พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,361 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสืบพยานเพื่อโต้แย้งความสมบูรณ์ของหนี้ตามสัญญา กู้ยืมเงินและการแก้ไข/ทำลายเอกสารตาม ป.วิ.แพ่ง ม.94
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกู้เงินไปตามหนังสือสัญญากู้ จำเลยสู้ว่าไม่ได้รับเงินตามเอกสารสัญญากู้เพราะเหตุโจทก์จะยอมให้จำเลยกู้เงินตามฟ้องได้ต่อเมื่อขายนาจำเลยจึงเซ็นนามไว้ในสัญญากู้ของโจทก์ก่อนแต่แล้วขายนาไม่ได้ ถือว่าจำเลยต่อสู้และจะขอสืบว่าหนี้ตามเอกสารสัญญากู้ไม่สมบูรณ์หรือเพื่อทำลายเอกสารนั้นและการสืบว่าหนี้ไม่สมบูรณ์นี้ถือว่าเป็นการสืบที่ทั้งแก้ไขและทำลายเอกสารเข้าอยู่ในวรรคท้ายแห่ง ม.94 วิ.แพ่ง โดยชัด เพราะการสืบทำลายนั้นย่อมต้องมีการแก้ไขอยู่ในตัว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1838/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงหักหนี้ค่าเช่ากับดอกเบี้ยกู้เป็นเหตุให้จำเลยไม่ผิดสัญญา
โจทก์เช่าที่ดินจำเลย 2 ปี ชำระค่าเช่าปีละครั้งและจำเลยกู้เงินโจทก์กำหนด 1 ปีข้อสัญญามีว่าจะชำระดอกเบี้ยทุกเดือน ยังไม่ครบ 1 ปีโจทก์ได้ฟ้องเรียกเงินกู้อ้างว่าจำเลยผิดสัญญาไม่ชำระดอกเบี้ยทุกเดือน จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยยังไม่ผิดสัญญาและนำสืบว่ามีสัญญาปากเปล่าระหว่างโจทก์จำเลยว่าให้จำเลยหักดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ชำระค่าเช่าที่ดินซึ่งมีจำนวนเท่ากัน จำเลยนำสืบเช่นนี้ได้ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม.94.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1838/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงหักหนี้ค่าเช่ากับดอกเบี้ยกู้เป็นสัญญาอีกอันหนึ่งที่ใช้บังคับได้ แม้ไม่ได้ระบุในสัญญากู้
โจทก์เช่าที่ดินจำเลย 2 ปี ชำระค่าเช่าปีละครั้ง และจำเลยกู้เงินโจทก์กำหนด 1 ปีข้อสัญญามีว่าจะชำระดอกเบี้ยทุกเดือน ยังไม่ครบ 1 ปีโจทก์ได้ฟ้องเรียกเงินกู้อ้างว่าจำเลยผิดสัญญา ไม่ชำระดอกเบี้ยทุกเดือนจำเลยต่อสู้ว่าจำเลยยังไม่ผิดสัญญาและนำสืบว่ามีสัญญาปากเปล่าระหว่างโจทก์จำเลยว่าให้จำเลยหักดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ชำระค่าเช่าที่ดินซึ่งมีจำนวนเท่ากัน จำเลยนำสืบเช่นนี้ได้ไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1821/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การค้ำประกันและการผ่อนเวลาชำระหนี้ ข้อตกลงพิเศษในสัญญาค้ำประกันมีผลผูกพันผู้ค้ำประกัน
เรื่องกู้หนี้กันตามธรรมดาถ้าเจ้าหนี้ผ่อนเวลาชำระหนี้แก่ลูกหนี้ โดยผู้ค้ำประกันมิได้ตกลงด้วยแล้วผู้ค้ำประกันก็ย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด
แต่สำหรับเรื่องขอกู้เบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารในคดีนี้ ผู้ค้ำประกันทำสัญญาไว้ว่าการผ่อนเวลาชำระหนี้แม้จะไม่ได้รับแจ้งก็ไม่เป็นเหตุให้ปลดเปลื้องความรับผิดของผู้ค้ำประกันแล้วในเมื่อธนาคารผ่อนเวลาชำระหนี้และการกู้เบิกเงินเกินบัญชีแก่ผู้เบิกในครั้งหลังจะมิได้แจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบและผู้ค้ำประกันมิได้ลงชื่อรับรองดังครั้งก่อนก็ดี ผู้ค้ำประกันก็จำต้องผูกพันตามสัญญาที่ทำกันไว้หาทำให้หลุดพ้นจากความรับผิดชอบไปได้ไม่.
