คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ความผิด

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2570/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาออกเช็คโดยรู้ว่าไม่มีเงินในบัญชีเพื่อเป็นหลักประกันและดำเนินคดีอาญา ไม่ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. เช็ค
โจทก์ร่วมรู้ดีว่าขณะที่จำเลยออกเช็ค ธนาคารได้ปิดบัญชีของจำเลยแล้ว การรับเช็คไว้มิใช่เพื่อให้ได้รับชำระหนี้ตามเช็ค แต่รับไว้เพื่อเป็นประกันและเพื่อใช้เช็คดังกล่าวดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยเพื่อบีบบังคับให้จำเลยชำระหนี้ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2570/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาออกเช็คที่บัญชีปิดแล้ว ไม่ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค หากมีเจตนาเพื่อประกันและดำเนินคดี
โจทก์ร่วมรู้ดีว่าขณะที่จำเลยออกเช็ค ธนาคารได้ปิดบัญชีของจำเลยแล้ว การรับเช็คไว้มิใช่เพื่อให้ได้รับชำระหนี้ตามเช็คแต่รับไว้เพื่อเป็นประกันและเพื่อใช้เช็คดังกล่าวดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยเพื่อบีบบังคับให้จำเลยชำระหนี้ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2520/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดเจ้าหน้าที่ลงรายการเอกสารปลอม ทำให้เชื่อว่าเอกสารถูกต้อง และโอนย้ายรถยนต์
ใบอนุญาตทะเบียนรถมี 2 ฉบับ ฉบับต้นเก็บรักษาไว้ที่แผนกทะเบียนยานพาหนะ ฉบับปลายมอบให้เจ้าของรถ จำเลยเป็นตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่ในแผนกทะเบียนยานพาหนะได้ลงรายการเสียภาษีประจำปีในใบอนุญาตทะเบียนรถฉบับปลาย และทำเรื่องราวโอนย้ายรถนั้นไปยังต่างจังหวัดทั้งๆที่ไม่มีใบอนุญาตทะเบียนรถฉบับต้นมาตรวจสอบและลงรายการคู่กันเป็นการส่อแสดงว่าจำเลยทราบอยู่แล้วว่าฉบับปลายเป็นเอกสารปลอม แต่ยังขืนดำเนินการให้แก่ผู้มาขอโอนไปจึงมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา268 และ มาตรา 157

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2472/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานบุกรุกและวิ่งราวทรัพย์เป็นคนละกรรม ต้องลงโทษตามกระทง
ความผิดฐานบุกรุกกับวิ่งราวทรัพย์มีลักษณะแตกต่างกัน และเป็นความผิดคนละอย่างแยกออกจากกันได้ โจทก์บรรยายฟ้องแยกเป็นสองตอนว่า ตอนแรกจำเลยกับพวกบุกรุกเข้าไปในตึกแถวของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควร แล้วตอนหลังได้วิ่งราวทรัพย์ของผู้เสียหายไปด้วย จำเลยก็ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ดังนี้ ต้องถือว่าจำเลยกระทำผิดฐานบุกรุกและวิ่งราวทรัพย์เป็นสองกรรม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2413/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย: เจตนาฆ่าหรือไม่ และการสนับสนุนการกระทำความผิด
เมื่อผู้ตายถือไม้ออกมาจะต่อสู้กับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ได้ทิ้งมีดและหยิบไม้ตีผู้ตายหนึ่งครั้งแล้วไม้ที่ถือก็ร่วงไปและเกิดกอดปล้ำกันขึ้น ขณะที่จำเลยที่ 2 กำลังกอดปล้ำกับผู้ตายผู้ตายจิกผมของจำเลยที่ 2 กดลงต่ำ จำเลยที่ 2 จึงใช้มีดแทงผู้ตายไปในขณะนั้นไม่มีโอกาสเลือกแทงได้ โดยถนัด บังเอิญไปถูกอวัยวะสำคัญผู้ตายจึงถึงแก่ความตาย ยังไม่พอฟังว่ามีเจตนาฆ่าผู้ตาย จำเลยที่ 2 คงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนาเท่านั้น
เมื่อมีผู้ห้ามมิให้จำเลยที่ 2 กับผู้ตายทะเลาะกัน จำเลยที่ 1 พูดให้จำเลยที่ 2 กับผู้ตายทะเลาะและต่อสู้กัน เมื่อจำเลยที่ 2 ถือมีดออกมาจากบ้าน จำเลยที่ 1 ก็เดินตามหลังมาติดๆ เป็นการสมทบกำลังและให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 2 จะต่อสู้กับผู้ตายเมื่อผู้ตายถือไม้ออกมาและจำเลยที่ 2 ทิ้งมีด จำเลยที่ 1 ก็บอกให้จำเลยที่ 2เก็บมีดไว้กับตัว เป็นการช่วยเหลือแนะนำถึงวิธีต่อสู้ก่อนที่จะเข้าต่อสู้กัน พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2289/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองไม้ผิดกฎหมาย: จำเลยเพียงรับจ้างขนไม้ ไม่ได้มีเจตนาครอบครอง จึงไม่มีความผิด
