พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,546 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 948/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฉ้อโกงจากการหลอกลวงซื้อขายที่ดิน: เจตนาทุจริตและผลกระทบต่อผู้เสียหาย
เดิมผู้เสียหายได้รับซื้อฝากที่ดินไว้จากจำเลย ครบกำหนดไถ่จำเลยไม่ไถ่ปรากฏว่าที่ดินดังกล่าวเป็นคนละแปลงกับที่จำเลยนำชี้ผู้เสียหายจึงร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยจำเลยขอผัดว่าจะไถ่ภายใน 1 เดือน แล้วบอกผู้เสียหายว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อที่ดินไว้แปลงหนึ่ง ได้วางมัดจำไว้ด้วย แล้วพาผู้เสียหายไปดู โดยนำชี้ว่าที่ดินอยู่ติดโรงเรียนความจริงที่ดินตามโฉนดนั้นอยู่ห่างจากที่จำเลยชี้ถึง 6 กิโลเมตร และมีราคาต่ำต่อจากนั้นจำเลยได้นำผู้เสียหายไปสอบถามผู้รับจำนองที่ดินตามโฉนดนั้นผู้รับจำนองก็รับสมอ้างว่าเคยเห็นที่ดินอยู่หลังโรงเรียนและมีราคาสูง พฤติการณ์ของจำเลยเป็นการวางแผนหลอกลวงผู้เสียหายเป็นขั้นๆ เพื่อให้หลงเชื่อว่าที่ดินที่จะซื้อมีราคาสูงเป็นเหตุให้ผู้เสียหายทำสัญญาซื้อขายอันเป็นเอกสารสิทธิกับเจ้าของที่ดิน โดยจำเลยได้เงินส่วนที่เกินกว่าราคาที่แท้จริงไปการกระทำของจำเลยกับพวกเป็นการกระทำโดยทุจริต เป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับบุคคลภายนอกคดีและการแสดงสิทธิในที่ดิน กรณีประทานบัตรทับซ้อน
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยกันที่ดินของโจทก์ออกจากเขตประทานบัตร โดยให้ทรัพยากรธรณีจังหวัดตะกั่วป่าเป็นผู้ทำการรังวัดเช่นนี้เป็นการขอให้บังคับบุคคลภายนอก ซึ่งไม่ใช่คู่ความในคดีศาลไม่อาจบังคับให้ได้ แต่ที่โจทก์ขอมาเช่นนั้นก็เพื่อขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์และแสดงว่าจำเลยไม่มีสิทธิในประทานบัตรในส่วนที่ออกทับที่ดินของโจทก์ ศาลจึงพิพากษาคดีไปดังนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 881/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิใช้ทางจำเป็น: ผู้ใช้ทางฟ้องเปิดทางได้ แม้ยังไม่ชำระค่าทดแทน
ผู้ใช้ทางจำเป็นผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่ต้องใช้ค่าทดแทน แต่เมื่อเจ้าของที่ดินที่ทางผ่านยังไม่เรียกร้องผู้ใช้ทางก็ฟ้องให้เปิดทางได้ โดยไม่ต้องเสนอใช้ค่าทดแทนก่อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2518 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดิน: เหตุสุดวิสัยจากการออกโฉนดล่าช้า ไม่ถือเป็นผิดสัญญา
สัญญาจะซื้อขายที่ดินมีข้อตกลงว่า ผู้ขายมีหน้าที่ไปจัดการขอรับมรดกเจ้าของที่ดินเดิมและดำเนินการออกโฉนดจนสามารถทำสัญญาขายเสร็จเด็ดขาดให้ผู้ซื้อได้ภายใน 15 เดือน ถ้าผู้ขายผิดสัญญา ผู้ขายยอมใช้ค่าเสียหายให้ผู้ซื้อ เมื่อผู้ขายได้ยื่นคำขอรับมรดกแล้วแต่เจ้าพนักงานที่ดินไม่สามารถทำการรังวัดออกโฉนดให้ทันภายในกำหนด เหตุแห่งการออกโฉนดล่าช้าจึงไม่ใช่เป็นความผิดของฝ่ายผู้ขาย เป็นพฤติการณ์ที่เกิดจากบุคคลภายนอกที่มาเป็น เหตุให้การชำระหนี้ของผู้ขายไม่ทันตามกำหนด ผู้ขายจึงมิได้ตกเป็นผู้ผิดนัดและประพฤติผิดสัญญา ผู้ซื้อไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากผู้ขาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่ดิน: เหตุสุดวิสัยจากการดำเนินการออกโฉนดล่าช้า ทำให้ผู้ขายไม่ต้องรับผิดค่าเสียหาย
