คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ศาล

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,640 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1210/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดสืบพยานและการใช้ดุลยพินิจของศาล: การโต้แย้งคำสั่งศาลต้องชัดเจนถึงความไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ในฎีกาโจทก์มิได้อ้างโดยแจ้งชัดว่าตามที่ศาลล่างสั่งงดสืบพยานโจทก์นั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใด เมื่อตามเหตุผลที่ศาลล่างทั้งสองยกขึ้นอ้างและตามฎีกาที่โจทก์โต้แย้งขึ้นมานั้น เป็นเรื่องการใช้ดุลยพินิจว่าสมควรอนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีหรือไม่ เช่นนี้ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 219.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1210/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดสืบพยานและการใช้ดุลพินิจของศาล ศาลฎีกายกคำร้องเนื่องจากโจทก์มิได้โต้แย้งความชอบด้วยกฎหมายของการงดสืบพยาน
ในฎีกาโจทก์มิได้อ้างโดยแจ้งชัดว่าตามที่ศาลล่างสั่งงดสืบพยานโจทก์นั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายประการใดเมื่อตามเหตุผลที่ศาลล่างทั้งสองยกขึ้นอ้างและตามฎีกาที่โจทก์โต้แย้งขึ้นมานั้นเป็นเรื่องการใช้ดุลพินิจว่าสมควรอนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีหรือไม่เช่นนี้ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา219

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การห้ามชั่วคราวโดยมิได้รับสำเนาคำร้อง หากอีกฝ่ายทราบและแถลงคัดค้านในศาล ถือว่าได้รับแจ้งแล้ว
ในคดีที่มีคำร้องขอให้ห้ามชั่วคราวตาม ม.256 แม้อีกฝ่ายไม่ได้รับสำเนาคำร้องแต่เมื่อได้ทราบคำร้องนั้น ถึงกับได้มาแถลงในคราวศาลนัดพร้อมแล้ว มีผลเท่ากัน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอห้ามชั่วคราว แม้ไม่ได้รับสำเนาคำร้อง หากทราบและแถลงคัดค้านในศาลก็มีผลเท่ากัน
ในคดีที่มีคำร้องขอให้ห้ามชั่วคราวตาม ม.256 แม้อีกฝ่ายไม่ได้รับสำเนาคำร้องแต่เมื่อได้ทราบคำร้องนั้นถึงกับได้มาแถลงในคราวศาลนัดพร้อมแล้ว มีผลเท่ากัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1013/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิฟ้องร้องกรณีถูกประเมินภาษีซ้ำซ้อน แม้มีการอุทธรณ์ต่อผู้ว่าฯ แล้ว ยังมีสิทธิฟ้องต่อศาลได้
การที่จำเลยไปประเมินที่ที่โจทก์วางหมูขายว่าเป็นที่ที่ควรเสียภาษีและกำหนดให้โจทก์ไปเสียภาษีโจทก์เห็นว่าที่นั้นไม่ควรเสียภาษีเพราะไม่ใช่ที่ประกอบการค้า จึงอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งยกอุทธรณ์ของโจทก์เสียโจทก์มีสิทธิ์ที่จะมาฟ้องจำเลยให้งดเก็บภาษีต่อศาลอีกได้การอุทธรณ์ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นวิธีการเบื้องต้นไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะมาฟ้องจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจ่ายสินบนนำจับต้องมีคำขอชัดเจนจากอัยการ หากไม่มี ศาลไม่จำเป็นต้องบังคับให้จำเลยจ่าย
ในเรื่องเงินค่าสินบนนำจับนี้เมื่อมิได้มีคำขอมาด้วยโดยแจ้งชัดเป็นแต่เพียงบรรยายฟ้องมาลอย ๆ ว่ามีผู้ขอรับค่าสินบนนำจับ จะประสงค์อย่างไรมิได้ว่าไว้ดังนี้ ก็ชอบที่ศาลจะไม่ให้จำเลยจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสละที่ดินเพื่อสร้างมหาวิทยาลัย และผลของการไม่สร้างตามข้อตกลง ศาลต้องฟังพยานหลักฐานเพิ่มเติม
