเหตุผู้เสียหายทำธนบัตรของกลางตกที่หน้าแผงลอยของนางสาวพ.ขณะที่ล้วงกระเป๋าหยิบเงินมาชำระค่าปลาหมึกให้แก่นางสาวพ.จำเลยที่1มาพบก้มลงหยิบธนบัตรดังกล่าวไปหลังจากที่จำเลยที่1เดินจากไปแล้วผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าธนบัตรของกลางหายไปสอบถามนางสาวพ.ได้ความว่าจำเลยที่1เก็บเอาไปดังนี้การที่จำเลยที่1เอาธนบัตรของกลางไปในขณะที่ผู้เสียหายยังยืนอยู่ในบริเวณที่ทำธนบัตรตกและในเวลาใกล้เคียงกันนั้นเองผู้เสียหายก็รู้ทันทีว่าธนบัตรของตนหายไปถือได้ว่านับแต่เวลาที่ธนบัตรของกลางหล่นลงไปที่พื้นจนถึงเวลาที่จำเลยที่1หยิบเอาไปผู้เสียหายยังคงยึดถือธนบัตรนั้นอยู่การครอบครองธนบัตรยังอยู่กับผู้เสียหายเมื่อจำเลยที่1เอาธนบัตรของกลางไปจากความครอบครองของผู้เสียหายเพื่อจะเอาไปเป็นของตนเองจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2400/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยายามฆ่าด้วยอาวุธปืนที่ไม่อาจทำให้ถึงตายได้ ถือเป็นความผิดตาม ม.81 ไม่ใช่ ม.80
จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายในระยะห่าง 1 - 2 เมตรกระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่ราวนมซ้ายบาดแผลขนาด 1 X 1 เซนติเมตร รอบ ๆ บาดแผลมีรอยถลอกเล็ก ๆ หลายแผล รักษาหายภายใน 14 วัน ผลการเอกซเรย์ไม่พบโลหะในร่างกายของผู้เสียหาย แพทย์ผู้ทำการตรวจชันสูตรบาดแผลของผู้เสียหายสันนิษฐานว่ากระสุนปืนทำขึ้นเอง ความเร็วต่ำ ไม่อาจทำอันตรายถึงแก่ความตายได้ทั้งไม่ได้ความว่าถ้ารักษาไม่ทันอาจถึงแก่ความตายได้ แสดงว่าอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่อาจทำให้ผู้เสียหายถึงตายได้ ถือว่าการกระทำของจำเลยไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ เพราะปัจจัยที่ใช้ในการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 81
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2316/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำเอกสารปลอมโดยเจตนาหลอกลวง และการพิจารณาข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการตัดสินคดีอาญา
ในการที่จะพิจารณาว่าคดีใดต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่นั้นต้องพิจารณาจากกระทงความผิดเป็นกระทงๆไปคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดรวม3กระทงให้ลงโทษจำคุกกระทงละ2ปีรวมเป็นจำคุก6ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืน.จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา218. ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมิได้ทำปลอมขึ้นซึ่งเอกสารและการกระทำของจำเลยไม่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายหรือไม่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง. การที่จำเลยทำคำสั่งจังหวัดตราดเรื่องแต่งตั้งข้าราชการลงในกระดาษไขโดยไม่มีอำนาจแล้วตัดเอากระดาษไขที่มีลายมือชื่อของผู้ว่าราชการจังหวัดตราดซึ่งได้ลงนามไว้ในคำสั่งฉบับอื่นมาติดไว้ท้ายคำสั่งที่จำเลยทำขึ้นและจำเลยโรเนียวคำสั่งนี้ออกมาเพื่อแสดงให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าคำสั่งที่จำเลยทำขึ้นนี้เป็นคำสั่งที่แท้จริงถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้อาวุธ แม้ไม่โทรมหญิง แต่ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคสอง
แม้จำเลยทั้งสองจะไม่ได้ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงเพราะจำเลยที่2ได้ใช้มีดขู่จะทำร้ายและได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายแต่เพียงผู้เดียวส่วนจำเลยที่1ได้ใช้ปืนขู่บังคับผู้เสียหายด้วยดังนี้จำเลยทั้งสองก็ยังคงมีความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้อาวุธปืนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา276วรรคสอง.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2230/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ลักทรัพย์ในเคหสถาน: พยานแวดล้อมเพียงพอพิสูจน์ความผิด แม้ไม่มีประจักษ์พยาน
จำเลยเข้าไปอยู่ในบ้านของผู้เสียหายในยามวิกาลโดยผู้เสียหายมิได้อนุญาตน. น้องสะใภ้ของผู้เสียหายซึ่งผู้เสียหายใช้ให้ไปเฝ้าบ้านแทนได้พบจำเลยอยู่ในบ้านของผู้เสียหายเมื่อผู้เสียหายกลับมาบ้านได้สำรวจทรัพย์สินปรากฏว่าข้าวของบนบ้านถูกรื้อกระจุยกระจายกระปุกออมสินหายไป1อันแตก1อันในกระปุกออมสินเก็บเงินไว้ประมาณ1,500บาทผู้เสียหายจึงไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนจำเลยหลบหนีไปต่อมาประมาณ2เดือนจำเลยกลับมาและขอชดใช้เงิน1,500บาทแต่ผู้เสียหายไม่ยอมรับดังนี้แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานว่าจำเลยเป็นผู้ลักทรัพย์แต่เมื่อมีพยานแวดล้อมกรณีของโจทก์ที่นำสืบเชื่อได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ศาลก็ลงโทษจำเลยได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2151/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองวิทยุของกลางโดยไม่มีเจตนาทุจริต แม้ราชการเสียหาย ก็ไม่ถือเป็นความผิด
จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำวิทยุของกลาง ซึ่งจำเลยใช้สำหรับติดต่อกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกลับบ้าน โดยไม่ส่งมอบให้แก่ผู้ที่เข้ารับเวรต่อจากจำเลย ไม่ทำให้จำเลยได้รับประโยชน์จากการใช้วิทยุของกลางดังกล่าวเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยแต่อย่างใด ต่อมาจำเลยได้นำวิทยุของกลางไปส่งมอบให้แก่ผู้บังคับบัญชาเพื่อคืนแก่ทางราชการ แสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจริต ถึงแม้ทางราชการจะได้รับความเสียหายอันเกิดจากการไม่ได้ใช้วิทยุของกลางติดต่อราชการก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริตขึ้นมาได้