พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,640 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1301-1302/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าธรรมเนียมคำร้องผัดสาบานตนในคดีอนาถา: ศาลมีอำนาจสั่งแก้ไขก่อนวินิจฉัย
คำร้องขอผัดการสาบานตนของคู่ความฝ่ายที่ยื่นประกอบคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถานั้น ต้องเสียค่าธรรมเนียม
เมื่อปรากฏในชั้นศาลอุทธรณ์ว่า คำร้องนี้ไม่ได้เสียค่าธรรมเนียม โดยคู่ความฝ่ายที่ยื่นมิได้ขัดขืนไม่ยอมเสียแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติในเรื่องค่าธรรมเนียมให้ถูกต้องเสียก่อนที่จะสั่งยกคำร้อง โดยไม่ยอมรับวินิจฉัยให้เสียเลย
เมื่อปรากฏในชั้นศาลอุทธรณ์ว่า คำร้องนี้ไม่ได้เสียค่าธรรมเนียม โดยคู่ความฝ่ายที่ยื่นมิได้ขัดขืนไม่ยอมเสียแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติในเรื่องค่าธรรมเนียมให้ถูกต้องเสียก่อนที่จะสั่งยกคำร้อง โดยไม่ยอมรับวินิจฉัยให้เสียเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 121/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้เช่าช่วงและการพิสูจน์สถานะการเช่า: ศาลต้องรับฟังข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนเพื่อวินิจฉัยสิทธิ
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าอ้างว่าจำเลยเอาไปให้ผู้ร้องเช่าช่วงจำเลยไม่สู้คดี ในชั้นบังคับคดีให้ขับไล่บริวารจำเลยผู้ร้องซึ่งอยู่ในเรือนรายนี้ร้องว่าโจทก์เก็บค่าเช่าจากผู้ร้องตลอดมาไม่ใช่บริวารจำเลยศาลทำการไต่สวนเมื่อตัวผู้ร้องและสามีผู้ร้องเบิกความแสดงว่าสามีผู้ร้องเป็นผู้เช่าผู้ร้องเป็นผู้อยู่ประจำได้ความเพียงเท่านี้ศาลจะด่วนสั่งให้งดสืบพยานเสียโดยถือว่าผู้ร้องไม่ใช่ผู้เช่า ไม่มีสิทธิคัดค้านการบังคับคดีนั้น ไม่ได้ เพราะผู้ร้องและสามีผู้ร้องมีส่วนได้เสียในสิทธิที่ได้อยู่ในเรือนด้วยกันคดีต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1186/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยยังไม่มีฐานะเป็นจำเลย จึงไม่มีสิทธิฎีกาในชั้นนี้ เป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์
ในคดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องว่าเป็นฟ้องซ้ำ แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ไต่สวนต่อไป ดังนี้จำเลยจะฎีกายังไม่ได้ เพราะจำเลยยังไม่มีฐานะเป็นจำเลย เป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์เท่านั้น
(เทียบฎีกาที่ 1674/2494)
(เทียบฎีกาที่ 1674/2494)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 106/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตายในเรือนจำ: หน้าที่ไต่สวนของศาลเมื่อผู้ต้องขังเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุม
เมื่อผู้ต้องถูกควบคุมกักขังอยู่ในเรือนจำตายลงก็ถือว่าตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ชอบที่ศาลจะต้องทำการไต่สวนและมีคำสั่งตามกฎหมาย(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2/2501)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 945/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขัดทรัพย์ซ้ำ: ศาลยกคำร้องขัดทรัพย์ซ้ำได้ แม้โจทก์ไม่ได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมาเถียง
