พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,640 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 972/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแบ่งทรัพย์สินร่วม (ที่ดิน) โดยศาลเมื่อตกลงกันไม่ได้ ศาลมีอำนาจแบ่งตามส่วนโดยมิชักช้า
ที่ดินหลายโฉนดแต่ติดต่อเป็นผืนเดียวกัน แต่ละโฉนดเป็นของเจ้าของร่วมสองคนเมื่อศาลเห็นว่าการแบ่งที่ดินอาจทำได้โดยไม่เสียหายศาลอาจสั่งให้แบ่งให้เจ้าของร่วมคนหนึ่งได้ที่ดินโฉนดหนึ่งทั้งโฉนด และให้อีกคนหนึ่งได้อีกสองโฉนดก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 950/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การงดเว้นการตรวจสถานที่เกิดเหตุของศาล: ศาลฎีกาตัดสินว่าการพิจารณาเรื่องการตรวจสถานที่เกิดเหตุเป็นอำนาจในการวินิจฉัยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อกฎหมาย
เกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุโจทก์ว่าเกิดที่แห่งหนึ่ง จำเลยว่าเกิดที่อีกแห่งหนึ่ง จำเลยจึงขอร้องให้ศาลไปเผชิญสืบศาลชั้นต้นสั่งว่าข้อเท็จจริงในสำนวนของทั้งสองฝ่ายเป็นการที่ศาลเข้าใจดีแล้วไม่จำเป็นต้องออกไปตรวจดูที่เกิดเหตุฉนั้นในข้อที่ศาลจะไปเผชิญสืบสถานที่เกิดเหตุหรือไม่นี้จึงเกี่ยวกับข้อเท็จจริงไม่ใช้ข้อ ก.ม. เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 2 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา ม. 218
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
โจทก์มีสิทธิฟ้องได้ทั้งละเมิดและผิดสัญญา ศาลมีหน้าที่ปรับบทกฎหมายให้เหมาะสมกับข้อเท็จจริง
เมื่อข้อหาของโจทก์เป็นเรื่องละเมิดหรือผิดสัญญาก.ม.ไม่ได้บังคับว่าโจทก์จะต้องเลือกฟ้องทางใดทางหนึ่งโจทก์เพียงบรรยายข้อเท็จจริงกับคำขอบังคับมาก็พอแล้ว ศาลก็มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยรับบท ก.ม.แก่คดีนั้นเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
โจทก์ฟ้องได้ทั้งละเมิดและผิดสัญญา ศาลปรับบทกฎหมายตามข้อเท็จจริง
เมื่อข้อหาของโจทก์อาจเป็นเรื่องละเมิดหรือผิดสัญญากฎหมาย ไม่ได้บังคับว่าโจทก์จะต้องเลือกฟ้องทางใดทางหนึ่ง โจทก์เพียงบรรยายข้อเท็จจริงกับคำขอบังคับมาก็พอแล้ว ศาลก็มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยปรับบทกฎหมายแก่คดีนั้นเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับอุทธรณ์แม้ทนายไม่มีอำนาจ แต่ภายหลังสัตยาบันและมอบอำนาจใหม่ ศาลมีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้
ทนายลงชื่อในอุทธรณ์โดยไม่ได้รับมอบอำนาจ ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นอุทธรณ์ ต่อมาเมื่อพ้นอายุอุทธรณ์แล้วตัวความจึงได้ให้สัตยาบันและยื่นใบแต่งทนายใหม่มอบให้ทนายมีอำนาจอุทธรณ์ได้ กรณีเช่นนี้ต้องด้วยวิ.แพ่ง ม. 27 เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลก็ย่อมสั่งให้คู่ความจัดการแก้ไขเสียใหม่ให้ถูกต้องได้ และเมื่อทนายได้ทำใ่บแต่ทนาย+ให้อุทธรณ์ได้ขึ้นใหม่ และสัตยาบัน+ยื่นอุทธรณ์ที่+ได้รับไว้แล้วนั้น ก็ชอบที่จะรับอุทธรณ์+ได้(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 13/2498)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวินิจฉัยข้อพิพาทเรื่องทางเดินต้องเป็นไปตามคำท้าของคู่ความ ศาลมิอาจนำเหตุอื่นมาวินิจฉัยได้