แต่สำหรับเรื่องขอกู้เบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารในคดีนี้ ผู้ค้ำประกันทำสัญญาไว้ว่าการผ่อนเวลาชำระหนี้แม้จะไม่ได้รับแจ้งก็ไม่เป็นเหตุให้ปลดเปลื้องความรับผิดของผู้ค้ำประกันแล้วในเมื่อธนาคารผ่อนเวลาชำระหนี้และการกู้เบิกเงินเกินบัญชีแก่ผู้เบิกในครั้งหลังจะมิได้แจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบและผู้ค้ำประกันมิได้ลงชื่อรับรองดังครั้งก่อนก็ดี ผู้ค้ำประกันก็จำต้องผูกพันตามสัญญาที่ทำกันไว้หาทำให้หลุดพ้นจากความรับผิดชอบไปได้ไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1770/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เลตเตอร์ออฟเครดิต: คำเสนอและคำสนองที่ก่อให้เกิดสัญญาซื้อขาย
เลตเตอร์ออฟเครดิตที่ธนาคารได้เปิดเพื่อชำระราคาสินค้าของลูกค้าของธนาคารนั้นย่อมถือว่าเป็นคำเสนอเมื่อได้มีการส่งสินค้ามาตามที่ระบุไว้ในเลตเตอร์ออฟเครดิตแล้วก็ย่อมถือได้ว่ามีคำสนองก่อให้เกิดสัญญาขึ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีสัญญาประกันตัว: เจ้าหน้าที่ผู้ทำสัญญา มีอำนาจบังคับตามสัญญา
จำเลยทำสัญญาประกันไว้ต่อเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองเมื่อจำเลยผิดสัญญาประกัน เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองผู้มีอำนาจและหน้าที่ที่จะทำสัญญานี้ได้ตามกฎหมาย ย่อมมีอำนาจฟ้องได้(อ้างฎีกาที่ 964/2487)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711-1713/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิบุคคลภายนอกสัญญาและผลของการคัดค้านการจดทะเบียนสิทธิในที่ดิน
ชั้นพิจารณาคู่ความตกลงกันขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อ ก.ม.ข้อเดียว ข้อโต้เถียงอื่น ๆ เป็นอันยุติ ดังนี้จำเลยจะฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในปัญหาข้ออื่น ๆ นอกจากข้อ ก.ม.ข้อนั้นไม่ได้
บุคคลนอกสัญญามีสิทธิเข้าถือเอาประโยชน์จากข้อตกลงในสัญญาได้ และการไปคัดค้านที่อำเภอในการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งขอจดทะเบียนสิทธิในทรัพย์นั้น เป็นการแสดงเจตนาว่าบุคคลนอกสัญญาจะถือเอาประโยชน์จากข้อตกลงในสัญญายอมนั้นแล้ว
บุคคลนอกสัญญามีสิทธิเข้าถือเอาประโยชน์จากข้อตกลงในสัญญาได้ และการไปคัดค้านที่อำเภอในการที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งขอจดทะเบียนสิทธิในทรัพย์นั้น เป็นการแสดงเจตนาว่าบุคคลนอกสัญญาจะถือเอาประโยชน์จากข้อตกลงในสัญญายอมนั้นแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงประนีประนอมในชั้นศาล: การคืนกระบือและเงินกู้ ไม่เป็นการพนันขันต่อ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้กับดอกเบี้ย 2,037 บาท จำเลยต่อสู้ว่าความจริงจำเลยตกลงซื้อกระบือ 2 ตัวราคา 2,000 บาท โดยโจทก์ผ่อนชำระภายในเดือน 3 ทุก ๆ ปี โจทก์จำเลยทำเป็นสัญญากู้ให้ไว้เมื่อจำเลยชำระราคากระบือแล้วจะคืนอสัญญาให้
วันชี้ คู่ความท้ากันว่าขอให้สืบนายเลี่ยม ถ้าให้การว่ากระบือรายนี้ตกอยู่แก่จำเลยก่อนเดือน 11 พ.ศ.2497 แล้ว จำเลยยอมคืนกระบือ 2 ตัวกับเงิน 2,000 บาท ถ้าให้การว่าเพิ่งตกอยู่กับจำเลยเมื่อเดือน 11 พ.ศ.2498 นี้เอง จำเลยยอมคืนกระบือให้โจทก์ 2 ตัวอย่างเดียว
ดังนี้เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยคืนกระบือ 2 ตัว กับเงิน 2,000 บาทให้โจทก์ตามที่คู่ความแถลงตกลงกันให้ชั้นชี้สองสถาน จึงไม่ใช่การพนันขันต่อเป็นเรื่องทำความประนีประนอมกันให้ศาลพิพากษาเช่นนี้ตาม ป.พ.พ. ม.850 และป.วิ.แพ่ง ม.138 ไม่เป็นการพิพากษานอกคำฟ้อง.