ศาลสั่งยกคำร้องขัดทรัพย์รายหนึ่งเสร็จไปแล้วผู้ร้องร้องขัดทรัพย์รายนั้นซ้ำอีกไม่ได้ แม้โจทก์ไม่ยกความข้อนี้ขึ้นเถียงศาลอุทธรณ์ก็ยกขึ้นพิพากษาเองได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงทำนาต่อหน้าศาลมีผลผูกพันบังคับได้ แม้จะไม่ได้รวมอยู่ในคำพิพากษา
โจทก์จำเลยตกลงกันต่อหน้าศาลให้โจทก์ทำนาพิพาทในระหว่างพิจารณาคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่โดยกำหนดค่าเช่าปีละ1,500 บาทศาลพิพากษายกฟ้อง จำเลยขอให้ศาลออกคำบังคับให้โจทก์ชำระค่าเช่าให้จำเลยตามข้อตกลงได้ไม่เป็นการนอกเหนือคำพิพากษา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำในคดีอาญา: ศาลยกฟ้องเนื่องจากคดีเคยถูกตัดสินยกฟ้องเด็ดขาดแล้ว
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.201 ที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2499 นำมาใช้ในกรณีที่มีการฎีกาด้วย
คดีก่อน มารดาผู้ตายฟ้องจำเลยหาว่าฆ่าผู้ตายโดยเจตนาศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องเพราะคดีไม่มีมูล คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว อัยการจะมาฟ้องจำเลยในเรื่องเดียวกันนั้นอีกไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39(4)
คดีก่อน มารดาผู้ตายฟ้องจำเลยหาว่าฆ่าผู้ตายโดยเจตนาศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องเพราะคดีไม่มีมูล คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว อัยการจะมาฟ้องจำเลยในเรื่องเดียวกันนั้นอีกไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39(4)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 849/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการพิจารณาข้อโต้แย้งการเลือกตั้ง และการตีความบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ ส.ส.ประเภทต่างๆ
การตีความรัฐธรรมนูญ ม.115 ศาลมีอำนาจตีความได้เพราะไม่ใช่ปัญหาอันอยู่ในวงงานของสภาฯ
คำว่า "มิได้เป็นไปโดยชอบ" ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ฯ ม.60 นั้นจะเป็นด้วยเหตุประการใด ๆ ก็ได้ เช่นมิชอบด้วยข้อเท็จจริง มิชอบด้วยข้อกฎหมายก็นับว่าอยู่ในข่ายของคำว่าการเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยชอบทั้งสิ้น
ผู้เลือกตั้งมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อเห็นว่าการเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยชอบ
คำว่า "ในวาระเริ่มแรกภายในระยะเวลา 10 ปีในรัฐธรรมนูญ ม.115 เมื่อพิจารณาประกอบกับ ม.45, 46, 47 แล้วมีความหมายว่าให้มี ส.ส. 2 ประเภทจำนวนเท่ากันในวาระเริ่มแรก หาใช่ว่าต้องมี 2 ประเภทเท่ากันตลอดไปภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
ส.ส.ประเภท 2 ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งขึ้นไว้แล้ว 123 คนในวันใช้บังคับรัฐธรรมนูญนั้น เป็นจำนวนตายตัวไม่มีบัญญัติให้เพิ่มหรือลดลงได้ นอกจากจะลดหรือตั้งซ่อมตาม ม.116 ในเมื่อได้ใช้บังคับรัฐธรรมนูญนี้ไปแล้ว 5 ปี ถ้ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดใดได้รับการศึกษาอบรมจบชั้นประถมศึกษา ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในจังหวัดนั้น ก็ให้ ส.ส. ประเภทที่ 2 ออกจากตำแหน่งมีจำนวนเท่าจำนวน ส.ส.ที่มีการเลือกตั้งในจังหวัดนั้น หรือในระหว่างที่มี ส.ส.ประเภท 2 ตามมาตรานี้ ถ้าตำแหน่ง ส.ส.ประเภท 2 ว่างลงโดยมิใช่การออกตามความดั่งกล่าวข้างต้น ก็ให้มีการตั้งซ่อมได้เท่า จำนวนตำแหน่งที่ว่าง.
