คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ความผิด

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3786/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสนับสนุนการทำร้ายร่างกาย: ความผิดของผู้ยุยงส่งเสริมและผู้ลงมือ
จำเลยทั้งสองและผู้เสียหายมีบ้านอยู่ใกล้กัน ที่จำเลยที่ 1 เข้าไปฟันผู้เสียหายจำเลยที่ 2 ก็มิได้มีส่วนร่วมทำร้ายผู้เสียหายด้วย การที่จำเลยที่ 2 พูดยุยงส่งเสริมจำเลยที่ 1 ว่า เอาไอ้น้อย เอาให้ตาย โดยไม่ได้ช่วยทำอะไร การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3775/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษจำเลยหลายกรรมต่างกัน ศาลลงโทษทุกกรรมได้ แม้โจทก์มิได้อ้างมาตรา 91
แม้ตามฟ้องของโจทก์มิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา91 มาในคำขอท้ายฟ้อง แต่ตามคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายว่าจำเลยได้กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน และทางพิจารณาของศาลข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดหลายกรรมจริงดังนี้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปได้เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 มิใช่บทบัญญัติถึงการกระทำอันเป็นความผิดซึ่งโจทก์จะต้องกล่าวอ้างมาในคำขอท้ายฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6)และกรณีมิใช่ศาลลงโทษจำเลยเกินคำขอตามมาตรา 192 ด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3614/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาหลายกรรม แม้การกระทำครั้งเดียว หากมีเจตนาให้เกิดผลหลายกรรม ถือเป็นความผิดหลายกระทง
การกระทำครั้งเดียวถ้าหากผู้กระทำมีเจตนาจะให้เกิดผลเป็นหลายกรรมก็ย่อมถือเป็นความผิดหลายกรรมได้ จำเลยมีเจตนาใช้รถผิดประเภทตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ.2522 มาตรา 128 กรรมหนึ่ง และมีเจตนากระทำความผิดฐานแย่งผลประโยชน์กับบริษัท ข. ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางในเส้นทางอนุญาตตามมาตรา 138 อีกกรรมหนึ่งซึ่งแตกต่างกันในลักษณะของความผิดอย่างเห็นได้ชัดจำเลย จึงมีความผิดเป็น 2 กระทง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3540/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีพนัน: การแยกกระทงความผิดฐานเล่นการพนันหลายประเภทและการลงโทษตามกรรม
คำฟ้องของโจทก์ในข้อ ก. และ ข. ได้กล่าวบรรยายถึงการกระทำของจำเลยทั้งสามสิบแปดโดยชัดเจนว่า จำเลยทั้งหมดบังอาจร่วมกันเล่นการพนันไฮโลว์ อันเป็นการพนันตามบัญชีก.หมายเลข 23 และร่วมกันเล่นการพนันรูเล็ตอันเป็นการพนันประเภทล้อหมุน ตามบัญชีก. หมายเลข 15 ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 พนันเอาทรัพย์สินกันโดยมิได้รับอนุญาตโดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันแต่ละประเภทดังกล่าวเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน และจำเลยที่ 1เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้การพนันแต่ละประเภทดังกล่าวโดยจำเลยที่ 4 ถึงที่ 38เป็นผู้เข้าเล่น ซึ่งเป็นการกล่าวถึงข้อเท็จจริงและรายละเอียดพอที่จะให้จำเลยทั้งหมดเข้าใจข้อหาได้ดีแม้จะเป็นการกล่าวถึงการร่วมกันเล่นการพนันสองอย่างคือการพนันไฮโลว์และรูเล็ตในเวลาเดียวกัน ก็ไม่ถือเป็นการขัดแย้งกันเพราะโจทก์อาจนำสืบได้ว่า จำเลยทั้งหมดร่วมกันเล่นการพนันดังที่โจทก์ฟ้อง และจำเลยทุกคนต่างก็ให้การรับสารภาพตามฟ้องของโจทก์ที่ว่านี้โดยมิได้หลงข้อต่อสู้ คำฟ้องของโจทก์ในข้อ ก. และ ข. จึงสมบูรณ์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว
พระราชบัญญัติการพนันฯ มาตรา 12 ได้แยกความผิดของการพนันประเภทต่างๆ ไว้ตามบัญชีก.และบัญชีข. โดยการพนันแต่ละประเภทดังกล่าวเป็นความผิดอยู่ในตัวเองไม่เกี่ยวข้องกันประกอบกับคำฟ้องของโจทก์ก็ระบุยืนยันว่าจำเลยทั้งสามสิบแปดได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน การที่จำเลยทั้งสามสิบแปดร่วมกันเล่นการพนันไฮโลว์และการพนันรูเล็ตตามฟ้องของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกันเมื่อจำเลยทุกคนให้การรับสารภาพ ศาลต้องพิพากษาลงโทษจำเลยแต่ละคนทุกกรรมตามกระทงความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3442/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายทำให้เกิดบาดแผลช้ำบวม ถือเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391
