คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ความผิด

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดพยายามกระทำชำเราเด็กหญิง แม้ยังมิได้สอดใส่สำเร็จความใคร่ แต่มีเจตนาชัดเจน
จำเลยใช้อวัยวะสืบพันธุ์ของตนทิ่มอวัยวะเพศของเด็กหญิง ส. อายุ 4 ปีเศษจนสำเร็จความใคร่ เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำชำเรา แม้จำเลยจะสำเร็จความใคร่เสียก่อนโดยที่อวัยวะสืบพันธุ์ของจำเลยยังมิได้สอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของเด็กหญิง ส. ก็ตาม ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เป็นความผิดฐานพยายามกระทำชำเรา หาใช่เป็นเพียงการกระทำอนาจารไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2529

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยายามกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี แม้สำเร็จความใคร่ก่อนการสอดใส่ ก็ถือเป็นความผิด
จำเลยใช้อวัยวะสืบพันธุ์ของตนทิ่ม อวัยวะเพศของเด็กหญิงส.อายุ4ปีเศษจนสำเร็จความใคร่เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำชำเราแม้จำเลยจะสำเร็จความใคร่เสียก่อนโดยที่อวัยวะสืบพันธุ์ของจำเลยยังมิได้สอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของเด็กหญิงส.ก็ตามถือได้ว่าจำเลยได้กระทำไปโดยตลอดแล้วแต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เป็นความผิดฐานพยายามกระทำชำเราหาใช่เป็นเพียงการกระทำอนาจารไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2066/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เช็คชำระหนี้ค่าเช่าซื้อ แม้สัญญาถูกบอกเลิก ความผิดตาม พ.ร.บ. เช็คยังคงสำเร็จ
จำเลยออกเช็คชำระหนี้ค่าเช่าซื้อในขณะที่ออกเช็คและในขณะที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยยังคงมีหน้าที่จะต้องชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์ตามสัญญาจึงเป็นเช็คที่ออกโดยมีมูลหนี้ที่มีผลผูกพันกันตามกฎหมายแม้ต่อมาโจทก์จะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้ออันจะมีผลทำให้จำเลยไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างให้แก่โจทก์อีกต่อไปก็หาทำให้ความผิดอาญาที่เกิดขึ้นสำเร็จแล้วระงับไปไม่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2054/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ โกงเจ้าหนี้: การโอนทรัพย์สินหลายครั้งถือเป็นความผิดหลายกรรม แม้มีเจตนาเดียว
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดสามกระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดกระทงเดียว จำคุกคนละ 1 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
จำเลยโอนที่ดินทั้ง 3 แปลงตามฟ้องรวม 3 ครั้งด้วยกัน แม้ว่าจำเลยจะมีเจตนาเพียงประการเดียวที่จะไม่ให้โจทก์บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ก็ตามแต่การโอนที่ดินไปแต่ละครั้งนั้น ก็เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้สำเร็จแล้วทุกครั้ง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน มิใช่กรรมเดียว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 204/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำผิดฐานมีไม้หวงห้ามตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ศาลไม่อาจใช้ดุลพินิจไม่ริบได้
จำเลยกระทำผิดฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปรวมปริมาตรเกินกว่า0.20ลูกบาศก์เมตรไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯมาตรา48และใช้รถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะในการกระทำผิดรถยนต์ของกลางจึงเป็นทรัพย์ที่ต้องริบตามมาตรา74ทวิศาลไม่อาจใช้ดุลพินิจไม่ริบรถยนต์ของกลางได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 204/2529

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิดป่าไม้ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 74 ทวิ ศาลไม่อาจใช้ดุลพินิจได้
จำเลยกระทำผิดฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปรวมปริมาตรเกินกว่า0.20ลูกบาศก์เมตรไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่ไม้ฯมาตรา48และใช้รถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะในการกระทำผิดรถยนต์ของกลางจึงเป็นทรัพย์ที่ต้องริบตามมาตรา74ทวิศาลไม่อาจใช้ดุลพินิจไม่ริบรถยนต์ของกลางได้.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 197/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับของโจร: จำเลยต้องรู้ว่าทรัพย์นั้นได้มาจากการกระทำผิด การซื้อรถราคาถูกและการใช้งานเปิดเผยไม่ถือเป็นความรู้
แม้จะปรากฏว่าจำเลยซื้อรถจักรยานยนต์จากเพื่อนตำรวจด้วยกันในราคาถูกแต่เมื่อซื้อมาแล้วจำเลยก็ไม่ได้ปกปิดซ่อนเร้นได้ขับรถไปทำงานที่สถานีตำรวจ กับไปตรวจท้องที่อันเป็นการใช้รถโดยเปิดเผยทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ทราบว่าผู้ขายได้รถมาอย่างไร เพียงเท่านี้ยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้ซื้อรถไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์.(ที่มา-ส่งเสริม)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 197/2529

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อรถจักรยานยนต์ราคาถูกโดยไม่ทราบแหล่งที่มาไม่ถือเป็นความผิดฐานรับของโจร
แม้จะปรากฏว่าจำเลยซื้อรถจักรยานยนต์จากเพื่อนตำรวจด้วยกันในราคาถูกแต่เมื่อซื้อมาแล้วจำเลยก็ไม่ได้ปกปิดซ่อนเร้นได้ขับรถไปทำงานที่สถานีตำรวจกับไปตรวจท้องที่อันเป็นการใช้รถโดยเปิดเผยทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ทราบว่าผู้ขายได้รถมาอย่างไรเพียงเท่านี้ยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้ซื้อรถไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์.(ที่มา-ส่งเสริม)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1839/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การร่วมกันปล้นทรัพย์และฆ่าผู้อื่น พยานหลักฐานประกอบกันฟังได้ถึงความผิดแม้ไม่มีพยานตรง
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดคงมีคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของ บ. และ จ. ที่กล่าวอ้างว่าจำเลยได้ร่วมกระทำผิดด้วยซึ่งเป็นเพียงคำพยานบอกเล่า แต่โจทก์ก็มีพยานหลักฐานอื่นประกอบให้เห็นว่าคำให้การชั้นสอบสวนของคนทั้งสองเป็นความจริง และมีพยานยืนยันว่าจำเลยเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับการกระทำผิดคดีนี้ด้วย พยานหลักฐานของโจทก์ประกอบกันฟังได้ว่าจำเลยได้ร่วมกระทำผิดกับ บ. และ จ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1829/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การข่มขู่เรียกเงินโดยอาศัยเครื่องแบบข้าราชการเข้าข่มขู่ ถือเป็นความผิดฐานกรรโชก
การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งแต่งเครื่องแบบข้าราชการกรมป่าไม้กับจำเลยที่ 2 เข้าไปในบ้านของผู้เสียหายขณะผู้เสียหายกำลังทำหน้าต่างด้วยไม้สักที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่ แล้วจำเลยที่ 1 พูดว่า เอาเงินมา 1,000 บาทถ้าไม่ให้จะเสียเงินมากกว่านี้ นั้น ถือได้ว่าคำพูดดังกล่าวประกอบกับการแต่งเครื่องแบบข้าราชการ เป็นการข่มขู่เรียกร้องเอาเงินจากผู้เสียหายอยู่ในตัวและผู้เสียหายยอมมอบเงินให้จำเลยทั้งสองไป 500 บาท จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานกรรโชก
of 682