คำว่า "มิได้เป็นไปโดยชอบ" ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ฯ ม.60 นั้นจะเป็นด้วยเหตุประการใด ๆ ก็ได้ เช่นมิชอบด้วยข้อเท็จจริง มิชอบด้วยข้อกฎหมายก็นับว่าอยู่ในข่ายของคำว่าการเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยชอบทั้งสิ้น
ผู้เลือกตั้งมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อเห็นว่าการเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยชอบ
คำว่า "ในวาระเริ่มแรกภายในระยะเวลา 10 ปีในรัฐธรรมนูญ ม.115 เมื่อพิจารณาประกอบกับ ม.45, 46, 47 แล้วมีความหมายว่าให้มี ส.ส. 2 ประเภทจำนวนเท่ากันในวาระเริ่มแรก หาใช่ว่าต้องมี 2 ประเภทเท่ากันตลอดไปภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
ส.ส.ประเภท 2 ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งขึ้นไว้แล้ว 123 คนในวันใช้บังคับรัฐธรรมนูญนั้น เป็นจำนวนตายตัวไม่มีบัญญัติให้เพิ่มหรือลดลงได้ นอกจากจะลดหรือตั้งซ่อมตาม ม.116 ในเมื่อได้ใช้บังคับรัฐธรรมนูญนี้ไปแล้ว 5 ปี ถ้ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดใดได้รับการศึกษาอบรมจบชั้นประถมศึกษา ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในจังหวัดนั้น ก็ให้ ส.ส. ประเภทที่ 2 ออกจากตำแหน่งมีจำนวนเท่าจำนวน ส.ส.ที่มีการเลือกตั้งในจังหวัดนั้น หรือในระหว่างที่มี ส.ส.ประเภท 2 ตามมาตรานี้ ถ้าตำแหน่ง ส.ส.ประเภท 2 ว่างลงโดยมิใช่การออกตามความดั่งกล่าวข้างต้น ก็ให้มีการตั้งซ่อมได้เท่า จำนวนตำแหน่งที่ว่าง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 849/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการพิจารณาคัดค้านการเลือกตั้ง และการตีความบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับจำนวน ส.ส.สองประเภท
การตีความรัฐธรรมนูญ มาตรา115 ศาลมีอำนาจตีความได้เพราะไม่ใช่ปัญหาอันอยู่ในวงงานของสภาฯ
คำว่า'มิได้เป็นไปโดยชอบ' ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งฯ มาตรา 60นั้นจะเป็นด้วยเหตุประการใดๆก็ได้ เช่นมิชอบด้วยข้อเท็จจริง มิชอบด้วยข้อกฎหมายก็นับว่าอยู่ในข่ายของคำว่าการเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยชอบทั้งสิ้น
ผู้เลือกตั้งมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อเห็นว่าการเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยชอบ
คำว่า'ในวาระเริ่มแรกภายในระยะเวลา 10 ปี'ในรัฐธรรมนูญ ม.115เมื่อพิจารณาประกอบกับ ม.45,46,47 แล้วมีความหมายว่าให้มี ส.ส.2 ประเภทจำนวนเท่ากันในวาระเริ่มแรกหาใช่ว่าต้องมี 2 ประเภทเท่ากันตลอดไปภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
ส.ส.ประเภท 2 ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งขึ้นไว้แล้ว 123 คนในวันใช้บังคับรัฐธรรมนูญนั้นเป็นจำนวนตายตัวไม่มีบัญญัติให้เพิ่มหรือลดลงได้ นอกจากจะลดหรือตั้งซ่อมตาม ม.116 ในเมื่อได้ใช้บังคับรัฐธรรมนูญนี้ไปแล้ว 5 ปี ถ้ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดใดได้รับการศึกษาอบรมจบชั้นประถมศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในจังหวัดนั้นก็ให้ส.ส.ประเภทที่ 2 ออกจากตำแหน่งมีจำนวนเท่าจำนวนส.ส.ที่มีการเลือกตั้งในจังหวัดนั้นหรือในระหว่างที่มีส.ส.ประเภท 2 ตามมาตรานี้ ถ้าตำแหน่งส.ส.ประเภท2 ว่างลงโดยมิใช่การออกตามความดั่งกล่าวข้างต้น ก็ให้มีการตั้งซ่อมได้เท่าจำนวนตำแหน่งที่ว่าง