จำเลยเพียงแต่ใช้มือทำร้ายผู้เสียหาย ผู้เสียหายมีบาดแผลช้ำบวม 2 แห่ง ไม่มีโลหิตออก แม้แพทย์ลงความเห็นว่าจะหายเป็นปกติภายใน 10 วัน ก็เป็นเพียงการคาดคะเน เพราะอาจจะหายก่อน 10 วันก็ได้ จำเลยจึงคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 เท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำเลยไม่มีความผิดฐานขับรถโดยประมาท และไม่มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากอุบัติเหตุที่ตนไม่ได้เป็นผู้ก่อ
ขณะเกิดเหตุ จำเลย (มีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว) ใช้รถยนต์รับจ้างในกิจการส่วนตัวมิได้ใช้รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ
จำเลยมิได้เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น จึงไม่มีหน้าที่จะต้องหยุดช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3389/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษปรับในความผิดตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบก ต้องปรับตามตัวบุคคล ไม่รวมกัน
พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก มาตรา 40 และมาตรา 138 ที่โจทก์ฟ้องไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับการลงโทษปรับไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 31 มาใช้บังคับ โดยต้องปรับจำเลยทั้งสามเรียงตามรายตัวบุคคลไป จะปรับจำเลยทั้งสามรวมกันไม่ได้
(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1339/2506)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3389/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษปรับในความผิด พ.ร.บ.ขนส่งทางบก ต้องปรับตามตัวบุคคลตามประมวลกฎหมายอาญา
พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก มาตรา 40 และมาตรา 138ที่โจทก์ฟ้องไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับการลงโทษปรับไว้เป็น อย่างอื่น จึงต้องนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 31 มา ใช้บังคับ โดยต้องปรับจำเลยทั้งสามเรียงตามรายตัวบุคคล ไป จะปรับจำเลยทั้งสามรวมกันไม่ได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1339/2506)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานปลอมเอกสารราชการโดยเจ้าพนักงาน ซึ่งมีหน้าที่ในการพิสูจน์สอบสวนสิทธิที่ดิน
จำเลยเป็นพนักงานพิสูจน์ มีหน้าที่ในการพิสูจน์การครอบครองที่ดินแล้วกรอกข้อความในแบบบันทึกการสอบสวนสิทธิและพิสูจน์การทำประโยชน์เพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เอกสารดังกล่าวจึงอยู่ในความดูแลครอบครองของจำเลยก่อนส่งไปยังศูนย์หรือผู้ควบคุมสาย เมื่อเอกสารนี้ถูกปลอมลายมือชื่อของ จ.ผู้มีหน้าที่ปกครองท้องที่และระวังแนวเขต โดยจำเลยมีโอกาสกระทำเองหรือร่วมกับจำเลยอื่นกระทำขึ้น จำเลยจึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น
ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 58 บัญญัติให้นายอำเภอมีอำนาจแต่งตั้งให้ผู้ซึ่งได้รับการอบรมเป็นเจ้าหน้าที่ออกไปพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์แทนตนในการเดินสำรวจเพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์. และในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนั้นให้เจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาจำเลยเป็นผู้ได้รับคำสั่งจากนายอำเภอให้เป็นพนักงานพิสูจน์ มีหน้าที่ในการพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์ในที่ดิน จึงเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องยักยอกทรัพย์: การบรรยายฟ้องที่ชัดเจนเพียงพอต่อการเข้าใจข้อหา
บรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้รับฝากเสื้อผ้าของผู้เสียหายไว้หลายรายการ ต่อมาระหว่างวันที่ 14 มีนาคม 2525 ตลอดมาจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2525 จำเลยได้เบียดบังยักยอกเอาเสื้อผ้าที่ได้รับฝากไว้ดังกล่าวรวม 2 รายการราคา 125,000 บาท ของผู้เสียหายไปเป็นประโยชน์ส่วนตนโดยทุจริต ดังนี้ ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
of 682