สัญญาจะซื้อขายที่ดินมีข้อตกลงว่า ผู้ขายมีหน้าที่ไปจัดการขอรับมรดกเจ้าของที่ดินเดิมและดำเนินการออกโฉนดจนสามารถทำสัญญาขายเสร็จเด็ดขาดให้ผู้ซื้อได้ภายใน 15 เดือนถ้าผู้ขายผิดสัญญา ผู้ขายยอมใช้ค่าเสียหายให้ผู้ซื้อ เมื่อผู้ขายได้ยื่นคำขอรับมรดกแล้วแต่เจ้าพนักงานที่ดินไม่สามารถทำการรังวัดออกโฉนดให้ทันภายในกำหนดเหตุแห่งการออกโฉนดล่าช้านี้จึงไม่ใช่เป็นความผิดของฝ่ายผู้ขายเป็นพฤติการณ์ที่เกิดจากบุคคลภายนอกที่มาเป็นเหตุให้การชำระหนี้ของผู้ขายไม่ทันตามกำหนด ผู้ขายจึงมิได้ตกเป็นผู้ผิดนัดและประพฤติผิดสัญญา ผู้ซื้อไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากผู้ขาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2518 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: ที่ดินต่างเลขที่ถือเป็นคนละแปลง แม้ฟ้องขอให้โอนที่ดินแปลงเดียวกันก่อนหน้านี้
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ จำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำวันนัดสืบพยานโจทก์ คู่ความแถลงรับว่าโจทก์ฟ้องจำเลยให้โอนที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 24 หมู่ที่ 12 ตำบลเมือง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย มาครั้งหนึ่งตามสำนวนคดีแพ่งแดงที่ 74/2515 ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี และมาฟ้องคดีนี้เพื่อให้จำเลยโอนที่ดินตามหนังสือ น.ส.3 เลขที่ 224 หมู่ที่ 12 ตำบลเมือง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย แล้วคู่ความต่างแถลงไม่สืบพยานโดยท้ากันขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาว่าคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ ดังนี้คำแถลงรับของคู่ความดังกล่าวไม่มีข้อเท็จจริงอย่างใดที่จะให้ฟังว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน คดีของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำโจทก์ย่อมชนะคดีตามคำท้า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: ที่ดินต่างเลขที่ถือเป็นคนละแปลง แม้มีที่ตั้งเดียวกัน คดีจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ จำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำวันนัดสืบพยานโจทก์ คู่ความแถลงรับว่าโจทก์ฟ้องจำเลยให้โอนที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 24 หมู่ที่ 12 ตำบลเมือง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย มาครั้งหนึ่งตามสำนวนคดีแพ่งแดงที่ 74/2515 ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี และมาฟ้องคดีนี้เพื่อให้จำเลยโอนที่ดินตามหนังสือ น.ส.3 เลขที่ 224 หมู่ที่ 12 ตำบลเมืองอำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย แล้วคู่ความต่างแถลงไม่สืบพยานโดยท้ากันขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาว่าคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ ดังนี้ คำแถลงรับของคู่ความดังกล่าวไม่มีข้อเท็จจริงอย่างใดที่จะให้ฟังว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน คดีของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ โจทก์ย่อมชนะคดีตามคำท้า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 648/2518 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิทำเหมืองแร่ vs. สิทธิครอบครองที่ดิน: ประทานบัตรไม่สร้างสิทธิในที่ดิน การครอบครองโดยชอบธรรมมีน้ำหนักกว่า
ประทานบัตรที่โจทก์มีอยู่เดิมนั้นออกโดยพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ พ.ศ.2461 ซึ่งมาตรา 51 บัญญัติว่า ประทานบัตรทำเหมืองแร่ไม่ได้ให้อำนาจแก่ผู้ถือประทานบัตรหวงห้าม หรือถือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดินในเขตที่ได้รับอนุญาตให้ทำเหมืองแร่นั้นเลย คงเพียงให้ขุดล้างแร่ได้เท่านั้น แม้โจทก์จะเคยได้รับอนุญาตให้ทำเหมืองแร่ในเขตที่ดินอันรวมถึงที่พิพาทด้วย แต่โจทก์ยื่นคำขอต่ออายุเกินกำหนดตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรณีจึงสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุ และแนะนำให้โจทก์ยื่นขอประทานบัตรใหม่ การขอประทานบัตรใหม่โดยยังมิได้รับประทานบัตรนั้น โจทก์ยังไม่มีสิทธิใด ๆ ในที่พิพาท เท่ากับโจทก์ยื่นเรื่องราวขออนุญาตทำเหมืองแร่ใหม่เหมือนบุคคลทั่ว ๆ ไป เมื่อได้ความว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่จำเลยได้มาโดยการจับจองเมื่อ พ.