คำว่า'มิได้เป็นไปโดยชอบ' ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งฯ มาตรา 60นั้นจะเป็นด้วยเหตุประการใดๆก็ได้ เช่นมิชอบด้วยข้อเท็จจริง มิชอบด้วยข้อกฎหมายก็นับว่าอยู่ในข่ายของคำว่าการเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยชอบทั้งสิ้น
ผู้เลือกตั้งมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อเห็นว่าการเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยชอบ
คำว่า'ในวาระเริ่มแรกภายในระยะเวลา 10 ปี'ในรัฐธรรมนูญ ม.115เมื่อพิจารณาประกอบกับ ม.45,46,47 แล้วมีความหมายว่าให้มี ส.ส.2 ประเภทจำนวนเท่ากันในวาระเริ่มแรกหาใช่ว่าต้องมี 2 ประเภทเท่ากันตลอดไปภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
ส.ส.ประเภท 2 ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งขึ้นไว้แล้ว 123 คนในวันใช้บังคับรัฐธรรมนูญนั้นเป็นจำนวนตายตัวไม่มีบัญญัติให้เพิ่มหรือลดลงได้ นอกจากจะลดหรือตั้งซ่อมตาม ม.116 ในเมื่อได้ใช้บังคับรัฐธรรมนูญนี้ไปแล้ว 5 ปี ถ้ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดใดได้รับการศึกษาอบรมจบชั้นประถมศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในจังหวัดนั้นก็ให้ส.ส.ประเภทที่ 2 ออกจากตำแหน่งมีจำนวนเท่าจำนวนส.ส.ที่มีการเลือกตั้งในจังหวัดนั้นหรือในระหว่างที่มีส.ส.ประเภท 2 ตามมาตรานี้ ถ้าตำแหน่งส.ส.ประเภท2 ว่างลงโดยมิใช่การออกตามความดั่งกล่าวข้างต้น ก็ให้มีการตั้งซ่อมได้เท่าจำนวนตำแหน่งที่ว่าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 843-848/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการพิจารณาคัดค้านการเลือกตั้ง และจำนวนสมาชิกประเภทที่ 1 กับ 2 ที่ไม่จำต้องเท่ากันตลอดระยะเวลา
สมาชิกประเภท 1 ต้องมีจำนวนเท่ากับประเภท 2 เฉพาะในระยะเวลาเริ่มแรกเท่านั้นไม่ใช่ต้องเท่ากันไปทั้งสิบปี สมาชิกประเภท 2 จะตั้งเพิ่มจากจำนวนเริ่มแรกก็ไม่ได้ลดก็ไม่ได้ เว้นแต่จะเข้าตามรัฐธรรมนูญ ม.116 ส่วนสมาชิกประเภทที่ 1 ย่อมต้องมีจำนวน เป็นไปตาม ก.ม.เลือกตั้ง
การร้องคัดค้านการเลือกตั้งนั้นศาลมีอำนาจพิจารณาได้ตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง ม.60, 61 รัฐธรรมนูญ ม.99 113,114
ผู้เลือกตั้งย่อมมีสิทธิร้องคัดค้านการเลือกตั้งได้เพราะเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายทางศาล.
การร้องคัดค้านการเลือกตั้งนั้นศาลมีอำนาจพิจารณาได้ตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง ม.60, 61 รัฐธรรมนูญ ม.99 113,114
ผู้เลือกตั้งย่อมมีสิทธิร้องคัดค้านการเลือกตั้งได้เพราะเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายทางศาล.