คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
รายละเอียด

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 343 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องเคลือบคลุม: จำเลยต้องรับผิดต่อการยักยอกเงินหรือไม่ เมื่อโจทก์ไม่ได้ระบุรายละเอียดการบกพร่องหน้าที่
โจทก์บรรยายฟ้องว่า "จำเลยมิได้ตั้งใจปฏิบัติราชการให้เป็นไปด้วยดี เว้นการอันควรปฏิบัติตามหน้าที่และมิได้ดำเนินการตามระเบียบแบบแผนของกรมไปรษณีย์ ผู้ซึ่งเป็นนายจ้างได้วางไว้ เพื่อปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บและรักษาเงินรายได้ของรัฐบาลดังกล่าวแล้วเป็นเหตุให้นายนัดนายไปรษณีย์ จังหวัดระนองทำการทุจริตยักยอกเงินไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียเพราะการกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวแล้วข้างต้น ฯลฯ" ทั้งคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายไว้ในตอนใดเลยว่าจำเลยได้กระทำอย่างไรอันเป็นการบกพร่องต่อหน้าที่จึงเป็นเหตุให้นายไปรษณีย์ยักยอกเอาเงินไปได้ถือว่าฟ้องโจทก์ไม่มีประเด็นที่จำเลยจะต่อสู้คดีให้ถูกต้องได้เป็นฟ้องเคลือบคลุม.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2145/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อหาต่างกับข้อเท็จจริง การฟ้องต้องระบุรายละเอียดตรงกับความผิดที่เกิดขึ้น
ฟ้องว่าจำเลยยิง ก.ตายโดยเจตนา ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเจตนายิง ข. แต่พลาดไปถูก ก. ตายเช่นนี้ ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง ถ้าโจทก์ประสงค์จะให้ศาลลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.44 ก็ต้องบรรยายลงไว้ในฟ้องให้ชัดเจน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1664/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีอาญาต้องระบุรายละเอียดการกระทำผิดให้ชัดเจน แม้จำเลยรับสารภาพ หากฟ้องไม่สมบูรณ์ ศาลต้องยกฟ้อง
ฟ้องว่าจำเลยตัดไม้หวงห้ามประเภท ก. แต่ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าตัดไม้ในที่หวงห้ามซึ่งทางการได้ประกาศตาม ก.ม.แล้วเช่นนี้เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์
(ประชุมใหญ่คครั้งที่ 4/2499)
ฟ้องไม่สมบูรณ์นั้นแม้จำเลยจะรับสารภาพก็ลงโทษไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 836-837/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องเคลือบคลุม - ขาดรายละเอียดการกระทำผิด ทำให้จำเลยไม่สามารถแก้ข้อกล่าวหาได้ และการครอบครองที่ดินตามใบเหยียบย่ำ
ฟ้องกล่าวว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โดยได้รับใบเหยียบย่ำมา ได้แผ้วถางแล้ว 9-10 ไร่ จำเลยเข้ามาขัดขวางแย่งชิงว่าเป็นของจำเลยทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ห้ามมิได้กล่าวอ้างว่าจำเลยแย่งชิง เข้าทำหรือกระทำการขัดขวางโดยมิชอบด้วยกฎหมายประการใดอีกทั้งวันเดือนปีที่จำเลยขัดขวางก็มิได้ปรากฏ ไม่มีทางที่จำเลยจะรู้ได้ว่าตนถูกกล่าวหาด้วยกระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมายอย่างไรและเหตุเกิดเมื่อใด ยากที่จะแก้ข้อหาของโจทก์ได้ถูกต้อง ฟ้องเช่นนี้ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา172 เป็นฟ้องเคลือบคลุม
เพียงแต่ปลูกต้นสาคูลงในลำห้วย ยังไม่เป็นการครอบครองที่ป่าตามใบเหยียบย่ำ จะฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกไม่ได้ แต่เรียกค่าเสียหายที่ตัดต้นสาคูได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1998/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฆ่าโดยเจตนาและพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมาย ไม่ต้องบรรยายรายละเอียดในฟ้อง
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยเจตนาโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายเท่านั้นก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.250 ได้แล้ว ไม่จำต้องบรรยายรายละเอียดว่าจำเลยได้กระทำโดยความพยายามด้วยความพยาบาทอย่างไร
จำเลยไปคอยดักยิงผู้ตายระหว่างทางโดยมีสาเหตุกันอยู่ครั้งแรกยิงผู้ตายไม่ได้แล้วยังพยายามตามไปยิงอีกจนตาย ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นผิด ก.ม.อาญา ม.250