ศ.2492 ได้รับใบเหยียบย่ำเมื่อ พ.ศ.2493 จำเลยได้แจ้งการครอบครองและทางการได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้จำเลยแล้ว จำเลยได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาทุกปี ปลูกข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา กรีดน้ำยางได้มา 10 ปีเศษแล้ว ดังนี้ จำเลยย่อมมีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าโจทก์ และย่อมมีสิทธิคัดค้านต่อเจ้าหน้าที่ว่าประทานบัตรที่โจทก์ขอใหม่นั้นทับที่ของจำเลยซึ่งครอบครองและมี น.ส.3 แล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้ห้ามจำเลยและขอให้จำเลยถอนคำคัดค้านนั้น
(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1889/2514 และที่ 1890/2514)
(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1889/2514 และที่ 1890/2514)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 648/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิทำเหมืองแร่ vs. สิทธิครอบครองที่ดิน: ประทานบัตรไม่สร้างสิทธิในที่ดิน การต่ออายุประทานบัตรล่าช้าทำให้สิทธิทำเหมืองแร่สิ้นสุด
ประทานบัตรที่โจทก์มีอยู่เดิมนั้นออกโดยพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ พ.ศ.2461 ซึ่งมาตรา 51 บัญญัติว่าประทานบัตรทำเหมืองแร่ไม่ได้ให้อำนาจแก่ผู้ถือประทานบัตรหวงห้าม หรือถือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดินในเขตที่ได้รับอนุญาตให้ทำเหมืองแร่นั้นเลยคงเพียงให้ขุดล้างแร่ได้เท่านั้นแม้โจทก์จะเคยได้รับอนุญาตให้ทำเหมืองแร่ในเขตที่ดินอันรวมถึงที่พิพาทด้วยแต่โจทก์ยื่นคำขอต่ออายุเกินกำหนดตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรณีจึงสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุ และแนะนำให้โจทก์ยื่นขอประทานบัตรใหม่ การขอประทานบัตรใหม่โดยยังมิได้รับประทานบัตรนั้น โจทก์ยังไม่มีสิทธิใดๆ ในที่พิพาทเท่ากับโจทก์ยื่นเรื่องราวขออนุญาตทำเหมืองแร่ใหม่เหมือนบุคคลทั่วๆ ไปเมื่อได้ความว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่จำเลยได้มาโดยการจับจองเมื่อ พ.ศ.2492 ได้รับใบเหยียบย่ำเมื่อ พ.ศ.2493 จำเลยได้แจ้งการครอบครองและทางการได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้จำเลยแล้ว จำเลยได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาทุกปีปลูกข้าว มันสำปะหลังและยางพารา กรีดน้ำยางได้มา 10 ปีเศษแล้วดังนี้จำเลยย่อมมีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าโจทก์ และย่อมมีสิทธิคัดค้านต่อเจ้าหน้าที่ว่าประทานบัตรที่โจทก์ขอใหม่นั้นทับที่ของจำเลยซึ่งครอบครองและมี น.ส.3 แล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้ห้ามจำเลยและขอให้จำเลยถอนคำคัดค้านนั้น(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1889/2514 และที่ 1890/2514)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 640/2518
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระหนี้ด้วยการสละการครอบครองที่ดิน: ราคาตลาดและผลของการระงับหนี้
กู้เงินแล้วผู้กู้ทำหนังสือสละการครอบครองที่ดินมือเปล่าให้เป็นการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนดใช้เงินแล้ว ผู้ให้กู้ตกลงยอมรับ ผู้ให้กู้เข้าครอบครองได้ทันที ถือเป็นการชำระหนี้ คิดราคาท้องตลาดเท่ากับจำนวนหนี้ตามมาตรา 656 หนี้ระงับตามมาตรา 321