พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,640 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1012/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการวินิจฉัยคดีตามข้อตกลงร่วม: ศาลต้องพิจารณาเฉพาะประเด็นที่คู่ความตกลงกันเท่านั้น
การที่ "คู่ความตกลงกันสืบข้อเท็จจริงในประเด็นเพียงข้อเดียวว่าโจทก์ได้ชำระเงินค่าไถ่ถอนที่พิพาทให้แก่นายหมาบิดาจำเลยแล้วหรือยังถ้าฟังข้อเท็จจริงว่าชำระแล้วให้โจทก์ชนะคดี ถ้ายังไม่ชำระให้ยกฟ้อง"ดังนี้ก็มีข้อที่พึงวินิจฉัยเฉพาะข้อที่ตกลงกันไว้เพียงข้อเดียวเท่านั้น
ส่วนข้อที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทราบว่าโจทก์รบกวนสิทธิตั้งแต่เดือนกันยายน 2495 แล้วเพิกเฉยไม่จัดการฟ้องร้องเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนภายใน 1 ปี จำเลยย่อมขาดสิทธิในที่พิพาทนั้น เป็นเรื่องที่จะฟังข้อเท็จจริงว่าอย่างไร หาใช่เป็นข้อกฎหมายดังโจทก์อ้างไม่ และเป็นเรื่องนอกประเด็นที่ตกลงกันไว้ ศาลไม่จำต้องวินิจฉัย
ส่วนข้อที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทราบว่าโจทก์รบกวนสิทธิตั้งแต่เดือนกันยายน 2495 แล้วเพิกเฉยไม่จัดการฟ้องร้องเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนภายใน 1 ปี จำเลยย่อมขาดสิทธิในที่พิพาทนั้น เป็นเรื่องที่จะฟังข้อเท็จจริงว่าอย่างไร หาใช่เป็นข้อกฎหมายดังโจทก์อ้างไม่ และเป็นเรื่องนอกประเด็นที่ตกลงกันไว้ ศาลไม่จำต้องวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 996/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกรรโชก: พยานหลักฐานต้องชัดเจนถึงเจตนาข่มขู่ หากไม่ชัดเจน ศาลต้องสืบพยานต่อ
คดีหาว่าจำเลยกรรโชก โจทก์สืบพยานได้ 2 ปาก ได้ความว่า จำเลยจับผู้เสียหายมาล่ามโซ่ไว้แล้วพูดจาเรื่องเงินกันโดยจำเลยว่าเมื่อเสียเงิน 400 บาทแล้วจะปล่อย ศาลสั่งงดสืบพยานต่อไป โดยเห็นว่ายังไม่เป็นผิดฐานกรรโชกนั้น เป็นการไม่ชอบ เพราะคดียังไม่พอรับฟังเป็นเด็ดขาดว่าผู้เสียหายเต็มใจให้เงินเองโดยปราศจากการขู่เข็ญ ควรสืบพยานต่อไปจนสิ้นกระแสร์ความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 995/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแสดงกรรมสิทธิโดยทางครอบครองต้องมีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิก่อน จึงจะยื่นคำร้องต่อศาลได้
ผู้ครอบครองที่ดินที่มีเพียงใบไต่สวนเท่านั้น จะยื่นคำร้องขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินเป็นกรรมสิทธิของผู้ร้องโดยทางครอบคครองตาม ป.ม.แพ่ง ม. 1382 ไม่ได้ เพราะใบไต่สวนไม่ใช่หนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ ม.188 (1) เป็นบทบัญญัติว่าด้วยวิธีปฏิบัติสำหรับคดีไม่มีข้อพิพาทว่า ต้องดำเนินไปอย่างไรเท่านั้น ไม่ใช่เป็นที่สนับสนุนให้ทุกคนมีสิทธิเสนอคดีไม่มีข้อพิพาททุกเรื่องทุกราย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 995/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง ต้องมีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ก่อน จึงจะยื่นคำร้องต่อศาลได้
ผู้ครอบครองที่ดินที่มีเพียงใบไต่สวนเท่านั้น จะยื่นคำร้องขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยทางครอบครองตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ไม่ได้เพราะใบไต่สวนไม่ใช่หนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์
มาตรา 188(1) เป็นบทบัญญัติว่าด้วยวิธีปฏิบัติสำหรับคดีไม่มีข้อพิพาทว่า ต้องดำเนินไปอย่างไรเท่านั้น ไม่ใช่เป็นที่สนับสนุนให้ทุกคนมีสิทธิเสนอคดีไม่มีข้อพิพาททุกเรื่องทุกราย
มาตรา 188(1) เป็นบทบัญญัติว่าด้วยวิธีปฏิบัติสำหรับคดีไม่มีข้อพิพาทว่า ต้องดำเนินไปอย่างไรเท่านั้น ไม่ใช่เป็นที่สนับสนุนให้ทุกคนมีสิทธิเสนอคดีไม่มีข้อพิพาททุกเรื่องทุกราย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 976/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขาดนัดพิจารณาคดีแพ่ง: ศาลดำเนินกระบวนการสืบพยานฝ่ายเดียวได้ตามกฎหมาย