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องเคลือบคลุมทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี แม้โจทก์มีข้อมูลรายละเอียด
โจทย์ฟ้องหาว่า จำเลยยักยอกเงินของบริษัทหลายครั้ง เป็นจำนวนเงินจำนวนหนึ่ง ในระหว่างเวลาประมาณ 3 เดือน ขอให้ลงโทษ โดยมิได้บรรยายให้แจ้งชัดว่ายักยอกเงินรายไหน ประเภทใดทั้งที่โจทก์รู้รายการละเอียดเหล่านั้นในสำนวนการสอบสวนอยู่ดีแล้ว ดังนี้ ได้ชื่อว่าฟ้องเคลือบคลุม จะลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความสมบูรณ์ของฟ้องคดีอาญา: การระบุรายละเอียดการกระทำผิดและเจตนาของผู้ต้องหา
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยยักยอก โดยระบุวันเวลาที่จำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์จากเจ้าทุกข์ เพื่อนำไปขาย ถ้าขายได้หรือขายไม่ได้ ก็จะนำทรัพย์เหล่านั้นและเงินค่าขายมาส่งคืนภายใน 10 วัน ได้ระบุวันที่จะคืนด้วย แล้วบรรยายต่อไปว่า จำเลยได้รับทรัพย์ไปแล้วไม่นำมาส่งให้เจ้าทุกข์ตามกำหนด จำเลยกลับบังอาจมีเจตนาทุจริต ยักยอกเอาทรัพย์ดังกล่าวไว้ เจ้าทุกข์ทราบเหตุการณ์ในวันครบกำหนด จึงได้ร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานนำคดีขึ้นว่ากล่าวไปนั้นดังนี้ ถือได้ว่าเป็นฟ้องที่กล่าวถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่า จำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลา ฯลฯ พอสมควรให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีเป็นฟ้องอันถูกต้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 999/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องยักยอกทรัพย์ต้องระบุรายละเอียดชัดเจน และการหลอกลวงขายของเป็นความผิดตามกฎหมาย
ฟ้องหาว่า จำเลยยักยอกทรัพย์ แต่มิได้ระบุวันเวลาที่กล่าวหา เป็นแต่ระบุเดือนปีที่กล่าวหาทั้งเดือน และไม่ได้บรรยายด้วยว่าจำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลรักษาหรือเก็บรักษาทรัพย์หรือจัดการทรัพย์อย่างใดๆ นั้นศาลย่อมไม่รับพิจารณาข้อหาฐานยักยอกทรัพย์
ฟ้องหาว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวงโจทก์ว่าจำเลยเป็นเจ้าของตู้เย็น ขอขายให้โจทก์ โจทก์หลงเชื่อรับซื้อไว้ ดังนี้ แม้จะมิได้กล่าวว่าหลงเชื่อว่าอย่างไรก็พอเข้าใจได้ว่าหลงเชื่อว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยตามที่ใช้อุบายหลอกลวงนั้น คำว่าใช้อุบายหลอกลวงว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ก็พอเข้าใจได้ว่า จำเลยเอาความเท็จมากล่าวว่าเป็นของจำเลย และเมื่อพิจารณาประกอบฟ้องอีกข้อหนึ่ง ที่ว่าโจทก์ไปที่ร้านค้าจำเลย ปรากฏว่าสิ่งของทั้งหมดไม่มีอยู่ในร้าน ถามจำเลยจำเลยว่าของเหล่านี้เดิมจำเลยเช่ามาจากเจ้าของ เจ้าของเอาไปหมดแล้ว เป็นการแสดงว่า ของที่กล่าวไม่ใช่ของจำเลย แต่จำเลยใช้อุบายหลอกลวงว่าเป็นของจำเลย และขายให้โจทก์ จึงเป็นฟ้องที่ศาลควรรับฟ้องไว้พิจารณาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304 ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำให้การที่ไม่ชัดเจน ไม่ระบุรายละเอียดการไม่ปฏิบัติตามสัญญา ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิอ้างเหตุนั้นในการต่อสู้คดี
โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างเหมาทำของจากจำเลยๆให้การปฏิเสธต่อสู้ว่า โจทก์ทำการไม่ถูกต้องครบถ้วนตามข้อสัญยา รายการและแผนผังหลายประการและทำการยังไม่เสร็จสิ้นตามสัญญานั้น เป็นคำกล่าวอ้างที่ไม่อาจรู้ได้ว่า โจทก์ทำการไม่ถูกต้องอย่างไร และทำการยังไม่เสร็จสิ้นอย่างไรบ้าง จึงเป็นคำให้การที่มิได้ต่อสู้คดีให้ชัดแจ้งตามที่กฎหมายบังคับไว้ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 177 ฉะนั้นจำเลยจึงไม่มีประเด็นจำนำสืบตามคำให้การนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 256/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องผิดสัญญาเช่าช่วง: ประเด็นข้อฟ้องเพียงพอแล้ว แม้ไม่มีรายละเอียดครบถ้วน
โจทก์กล่าวฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาเช่าโดยเอาบ้านของโจทก์แบ่งให้บุคคลอื่นเช่าช่วงหลายครอบครัว ดังนี้ แม้จะไม่ระบุชื่อผู้เช่าช่วงเช่าแต่เมื่อใด เป็นระยะเวลาเท่าไรเป็นเงินเท่าใด เหล่านี้ก็เป็นการเพียงพอให้จำเลยรู้ประเด็นข้อฟ้องได้ดีแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
of 35