จำเลยรับจ้างขนไม้แปรรูปของกลางให้ ส. และขณะเกิดเหตุจำเลยร่วมกับ ส. ขนไม้แปรรูปจากรถยนต์ของจำเลยที่ใช้รับจ้างขนไม้การที่ ส. เจ้าของไม้นั่งมาในรถและควบคุมไม้มาด้วยตนเองโดยที่ ส. ไม่มีเจตนาสละการครอบครองไม้ให้จำเลยหรือให้จำเลยครอบครองด้วย และจำเลยก็ไม่มีเจตนาครอบครองไม้นั้น ถือว่าส. ครอบครองไม้ดังกล่าวแต่ผู้เดียว จำเลยไม่มีส่วนร่วมในการครอบครอง จึงไม่มีความผิดร่วมกับ ส. ฐานมีไม้ไว้ในครอบครองเมื่อพยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยรู้อยู่ว่า ไม้ของกลางเป็นไม้ที่ผิดกฎหมายก็จะลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้สนับสนุนไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2270/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานยึดครองที่ดินของรัฐหลังประกาศ คปต.ฉบับที่ 96: ศาลยืนตามบทมาตรา 108 ทวิ
ประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติความผิดในการเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐไว้เป็น 2 กรณี กล่าวคือถ้าเป็นกรณีเข้ายึดถือครอบครองก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515 ใช้บังคับก็เป็นความผิดตามมาตรา 108 ถ้าเป็นกรณีเข้ายึดถือครอบครองนับตั้งแต่วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวใช้บังคับ ก็เป็นความผิดตามมาตรา 108 ทวิ ซึ่งมีองค์ประกอบแตกต่างกัน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 96 ใช้บังคับแล้ว และศาลล่างทั้งสองพิพากษายืนตามกันให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 108 ทวิ หาใช่ มาตรา108 ไม่ การที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยไม่ครบหลักเกณฑ์หรือไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 108 จึงไม่มีผลที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นอย่างอื่นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2270/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐหลังประกาศ คปฎ.ฉบับที่ 96: ฎีกายืนตามศาลล่าง
ประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติความผิดในการเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐไว้เป็น 2 กรณี กล่าวคือถ้าเป็นกรณีเข้ายึดถือครอบครอง ก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515ใช้บังคับก็เป็นความผิดตามมาตรา 108 ถ้าเป็นกรณีเข้ายึดถือครอบครอง นับตั้งแต่วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวใช้บังคับ ก็เป็นความผิด ตามมาตรา 108 ทวิ ซึ่งมีองค์ประกอบแตกต่างกัน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 96 ใช้บังคับแล้ว และศาลล่างทั้งสองพิพากษายืนตามกันให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 108 ทวิ หาใช่ มาตรา108 ไม่ การที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยไม่ครบ หลักเกณฑ์หรือไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 108 จึงไม่มีผลที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นอย่างอื่นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2119/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปฏิเสธการขายสินค้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.กำหนดราคาสินค้าฯ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริง
ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 3 พนักงานขายของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ ปฏิเสธการจำหน่ายปูนซิเมนต์ให้แก่ผู้ซื้อเพียง 1 ถุง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติ กำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2522 มาตรา 30 พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสาม คืนปูนซิเมนต์ทั้งหมดที่อยู่ในห้างซึ่งเป็นของกลางแก่เจ้าของ ดังนั้นที่จำเลยทั้งสามฎีกา ว่าจำเลยไม่มีเจตนาปฏิเสธการจำหน่าย และจำเลยปฏิเสธการจำหน่ายโดยมีเหตุผลอันสมควรก็ดี หรือจำเลยที่ 2 มิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วยในการกระทำของจำเลยที่ 3 ก็ดี จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2080/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ตัวการร่วมในความผิดยาเสพติด: เจตนาและพฤติการณ์สนับสนุนการกระทำผิด
จำเลยที่ 2 พาสายลับไปพบจำเลยที่ 1 ซึ่งมีเฮโรอีนมาขายแล้วนั่งรถไปยังสถานที่นัดซื้อขายเฮโรอีนด้วยกัน และจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกระเป๋าใส่เฮโรอีนที่ขายลงจากรถส่งมอบให้ผู้ซื้อด้วยตนเองแม้จะมีจำเลยที่ 1 อยู่ด้วยก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ 2 รู้เห็นและมีเจตนาร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานเป็นตัวการในความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน
of 682