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางเดิน คู่ความท้ากันว่าให้ศาลไปตรวจดูที่พิพาทถ้าเห็นว่าที่พิพาทมีลักษณะและสภาพเป็นทางเดินมาก่อนหรือไม่ ? ถ้าเป็นจำเลยยอมแพ้ ถ้าไม่เป็น โจทก์ยอมแพ้
เมื่อศาลไปตรวจและบันทึกในรายงานกระบวนพิจารณาว่า "แนวทางเดินเท้าจากต้นมะลุมหมายอักษร ล.ในแผนที่กลางก็มาจบกับปลายทางเกวียน หมายอักษร ข." เพียงเท่านี้ไม่ชัดเจนพอจะเข้าใจได้ว่ามีลักษณะและสภาพเป็นทางคนเดินมาแต่ก่อนตรงกับที่คู่ความท้ากันไว้หรือไม่ ข.ฉนั้นการที่ศาลยกเอาเหตุอื่น ๆ (นอกจากเหตุที่ท้ากันไว้)มาวินิจฉัยประกอบ(บันทึกที่ไม่ชัดนั้น) เพื่อให้เห็นว่าคนซึ่งอยู่ในที่ดินของโจทก์ย่อมต้องใช้ทางนี้เป็นทางเข้าออกมาแต่เดิมด้วยแล้วบังคับให้จำเลยเปิดทางคนเดินนั้น เป็นเรื่องนอกคำท้าของคู่ความ เป็นการไม่ชอบ
เมื่อศาลไปตรวจและบันทึกในรายงานกระบวนพิจารณาว่า "แนวทางเดินเท้าจากต้นมะลุมหมายอักษร ล.ในแผนที่กลางก็มาจบกับปลายทางเกวียน หมายอักษร ข." เพียงเท่านี้ไม่ชัดเจนพอจะเข้าใจได้ว่ามีลักษณะและสภาพเป็นทางคนเดินมาแต่ก่อนตรงกับที่คู่ความท้ากันไว้หรือไม่ ข.ฉนั้นการที่ศาลยกเอาเหตุอื่น ๆ (นอกจากเหตุที่ท้ากันไว้)มาวินิจฉัยประกอบ(บันทึกที่ไม่ชัดนั้น) เพื่อให้เห็นว่าคนซึ่งอยู่ในที่ดินของโจทก์ย่อมต้องใช้ทางนี้เป็นทางเข้าออกมาแต่เดิมด้วยแล้วบังคับให้จำเลยเปิดทางคนเดินนั้น เป็นเรื่องนอกคำท้าของคู่ความ เป็นการไม่ชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวินิจฉัยคดีทางเดินต้องเป็นไปตามคำท้าของคู่ความ ศาลมิอาจใช้เหตุอื่นนอกเหนือจากที่ได้ท้ากันไว้
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางเดิน คู่ความท้ากันว่าให้ศาลไปตรวจดูที่พิพาทถ้าเห็นว่าที่พิพาทมีลักษณะและสภาพเป็นทางเดินมาก่อนหรือไม่ ถ้าเป็นจำเลยยอมแพ้ ถ้าไม่เป็นโจทก์ยอมแพ้
เมื่อศาลไปตรวจและบันทึกในรายงานกระบวนพิจารณาว่า"แนวทางเดินเท้าจากต้นมะลุมหมายอักษร ล. ในแผนที่กลางก็มาจบกับปลายทางเกวียนหมายอักษร ข." เพียงเท่านี้ไม่ชัดเจนพอจะเข้าใจได้ว่ามีลักษณะและสภาพเป็นทางคนเดินมาแต่ก่อนตรงกับที่คู่ความท้ากันไว้หรือไม่ ฉะนั้นการที่ศาลยกเอาเหตุอื่นๆ(นอกจากเหตุที่ท้ากันไว้)มาวินิจฉัยประกอบ(บันทึกที่ไม่ชัดนั้น)เพื่อให้เห็นว่าคนซึ่งอยู่ในที่ดินของโจทก์ย่อมต้องใช้ทางนี้เป็นทางเข้าออกมาแต่เดิมด้วยแล้วบังคับให้จำเลยเปิดทางคนเดินนั้น เป็นเรื่องนอกคำท้าของคู่ความ เป็นการไม่ชอบ
เมื่อศาลไปตรวจและบันทึกในรายงานกระบวนพิจารณาว่า"แนวทางเดินเท้าจากต้นมะลุมหมายอักษร ล. ในแผนที่กลางก็มาจบกับปลายทางเกวียนหมายอักษร ข." เพียงเท่านี้ไม่ชัดเจนพอจะเข้าใจได้ว่ามีลักษณะและสภาพเป็นทางคนเดินมาแต่ก่อนตรงกับที่คู่ความท้ากันไว้หรือไม่ ฉะนั้นการที่ศาลยกเอาเหตุอื่นๆ(นอกจากเหตุที่ท้ากันไว้)มาวินิจฉัยประกอบ(บันทึกที่ไม่ชัดนั้น)เพื่อให้เห็นว่าคนซึ่งอยู่ในที่ดินของโจทก์ย่อมต้องใช้ทางนี้เป็นทางเข้าออกมาแต่เดิมด้วยแล้วบังคับให้จำเลยเปิดทางคนเดินนั้น เป็นเรื่องนอกคำท้าของคู่ความ เป็นการไม่ชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจริบปืนเถื่อน: แม้ พ.ร.บ.อาวุธปืนไม่ได้บัญญัติเรื่องริบโดยตรง ศาลก็มีอำนาจริบได้ตามกฎหมายอาญา
ปืนเป็นศาตราวุธร้ายแรงสามารถทำให้ถึงตายหรือบาดเจ็บสาหัสได้ง่าย กฎหมายจึงห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองเว้นแต่จะได้รับอนุญาตและกำหนดให้ปืนทุกกระบอกต้องมีเครื่องหมายประจำปืน