โจทก์อ้างว่าที่พิพาทหนี้จำเลยที่ 1 สละสิทธิยกให้แก่ทางราชการเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดตั้งมหาวิทยาลัย แต่จำเลยที่ 1 โต้เถียงว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ตกลงกันว่าถ้าทางราชการได้สร้างมหาวิทยาลัยขึ้นโดยแท้จริงแล้วจำเลยที่ 1 ยอมยกที่พิพาทให้เปล่าโดยไม่คิดมูลค่า และจะได้ทำนิติกรรมต่อคณะกรรมการอำเภอเจ้าของท้องที่ให้เป็นการถูกต้องภายหลัง แต่ก็หาได้สร้างมหาวิทยาลัยขึ้นไม่ เช่นนี้ถือว่าข้อเท็จจริงในคดีนี้ยังฟังเป็นยุติไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้สละสิทธิยกที่พิพาทให้แก่ทางราชการเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับตั้งมหาวิทยาลัย จึงจำเป็นจะต้องฟังหลักฐานพยานต่อไปจนสิ้นกระแสร์ความ ศาลจะสั่งงดสืบพยานเสียยังไม่ชอบ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 714/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การส่งสำเนาอุทธรณ์และการทิ้งฟ้อง: ศาลต้องกำหนดเวลาชัดเจน การส่งสำเนาอุทธรณ์ต่างจากหมายเรียก
โจทก์แพ้คดีศาลชั้นต้นโจทก์จึงอุทธรณ์ศาลชั้นต้นสั่งแต่เพียงว่า'รับอุทธรณ์โจทก์ สำเนาให้จำเลย' ดังนี้เมื่อศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ว่าจะให้โจทก์มารับสำเนาไปส่งแก่จำเลยภายในเวลาเท่าใดเมื่อโจทก์มาขอรับสำเนาอุทธรณ์ไปส่งให้แก่จำเลยหลังจากฟ้องอุทธรณ์แล้วเป็นเวลา 27 วันเช่นนี้ก็ตามก็ยังเรียกไม่ได้ว่าโจทก์ทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา174(2) เพราะศาลชั้นต้นยังไม่ได้กำหนดวันให้โจทก์มานำสำเนาอุทธรณ์ส่งให้แก่จำเลยไว้
การส่งหมายเรียกไม่เหมือนกับการส่งสำเนาอุทธรณ์
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา174(1) กำหนดระยะเวลา 15 วันไว้ตายตัวว่าโจทก์มีหน้าที่จะต้องส่งหมายเรียกให้จำเลยมาแก้คดีไม่เหมือนมาตรา174(2) ซึ่งให้ศาลเป็นผู้กำหนดเวลาตามสมควร(ฎีกาที่ 798/2498)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 700/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้คดีอาญาเรื่องทำร้ายร่างกาย ศาลฎีกาไม่รับฎีกาเมื่อเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง
การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายโดยทางป้องกันพอสมควรแก่เหตุเช่นนี้โจทก์จะฎีกาว่าเป็นการกระทำเกินสมควรแก่เหตุก็เป็นการคัดค้านในข้อเท็จจริงต้องห้าม (อ้างฎีกาที่ 931/2494)
เมื่อศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยใช้ขวดทำร้ายผู้เสียหาย และศาลอุทธรณ์อาศัยหลักฐานในสำนวนวินิจฉัยต่อไปแต่ไม่ฟังว่าบาดแผลที่หน้าแข้งของผู้เสียหายเกิดจากการกระทำของจำเลยดังนี้หาใช่เป็นการฟังข้อเท็จจริงนอกเหนือตรงกันข้ามกับหลักฐานไม่แต่เป็นข้อเท็จจริงโจทก์จะฎีกาหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้ดุลพินิจยกโทษปรับในคดีฝิ่น: ศาลสามารถยกโทษปรับได้หากเห็นสมควร แม้กฎหมายฝิ่นไม่ได้บัญญัติไว้
พระราชบัญญัติฝิ่นไม่ได้บัญญัติเรื่องการยกโทษปรับดังที่บัญญัติไว้ในกฎหมายอาญา มาตรา 23 ให้เป็นกรณีพิเศษฉะนั้นเมื่อเห็นสมควรศาลย่อมยก มาตรา 23 มาใช้แก่กรณีที่มีการลงโทษทั้งจำคุกและปรับตาม พระราชบัญญัติฝิ่นได้
of 364