คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ที่ดิน

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,546 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527-530/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ที่ชายตลิ่งติดแม่น้ำเป็นสาธารณสมบัติ โจทก์ไม่มีสิทธิให้เช่า
ที่ชายตลิ่งระหว่างที่ดินในโฉนดของโจทก์กับแม่น้ำซึ่งน้ำท่วมถึงทุกปี เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2) โจทก์ไม่มีสิทธิให้จำเลยเช่า จึงฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งครอบครองอยู่ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 423/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาอาศัยร่วมและผลผูกพันตามสัญญา แม้ไม่จดทะเบียนก็มีผลบังคับใช้ได้
มารดาโจทก์จำเลยซื้อที่ดินและตึกพิพาทให้โจทก์ แต่ก่อนจดทะเบียนซื้อขายลงชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญากันไว้ว่าโจทก์ยอมให้จำเลยกับสามีได้อยู่อาศัยร่วมกับโจทก์ในที่ดินตลอดไปจนกว่าจำเลยไม่ต้องการจะอยู่อาศัย ทั้งนี้เพราะเป็นความประสงค์ของมารดาโจทก์จำเลย และเพราะจำเลยยินยอมให้โจทก์ลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกพิพาทคนเดียว สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนธรรมดาที่มีผลผูกพันกัน และแม้ไม่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 ก็บังคับกันได้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 359/2520 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสละเจตนาครอบครองที่ดินหลังได้รับตราจอง ทำให้ขาดอำนาจฟ้องเพิกถอนการซื้อขาย
เมื่อ พ.ศ. 2497 โจทก์ซึ่งเป็นภรรยาน้อยของ จ. ได้แจ้งชื่อโจทก์ จ.และบุตรโจทก์ 2 คนที่เกิดกับสามีคนเดิมเป็นผู้ครอบครองที่ดินมือเปล่าเพื่อขออกตราจองหลังจากนั้นไม่นานโจทก์ทะเลาะกับภรรยาาหลวงแล้วอพยพไปอยู่ต่างจังหวัดไปได้สามีใหม่ทางราชการออกตราจองให้ในปี พ.ศ. 2499 โจทก์ไม่ได้มารับ และไม่เคยกลับมาที่พิพาทอีกเลย เห็นได้ว่าโจทก์ได้สละเจตนาครอบครองไปก่อนออกตราจองแล้ว โจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ไม่มีอำนาจฟ้องให้เพิกถอนการจดทะเบียนการซื้อขายที่พิพาทอีก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 359/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสละเจตนาครอบครองที่ดิน และอำนาจฟ้องเพิกถอนการจดทะเบียนซื้อขาย
เมื่อ พ.ศ.2497 โจทก์ซึ่งเป็นภรรยาน้อยของ จ. ได้แจ้งชื่อโจทก์ จ. และบุตรโจทก์ 2 คน ที่เกิดกับสามีคนเดิมเป็นผู้ครอบครองที่ดินมือเปล่าเพื่อขอออกตราจองหลังจากนั้นไม่นานโจทก์ทะเลาะกับภรรยาหลวงแล้วอพยพไปอยู่ต่างจังหวัดไปได้สามีใหม่ ทางราชการออกตราจองให้ในปี พ.ศ.2499 โจทก์ไม่ได้มารับและไม่เคยกลับมาที่พิพาทอีกเลยเห็นได้ว่าโจทก์ได้สละเจตนาครอบครองไปก่อนออกตราจองแล้วโจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ไม่มีอำนาจฟ้องให้เพิกถอนการจดทะเบียนการซื้อขายที่พิพาทอีก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2520 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องจำกัดในกรณีที่ดินพิพาทเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ผู้ให้เช่าต้องเป็นเจ้าของ
เมื่อที่ดินเป็นป่าสงวนแห่งชาติ มิใช่ของโจทก์ โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจนำที่ดินดังกล่าวให้จำเลยเช่า และไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องในสัญญาเช่าที่ดินป่าสงวน การไม่มีสิทธิในที่ดินย่อมขาดอำนาจฟ้อง