วันชี้ คู่ความท้ากันว่าขอให้สืบนายเลี่ยม ถ้าให้การว่ากระบือรายนี้ตกอยู่แก่จำเลยก่อนเดือน 11 พ.ศ.2497 แล้ว จำเลยยอมคืนกระบือ 2 ตัวกับเงิน 2,000 บาท ถ้าให้การว่าเพิ่งตกอยู่กับจำเลยเมื่อเดือน 11 พ.ศ.2498 นี้เอง จำเลยยอมคืนกระบือให้โจทก์ 2 ตัวอย่างเดียว
ดังนี้เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยคืนกระบือ 2 ตัว กับเงิน 2,000 บาทให้โจทก์ตามที่คู่ความแถลงตกลงกันให้ชั้นชี้สองสถาน จึงไม่ใช่การพนันขันต่อเป็นเรื่องทำความประนีประนอมกันให้ศาลพิพากษาเช่นนี้ตาม ป.พ.พ. ม.850 และป.วิ.แพ่ง ม.138 ไม่เป็นการพิพากษานอกคำฟ้อง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากการฉุดคร่าเมื่อเหยื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว และผลของสัญญาใช้ค่าเสียหายที่ไม่สมบูรณ์
จำเลยที่ 1 ได้ฉุดคร่าน้องสาวโจทก์ไปเป็นภรรยาและมาขอสมัคขมาโดยยอมใช้ค่าเสียหายหรือค่าล้างอายให้แก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ไม่มีเงินชำระให้จึงตกลงทำเป็นสัญญากู้เงินโจทก์โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ ต่อมาจำเลยทั้งสองไม่ชำระเงิน โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องเรียกให้ชำระเงิน ได้ความต่อไปว่าในขณะฉุดคร่าน้องสาวโจทก์มีอายุเกิน 20 ปีแล้ว เช่นนี้ถือว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ปกครองน้องสาวตาม ก.ม.โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากจำเลย แม้การสมัคขมาและการใช้ค่าเสียหายหรือล้างอายจะถือเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมาอันเรื่องหน้าที่โดยศึลธรรมเมื่อยังไม่ได้ส่งมอบให้แก่กัน เพียงแต่ทำสัญญากันไว้เท่านั้นไม่มี ก.ม.ให้ฟ้องร้องบังคับกันได้ เว้นแต่เมื่อชำระให้แก่กันแล้วไม่มีสิทธิเรียกคืนได้ เรื่องเช่นนี้ปรับเข้าได้กับสัญญาให้ซึ่งตาม ก.ม.ย่อมสมบูรณ์เมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ให้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1523/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของตัวการต่อหนี้ที่ตัวแทนก่อขึ้นจากการทำสัญญาซื้อขายเพื่อสร้างโรงน้ำแข็ง
เมื่อฟ้องของโจทก์ในข้อ 2 กล่าวว่าจำเลยที่ 2 เชิดจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของและผู้จัดการโรงน้ำแข็ง จำเลยที่ 1 ซื้อเชื่อเครื่องก่อสร้างไปสร้างโรงน้ำแข็ง จึงขอให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ดังนี้ศาลย่อมมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องตัวการตัวแทนได้ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็น
อนึ่งเมื่อฟังว่าตามทะเบียนแท้จริงจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของโรงน้ำแข็ง แม้ภายหลังจำเลยที่ 1 ที่ 2 พิพาทกัน ศาลพิพากษาว่าโรงน้ำแข็งเป็นของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างก็ตาม เมื่อการก่อสร้างโรงน้ำแข็งรายนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 2 ดังนี้ จำเลยที่ 2 ผู้เป็นเจ้าของโรงนี้แข็งรายนี้จำต้องรับผิดในฐานะเป็นตัวการของจำเลยที่ 1 โดยตรงตามกฎหมาย.
อนึ่งเมื่อฟังว่าตามทะเบียนแท้จริงจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของโรงน้ำแข็ง แม้ภายหลังจำเลยที่ 1 ที่ 2 พิพาทกัน ศาลพิพากษาว่าโรงน้ำแข็งเป็นของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างก็ตาม เมื่อการก่อสร้างโรงน้ำแข็งรายนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 2 ดังนี้ จำเลยที่ 2 ผู้เป็นเจ้าของโรงนี้แข็งรายนี้จำต้องรับผิดในฐานะเป็นตัวการของจำเลยที่ 1 โดยตรงตามกฎหมาย.