เมื่อจำเลยมีปืนไว้ไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเครื่องหมายประจำอาวุธปืนก็มีความผิด ศาลมีอำนาจริบได้ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา28 อันเป็นแม่บทสำหรับการริบทรัพย์ซึ่งใช้ได้ทั่วไปในสรรพคดีตาม มาตรา11 เพราะพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ.2490 ก็มิได้มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น และการที่ พระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ.2490 มิได้บัญญัติเรื่องริบไว้ผิดกับ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ.2477นั้นก็ไม่กระทบกระเทือนถึงหลักใหญ่ในข้อกฎหมายอันเกี่ยวแก่การริบทรัพย์ตาม กฎหมายลักษณะอาญา ประการใดเลย
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2498)
เมื่อจำเลยมีปืนไว้ไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเครื่องหมายประจำอาวุธปืนก็มีความผิด ศาลมีอำนาจริบได้ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา28 อันเป็นแม่บทสำหรับการริบทรัพย์ซึ่งใช้ได้ทั่วไปในสรรพคดีตาม มาตรา11 เพราะพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ.2490 ก็มิได้มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น และการที่ พระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ.2490 มิได้บัญญัติเรื่องริบไว้ผิดกับ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ.2477นั้นก็ไม่กระทบกระเทือนถึงหลักใหญ่ในข้อกฎหมายอันเกี่ยวแก่การริบทรัพย์ตาม กฎหมายลักษณะอาญา ประการใดเลย
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2498)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำสั่งระหว่างพิจารณาคดี หากไม่โต้แย้งทันที จะไม่อุทธรณ์ฎีกาได้
เมื่อโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยไม่ขัดข้อง ศาลชั้นต้นยังไม่ได้สั่งอย่างไร โจทก์ก็ขอดำเนินคดีกับจำเลยต่อไป ศาลสั่งอนุญาต ประการหนึ่งและเมื่อโจทก์อีกคนหนึ่งทราบนัดแล้วไม่มาศาล แต่ศาลสั่งให้ดำเนินการพิจารณาต่อไป อีกประการหนึ่ง ต่างก็เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อคู่ความไม่เห็นด้วย และประสงค์จะอุทธรณ์ฎีกา จะต้องโต้แย้งไว้ตาม ป.วิ.แพ่ง ม. 226 มิฉะนั้น จะอุทธรณ์ฎีกาคัดค้านไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแย้งต้องมีข้อพิพาทเกิดขึ้นแล้ว ศาลไม่อนุญาตฟ้องแย้งเผื่อไว้
การเสนอคำฟ้องหรือคำฟ้องแย้งต่อศาลต้องมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นแล้วเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลตาม ก.ม.
การที่จำเลยให้การว่า การซื้อขายห้องพิพาท ระหว่างโจทก์กับเจ้าของเดิมเป็นการสมยอม โจทก์ไม่ใช่คู่สัญญา เมื่อศาลยังมิได้ชี้ขาด อย่างใดจำเลยจะมาฟ้องแย้งว่า แม้เจ้าของเดิมทำสัญญาซื้อขายห้องพิพาทกับโจทก์โดยชอบ สัญญาเช่าห้องพิพาทที่เจ้าของเดิมทำให้จำเลยย่อมติดตามมาอยู่กับโจทก์ จำเลยยังได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ฯ ขอให้บังคับโจทก์ยอมให้จำเลยเช่าต่อไปตามสัญญาเช่าเดิมดังนี้ไม่ได้
การที่จำเลยให้การว่า การซื้อขายห้องพิพาท ระหว่างโจทก์กับเจ้าของเดิมเป็นการสมยอม โจทก์ไม่ใช่คู่สัญญา เมื่อศาลยังมิได้ชี้ขาด อย่างใดจำเลยจะมาฟ้องแย้งว่า แม้เจ้าของเดิมทำสัญญาซื้อขายห้องพิพาทกับโจทก์โดยชอบ สัญญาเช่าห้องพิพาทที่เจ้าของเดิมทำให้จำเลยย่อมติดตามมาอยู่กับโจทก์ จำเลยยังได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ฯ ขอให้บังคับโจทก์ยอมให้จำเลยเช่าต่อไปตามสัญญาเช่าเดิมดังนี้ไม่ได้