พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,361 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 520/2503
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกู้ยืมเงินแม้ลงชื่อบริษัทอื่น ก็ถือเป็นการลงชื่อแทนโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้องได้
คำบรรยายฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์แต่ลงชื่อบริษัทนิยมวานิช จำกัด เป็นเจ้าของเงิน จำเลยให้การว่าเอกสารท้ายฟ้องระบุชัดว่าเป็นการยืมเงินจากห้างนิยมพานิชซึ่งเป็นบริษัทจำกัดโจทก์ในฐานะส่วนตัวไม่มีอำนาจฟ้องดังนี้ เมื่อจำเลยไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้กู้เงินของโจทก์ เป็นแต่ต่อสู้ว่าผู้อื่นเป็นผู้ให้กู้จึงต้องฟังตามฟ้องว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินของโจทก์แม้จะลงชื่อคนอื่นในหนังสือสัญญากู้ ก็ย่อมมีลักษณะเป็นการลงชื่อไว้แทนโจทก์ โจทก์ซึ่งเป็นตัวการย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกเงินกู้ได้
บรรยายฟ้องเรื่องกู้เงิน แม้ทางพิจารณาได้ความว่า การกู้เกิดจากการเล่นแชร์จำเลยก็ต้องรับผิดตามสัญญากู้แล้วมูลกรณีแห่งการกู้ยืมเป็นมาอย่างไรเป็นเพียงรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริงไม่ใช่เรื่องแตกต่างผิดไปจากฟ้อง
คดีมีการฟ้องร้องกันครั้งหนึ่งและได้ถอนฟ้องไปแล้วนั้น ก็ไม่เป็นการต้องห้ามที่โจทก์จะฟ้องใหม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 176
บรรยายฟ้องเรื่องกู้เงิน แม้ทางพิจารณาได้ความว่า การกู้เกิดจากการเล่นแชร์จำเลยก็ต้องรับผิดตามสัญญากู้แล้วมูลกรณีแห่งการกู้ยืมเป็นมาอย่างไรเป็นเพียงรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริงไม่ใช่เรื่องแตกต่างผิดไปจากฟ้อง
คดีมีการฟ้องร้องกันครั้งหนึ่งและได้ถอนฟ้องไปแล้วนั้น ก็ไม่เป็นการต้องห้ามที่โจทก์จะฟ้องใหม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 176
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่น แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ก็ใช้ได้
ทำหนังสือสัญญากู้เงินกัน แล้วต่อมาตกลงชำระหนี้ด้วยทรัพย์อย่างอื่น แม้จะมิได้ทำหลักบานการชำระหนี้หรือเวนคืนหรือแทงเพิกถอนหนังสือสัญญากู้ ก็ย่อมนำสืบการชำระหนี้เช่นนั้นได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2503
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่น แม้ไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ก็ใช้สืบได้
ทำหนังสือสัญญากู้เงินกัน แล้วต่อมาตกลงชำระหนี้ด้วยทรัพย์อย่างอื่น แม้จะมิได้ทำหลักฐานการชำระหนี้หรือเวนคืนหรือแทงเพิกถอนหนังสือสัญญากู้ก็ย่อมนำสืบการชำระหนี้เช่นนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 146/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ลายมือชื่อ vs. ลายนิ้วมือในสัญญา: พยานรับรองและผลทางกฎหมาย
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 9 วรรค 3 ประสงค์เพียงว่า กิจการใดที่กฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ เมื่อบุคคลนั้นไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ หากจะพิมพ์ลายนิ้วมือแทน จะต้องมีพยานลงลายมือชื่อรับรองอย่างน้อย 2 คน จึงจะมีผลเท่ากับบุคคลนั้นลงลายมือชื่อโดยพยานผู้รับรองไม่จำเป็นต้องรู้ข้อความในเอกสารนั้น ส่วนข้อความในเอกสารจะมีประการใด เป็นข้อเท็จจริงอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งในคดีนี้คู่ความอาจนำสืบได้ตามประเด็น คือเอกสารนี้ปลอมหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 146/2503
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ลายมือชื่อ vs. ลายนิ้วมือในสัญญา: พยานรับรองไม่จำเป็นต้องรู้ข้อความ
ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 วรรค3 ประสงค์เพียงว่า กิจการใดที่กฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ เมื่อบุคคลนั้นไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ หากจะพิมพ์ลายนิ้วมือแทน จะต้องมีพยานลงลายมือชื่อรับรองอย่างน้อย 2 คน จึงจะมีผลเท่ากับบุคคลนั้นลงลายมือชื่อโดยพยานผู้รับรองไม่จำเป็นต้องรู้ข้อความในเอกสารนั้น ส่วนข้อความในเอกสารจะมีประการใดเป็นข้อเท็จจริงอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งในคดีนี้คู่ความอาจนำสืบได้ตามประเด็น คือ เอกสารนี้ปลอมหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1383/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ไม้ทำประโยชน์บำรุงป่า ไม่เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ เนื่องจากเป็นข้อยกเว้นตามสัญญา
ไม้รายนี้เป็นไม้ที่ป่าไม้เขตทำเพื่อประโยชน์ในการบำรุงป่าตามอำนาจและหน้าที่ จึงเป็นไม้ที่อยู่นอกบังคับของมาตรา 11 เรื่องการทำไม้หวงห้าม โดยข้อยกเว้นของมาตรา 17 (1) จำเลยทำไม้ตามสัญญาที่ป่าไม้เขตจ้างจำเลย ฉะนั้น การแปรรูปไม้รายนี้ไม่อยู่ในข้อบังคับของบทบัญญัติเรื่องแปรรูปไม้ที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่อนุญาต เช่น กรณีปกติอื่น ดๆ ตามนัยนที่ยกเว้นไว้ใน มาตรา 50 ข้อ 1
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1360/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความยินยอมสามีขายสินบริคณห์: ไม่ต้องทำหนังสือหากได้รับเงินค่าขายแล้ว
การที่ภริยาทำสัญญาจะขายที่ดินมีโฉนดอันเป็นสินบริคณห์ให้โจทก์ โดยภริยาได้รับเงินราคาที่ดินบางส่วนแล้ว และโดยสามีรู้เห็นยินยอมแล้วนั้น เป็นกรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรค 2 ซึ่งไม่ต้องทำสัญญาเป็นหนังสือก็ใช้ได้ ฉะนั้น ความยินยอมของสามีจึงไม่ต้องทำเป็นหนังสือตามมาตรา 1476 โจทก์ฟ้องขอให้บังคับภริยาโอนขายที่ดินได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1360/2503
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขายสินบริคณห์โดยความยินยอมของสามี: สัญญาไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ
การที่ภริยาทำสัญญาจะขายที่ดินมีโฉนดอันเป็นสินบริคณห์ให้โจทก์โดยภริยาได้รับเงินราคาที่ดินบางส่วนแล้วและโดยสามีรู้เห็นยินยอมแล้วนั้น เป็นกรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง ซึ่งไม่ต้องทำสัญญาเป็นหนังสือก็ใช้ได้ ฉะนั้นความยินยอมของสามีจึงไม่ต้องทำเป็นหนังสือตามมาตรา 1476 โจทก์ฟ้องขอให้บังคับภริยาโอนขายที่ดินให้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1266/2503
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำนองเกินอำนาจค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันรับผิดเฉพาะจำนวนที่ตกลงในสัญญา
ทำสัญญาค้ำประกันไม่เกิน 100,000 บาท โดยมอบโฉนดและเซ็นชื่อในแบบพิมพ์ใบมอบอำนาจให้ไว้ เพื่อเจ้าหนี้จะได้นำไปขอจดทะเบียนจำนอง แล้วต่อมาฝ่ายเจ้าหนี้ได้ไปจัดการทำจำนองเป็นจำนวนเงินสูงขึ้นอีกนั้น เป็นการทำนอกเหนือจากสัญญาค้ำประกันและการมอบอำนาจ ผู้ค้ำประกันคงต้องรับผิดไม่เกินจำนวน 100,000 บาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระหนี้ด้วยข้าวเปลือกแทนเงิน และการระงับหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321
จำเลยให้การรับว่า ได้ทำสัญญายืมเงิน โจทก์จริง แต่โจทก์ได้ยอมรับชำระหนี้ ด้วยข้าวเปลือก แทนเงินตามสัญญายืม ดังนี้ หนี้เป็นอันระงับสิ้นไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 จำเลยย่อมสืบได้ ไม่ต้องห้ามตาม มาตรา 653 วรรค 2 (อ้างฎีกาที่ 905/2497)