เมื่อที่ดินเป็นป่าสงวนแห่งชาติ มิใช่ของโจทก์โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจนำที่ดินดังกล่าวให้จำเลยเช่า และไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 290/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองที่ดินเดิมของผู้ครอบครอง vs. สิทธิจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ได้มาโดยปกปิด
ที่พิพาทเป็นสินเดิมของโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 1 ยังครอบครองอยู่ส. ซึ่งเป็นสามีได้แจ้งการครอบครองและรับหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยปกปิดมิให้โจทก์ที่ 1 ทราบ การกระทำของ ส. ย่อมไม่ก่อให้เกิดสิทธิครอบครองในที่พิพาทดีกว่าโจทก์ที่ 1 และไม่มีอำนาจนำที่พิพาทไปขายให้แก่จำเลยที่ 1 โดยพลการเมื่อ ส. ไม่มีอำนาจขาย จำเลยที่ 1 ผู้ซื้อย่อมไม่ได้สิทธิอันเกิดจากสัญญาซื้อขายนั้น ฉะนั้น แม้จำเลยที่ 2 จะรับซื้อไว้จากจำเลยที่ 1 โดยสุจริตและจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจำเลยที่ 2 ก็ย่อมไม่ได้รับสิทธิในที่พิพาทเพราะผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2705/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองที่ดินดีกว่าสิทธิที่ได้จากการโอนโดยเอกสารไม่ถูกต้อง แม้จะจดทะเบียน
จำเลยที่ 1 ที่ 2 ซื้อที่ดิน น.ส.3 จาก ส.มาจัดสรรขาย ที่พิพาทเป็นที่ดินแปลงหนึ่งซึ่งจำเลยที่ 1 ขายให้แก่ผู้มีชื่อและโอนขายต่อมาจนกระทั่งถึงโจทก์ โดยโจทก์ซื้อไว้เมื่อ พ.ศ.2510 แล้วครอบครองอย่างเป็นเจ้าของตลอดมา ดังนี้ โจทก์ย่อมได้สิทธิครอบครองในที่พิพาท การที่จำเลยที่ 2 นำใบมอบอำนาจของ ส. ไปขอรังวัดออกโฉนดและจดทะเบียนขายที่พิพาทให้จำเลยที่ 3 อีกในระหว่าง พ.ศ.2515-2516 จึงไม่อาจกระทำได้เพราะ ส. ไม่มีสิทธิอย่างใดในที่พิพาทแล้วการที่จำเลยที่ 2 ไปขอออกโฉนดสำหรับที่พิพาทแล้วจดทะเบียนโอนขายให้จำเลยที่ 3 โดยอาศัยใบมอบอำนาจของ ส. จึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิในที่พิพาทดีกว่าโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2699/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแยกทรัพย์สินระหว่างคู่ไม่สมรส: ที่ดินยกให้เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัว, ห้องแถวปลูกร่วมกันเป็นทรัพย์สินร่วม
หญิงชายอยู่ร่วมกันโดยไม่จดทะเบียนสมรส มารดาหญิงยกที่ดินให้หญิง ไม่เป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างชายหญิง ส่วนห้องแถวปลูกในที่ดินโดยชายหญิงร่วมกันปลูกด้วยแรงหรือด้วยเงินของฝ่ายใด ถือว่าเป็นทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน เป็นเจ้าของร่วมกัน ชายถูกยึดทรัพย์หญิงร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2681/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดินตราจองและการได้มาโดยครอบครองปรปักษ์ อายุความ 10 ปี
พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 มาตรา 11 วรรคสองที่บัญญัติว่า "ตราจองที่ตราว่า "ได้ทำประโยชน์แล้ว" นั้นผู้ถือมีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย" หมายความว่าตราจองนั้นมีผลเท่ากับโฉนดเมื่อที่ดินที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตราจองที่ตราว่าได้ทำประโยชน์แล้วและมีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทและจะเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามตราจองนี้ก็ต่อเมื่อโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ไปโดยการครอบครองปรปักษ์ อันมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382
โจทก์ได้เข้าครอบครองที่พิพาทโดยเข้าทำนาโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้วโจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ ในที่พิพาทโดยทางครอบครองปรปักษ์
of 455