พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,640 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 872-873/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลาออกของผู้จัดการมรดกต้องได้รับอนุญาตจากศาล และการฟ้องคดีต้องได้รับความยินยอมจากผู้จัดการมรดกอื่น
ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมเข้ารับหน้าที่ผู้จัดการมรดกแล้ว ต่อมาจะขอลาออกจากตำแหน่งก็ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากศาลตามมาตรา 1727 วรรคท้ายเสียก่อน
ผู้จัดการมรดกเพียงคนเดียวจะฟ้องคดีโดยลำพังโดยมิได้รับความยินยอมเห็นชอบจากผู้จัดการอื่นไม่ได้
ผู้จัดการมรดกเพียงคนเดียวจะฟ้องคดีโดยลำพังโดยมิได้รับความยินยอมเห็นชอบจากผู้จัดการอื่นไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 872-873/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลาออกของผู้จัดการมรดกต้องได้รับอนุญาตจากศาล และการฟ้องคดีต้องได้รับความยินยอมจากผู้จัดการมรดกด้วยกัน
ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมเข้ารับหน้าที่ผู้จัดการมรดกแล้วต่อมาจะขอลาออกจากตำแหน่งก็ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากศาลตามมาตรา 1727 วรรคท้ายเสียก่อน
ผู้จัดการมรดกเพียงคนเดียวจะฟ้องคดีโดยลำพังโดยมิได้รับความยินยอมเห็นชอบจากผู้จัดการอื่นไม่ได้
ผู้จัดการมรดกเพียงคนเดียวจะฟ้องคดีโดยลำพังโดยมิได้รับความยินยอมเห็นชอบจากผู้จัดการอื่นไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 862/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความในคดีแพ่ง: จำเลยไม่ติดใจในข้อต่อสู้เรื่องอายุความ ศาลไม่หยิบยกขึ้นวินิจฉัยเอง
จำเลยยื่นคำให้การเพิ่มเติมยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาต แม้ศาลจะให้จำเลยชนะคดีโดยอาศัยเหตุอื่น แต่ต่อมาชั้นอุทธรณ์จำเลยมิได้ยกเรื่องอายุความขึ้นตต่อสู้เช่นนี้ ถือว่าจำเลยไม่ติดใจในปัญหาเรื่องอายุความต่อไปแล้ว ไม่มีประเด็นที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัย
เรื่องอายุความในคดีแพ่งศาลจะอ้างขึ้นเองโดยคู่ความมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไม่ได้ แม้ในคดีก่อนศาลจะเคยวินิจฉัยว่าคู่ความมีสิทธิที่จะฟ้องร้องได้ภายในอายุความก็มิได้หมายความว่าศาลจะยกเรื่องอายุความขึ้นวินิจฉัยได้เอง
เรื่องอายุความในคดีแพ่งศาลจะอ้างขึ้นเองโดยคู่ความมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไม่ได้ แม้ในคดีก่อนศาลจะเคยวินิจฉัยว่าคู่ความมีสิทธิที่จะฟ้องร้องได้ภายในอายุความก็มิได้หมายความว่าศาลจะยกเรื่องอายุความขึ้นวินิจฉัยได้เอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 835/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับชำระหนี้ที่ไม่ชอบ ผู้ให้กู้จริงคือผู้อื่น ศาลไม่สามารถบังคับจำเลยได้
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับเงินชำระหนี้ 2,000 บาทแล้วคืนที่ดินที่โจทก์ให้จำเลยไว้เป็นประกันจำเลยให้การว่าที่ดินเป็นของจำเลยโจทก์นำสืบพยานได้ความว่าโจทก์กู้เงินนายน้อย หาได้กู้เงินจำเลยไม่ศาลจะบังคับให้จำเลยรับชำระหนี้ไม่ได้ต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวินิจฉัยนอกประเด็นฟ้อง ศาลต้องพิจารณาเฉพาะประเด็นที่โจทก์ขอให้วินิจฉัยเท่านั้น
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยละเมิดเข้ามาตัดฟันต้นสาคูและใบจากในที่ดินของโจทก์ขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ และเรียกค่าเสียหาย ทางพิจารณาได้ความว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์จะมีกรรมสิทธิไม่ได้ดังนั้นศาลจะวินิจฉัยว่าต้นสาคูที่ปลูกอยู่ทางฝั่งใต้ของที่พิพาทเป็นของโจทก์และฝั่งเหนือเป็นของจำเลยแล้วพิพากษาห้ามจำเลยกับบริวารมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องทางฝั่งใต้จึงเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น เพราะโจทก์มิได้มีคำขอเช่นนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการฟ้องคดีสัญชาติ: ศาลมีอำนาจวินิจฉัยประเด็นความสงบเรียบร้อยของประชาชนได้ แม้ไม่ใช่ข้อพิพาท
ผู้ร้องจะร้องขอให้ศาลแสดงว่าผู้ร้องมีสัญชาติไทยอย่างคดีไม่มีข้อพิพาทไม่ได้เพราะมิใช่เป็นเรื่องที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล (อ้างฎีกาที่ 1317/2495)