คดีแพ่ง วันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยได้ทราบวันนัดแล้วไม่มาศาล ๆ สั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาแล้วดำเนินการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาคดีนั้น เป็นการชอบด้วย ป.ม.วิ.แพ่ง ม.202 แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 950/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขาดนัดยื่นคำให้การและเหตุผลที่ศาลควรพิจารณาการกระทำของจำเลยโดยรวม
โจทก์ส่งต้นฉบับสัญญากู้ตามที่จำเลยขอดูพ้นกำหนดที่ศาลสั่งและพ้นกำหนดวันยื่นคำให้การของจำเลยและจำเลยได้ยื่นคำให้การหลังจากโจทก์ส่งเอกสารต่อศาล 2 วันดังนี้เป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและจำเลยได้แจ้งถึงเหตุที่ตนมิได้ยื่นคำให้การตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา199
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการวินิจฉัยคดีมรดก: ศาลต้องวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่คู่ความยกขึ้นเท่านั้น
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกโดยอ้างว่าเป็นบุตรอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกเช่นนี้ ศาลย่อมจะวินิจฉัยไปถึงว่า โจทก์เป็นบุตรที่บิดาได้รับรองแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1627 จึงมีสิทธิได้รับมรดกตาม มาตรา1533 ด้วยไม่ได้ เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อต่อสู้แห่งคดี
คำสั่งศาลว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย นั้นมีผลตั้งแต่วันที่คดีถึงที่สุดแต่ทรัพย์มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทในทันทีที่เจ้ามรดกตายฉะนั้นเมื่อศาลสั่งว่าโจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายภายหลังเจ้ามรดกตายแล้วจึงไม่มีทรัพย์มรดกเหลืออยู่ โจทก์ไม่มีทางได้รับส่วนแบ่ง
คำสั่งศาลว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย นั้นมีผลตั้งแต่วันที่คดีถึงที่สุดแต่ทรัพย์มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทในทันทีที่เจ้ามรดกตายฉะนั้นเมื่อศาลสั่งว่าโจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายภายหลังเจ้ามรดกตายแล้วจึงไม่มีทรัพย์มรดกเหลืออยู่ โจทก์ไม่มีทางได้รับส่วนแบ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 892/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อาวุธปืนไม่มีทะเบียน: ศาลไม่คืนของกลางและไม่ริบ เนื่องจากฟ้องไม่ได้ขอริบและเป็นของผิดกฎหมาย
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในความครอบครอง และขอให้ศาลสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของ ศาลจะสั่งคืนตามคำขอไม่ได้ เพราะปืนของกลางไม่มีทะเบียน ใครครอบครองย่อมมีความผิด การสั่งคืนแก่เจ้าของย่อมเป็นการขัดต่อกฎหมายในตัวและศาลจะสั่งริบก็มิได้ เพราะโจทก์มิได้ขอไว้เป็นการเกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 892/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อาวุธปืนไม่มีทะเบียน: ศาลไม่คืนของกลางและไม่ริบเพราะฟ้องไม่ขอริบและขัดกฎหมาย
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในความครอบครองและขอให้ศาลสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของศาลจะสั่งคืนตามคำขอไม่ได้ เพราะปืนของกลางไม่มีทะเบียน ใครครอบครองย่อมมีความผิดการสั่งคืนแก่เจ้าของย่อมเป็นการขัดต่อกฎหมายในตัวและศาลจะสั่งริบก็มิได้ เพราะโจทก์มิได้ขอไว้เป็นการเกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 880/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขู่เข็ญด้วยอาวุธและการชิงทรัพย์ แม้ไม่ได้ขอในฟ้อง ศาลแก้ไขฐานความผิดได้
พวกจำเลยคนหนึ่งได้ชักวัตถุมีด้ามจากพุง ทำกริยาชักเข้าชักออก ซึ่งผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นมีดมีความกลัว แล้วพวกของจำเลยได้กระชากปากกาจากกระเป๋าเสื้อของผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายมิได้ขัดขวางอย่างใด ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าการกระทำของจำเลยกับพวกเป็นการขู่เข็ญจะทำร้าย เพื่อจะเอาทรัพย์หรือให้ผู้เสียหายส่งทรัพย์ให้และพวกของจำเลยได้ดึงปากกาที่กระเป๋าของผู้เสียหายไป จึงมีความผิดฐานชิงทรัพย์