สิทธินำคดีมาร้องฟ้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลย่อมยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
สิทธินำคดีมาร้องฟ้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลย่อมยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 754/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอตรวจสอบสถานที่หลังสืบพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ศาลชอบที่จะไม่อนุญาตหากไม่มีเหตุผลสมควร
คดีแพ่ง เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วจะเริ่มสืบพยานจำเลย จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลไปตรวจสอบสถานที่ โดยไม่มีเหตุสมควร ไม่สามารถทราบในการขอให้ตรวจสถานที่แต่อย่างใด ที่ขอให้ไปตรวจก็ล่วงเลยเวลาเกิดเหตุมากว่าปี การตรวจสถานที่ไม่แสดงความจริงที่แน่นอนได้ ดังนี้ ศาลสั่งงดไม่ไปตรวจสอบสถานที่ จึงเป็นการชอบแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 754/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอตรวจสอบสถานที่หลังสืบพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ศาลมีสิทธิงดเว้นได้หากไม่เกี่ยวข้องและล่าช้า
คดีแพ่ง เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วจะเริ่มสืบพยานจำเลย
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลไปตรวจสอบสถานที่โดยไม่มีเหตุสมควรไม่สามารถทราบในการขอให้ตรวจสถานที่แต่อย่างใดที่ขอให้ไปตรวจก็ล่วงเลยเวลาเกิดเหตุมากว่าปีการตรวจสถานที่ไม่แสดงความจริงที่แน่นอนได้ดังนี้ ศาลสั่งงดไม่ไปตรวจสอบสถานที่จึงเป็นการชอบแล้ว
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลไปตรวจสอบสถานที่โดยไม่มีเหตุสมควรไม่สามารถทราบในการขอให้ตรวจสถานที่แต่อย่างใดที่ขอให้ไปตรวจก็ล่วงเลยเวลาเกิดเหตุมากว่าปีการตรวจสถานที่ไม่แสดงความจริงที่แน่นอนได้ดังนี้ ศาลสั่งงดไม่ไปตรวจสอบสถานที่จึงเป็นการชอบแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 726/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาบทมาตราความผิดที่ถูกต้องตามคำฟ้องเดิม แม้โจทก์อ้างบทผิด ศาลต้องลงโทษตามที่จำเลยไม่ประสงค์
คำบรรยายฟ้องของโจทก์เป็นความผิดตามมาตรา 293,294, ขอให้ลงโทษตามมาตรา 293 เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่ามีการสมคบกันกระทำผิดก็ลงโทษตามมาตรา 293 ไม่ได้ และจะขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 294 โดยอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรค 4 ว่าโจทก์พลั้งเผลออ้างบทมาตราผิดไปก็ไม่ได้ เพราะปรากฎว่าโจทก์ได้อ้างบทมาตราความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 293 มาแล้ว ที่ไม่อ้างมาตรา 294 มานั้นจึงเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 192 วรรค 3 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้งอัตราโทษตามมาตรา 294 ก็สูงกว่ามาตรา 293
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 701/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการงดสืบพยานและวินิจฉัยคดีเมื่อมีหลักฐานเพียงพอ กรณีเช่าทรัพย์สิน
เมื่อศาลเห็นว่าข้อที่คู่ความประสงค์จะนำสืบไม่เป็นประโยชน์ต่อคดี ศาลย่อมมีอำนาจที่จะงดสืบพยานนั้นเสียได้ และเมื่อเห็นว่าพยานหลักฐานเท่าที่มีอยู่พอเพียงจะเชื่อฟังเป็นยุติได้แล้ว ก็พิพากษาคดีนั้นได้ ไม่จำต้องสืบพยานต่อไปตามที่คู่ความขออีก
ศาลชั้นต้นสองถามคู่ความแล้วงดสืบพยานแล้วพิพากษาคดีไป ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีเสียใหม่ โดยยังไม่ไม่วินิจฉัยข้อพิพาทในคดีนั้นเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าคดีมีหลักฐานพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยได้แล้ว ก็ไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอีก
ศาลชั้นต้นสองถามคู่ความแล้วงดสืบพยานแล้วพิพากษาคดีไป ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีเสียใหม่ โดยยังไม่ไม่วินิจฉัยข้อพิพาทในคดีนั้นเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าคดีมีหลักฐานพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยได้แล้ว ก็ไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอีก