คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ศาล

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,640 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 975/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ลำดับการอุทธรณ์ภาษี: อำเภอ -> เจ้าพนักงานประเมิน -> ข้าหลวงประจำจังหวัด -> ศาล
การอุทธรณ์การประเมินภาษีของอำเภอนั้น ให้อุทธรณ์ต่อเจ้าพนักงานประเมินก่อน แล้วจึงอุทธรณ์ต่อข้าหลวงประ จำจังหวัด แต่ถ้าเป็นการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินแล้ว ให้อุทธรณ์ต่อข้าหลวงประจำจังหวัดทีเดียว ถัดจาก นี้จึงให้อุทธรณ์ต่อศาล อย่างไรก็ตามในกรณีที่อำเภอประเมินภาษีนั้น แม้จะอุทธรณ์ข้ามเข้าพนักงานประเมินไป คืออุทธรณ์ตรงต่อข้าหลวงจังหวัดทีเดียวนั้น ถ้าข้าหลวงประจำจังหวัดรับวินิจฉัยให้แล้ว ก้ไม่น่าจะล้วงไปวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ข้ามเจ้าพนักงานประเมินไป เพราะได้ก้าวล่วงพ้นมาแล้ว.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่ปฏิบัติตามกำหนดเวลาส่งสำเนาฎีกา ทำให้ศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบ
โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่ไม่นำส่งสำเนาฎีกาให้จำเลย จนเวลาล่วงเลยเกินกำหนดที่ศาลสั่งไว้ ศาลฎีกาย่อมสั่งให้จำหน่ายฎีกาของโจทก์ออกจากสารบบความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 729/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องทำร้ายร่างกาย: ศาลใช้บทบัญญัติมาตรา 258 แม้ฟ้องไม่ระบุ หากพิจารณาได้ความจริง
ฟ้องใช้ถ้อยคำว่า "จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ฝ่ายหนึ่ง กับจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 อีกฝ่ายหนึ่ง ต่างสมัครใจเข้า
วิวาทต่อสู้ทำร้ายร่างกาย ซึ่งกันและกัน โดยจำเลยที่ 1 - 2 สมคบกันใช้เหล็กแหลมแทงทำร้ายจำเลยที่ 3 บาดเจ็บสา หัส จำเลยที่ 3 -4 สมคบกันใช้กำลังชกต่อยทำร้ายจำเลยที่ 1 - 2 ถึงบาดเจ็บทุพพลภาพ" ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.
ลักษณะอาญามาตรา 254, 256, นั้น ย่อมถือได้ว่า มีข้อหาว่าจำเลยทำผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 258 ด้วย แม้ ท้ายฟ้องไม่ระบุมาตรา 258 ถ้าทางพิจารณาได้ความจริง ก็ใช้มาตรา 258 ลงแก่จำเลยได้./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการวินิจฉัยคดีตามประเด็นที่ตกลงกัน: ศาลต้องวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่คู่ความตกลงกันเท่านั้น
โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยจับจองทับที่ของโจทก์ขอให้เพิกถอนการจับจอง จำเลยต่อสู้ว่า ที่ที่จับจองเป็นที่ว่างเปล่า ในที่สุดได้ตกลงท้ากันให้ศาลไปดูและวินิจฉัยเจาะจงข้อเถียงว่า ถ้าที่พิพาทเป็นที่ซึ่งปลูกพืชและธัญญะชาติ ก็ให้ โจทก์ชนะคดี ถ้าที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่าไม่ได้ปลูกพืชผลธัญญะชาติอะไรไปเลย ให้จำเลยชนะคดี ดังนี้ เมื่อ ศาลไปดูแล้วปรากฎว่า ที่พิพาทมีสภาพเป็นที่ซึ่งปลูกพืชผลธัญญะชาติสมจริงแล้ว แม้จะมิได้ปลูกเต็มเนื้อที่พิพาท ก็ต้องให้โจทก์ชนะคดี ได้ที่พิพาททั้งหมด จะแบ่งให้โจทก์ได้เฉพาะตอนที่ปลูกพืชผล ส่วนตอนที่ไม่ได้ปลูกให้ได้แก่ จำเลยนั้นไม่ถูกต้องเพราะมิได้อยู่ในขอบข่ายแห่งประเด็นข้อท้า เป็นการนอกประเด็น./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 616/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การส่งคำให้การชั้นสอบสวนต่อหน้าศาล: จำเลยทราบถือว่าชอบแล้ว
โจทก์ส่งคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยต่อศาลในขณะสืบนายอำเภอ ซึ่งเป็นพยานประเด็น และฝ่ายจำเลยไม่ติด ใจตามประเด็นไปนั้น,เมื่อประเด็นตก ศาลเดิมก็ได้ให้จำเลยมาฟังประเด็นแล้ว จึงถือว่าจำเลยได้ทราบคำพยาน และหลักฐานตามประเด็นนั้นดีแล้ว จำเลยจะอ้างว่าไม่ได้ส่งต่อหน้าจำเลย ๆ ไม่ทราบ เป็นการไม่ชอบนั้น ย่อมฟังไม่ ขึ้น. /

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 616/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การส่งคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยต่อศาล การรับทราบหลักฐาน และผลกระทบต่อการอ้างเหตุไม่ทราบ
โจทก์ส่งคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยต่อศาลในขณะสืบนายอำเภอ ซึ่งเป็นพยานประเด็น และฝ่ายจำเลยไม่ติดใจตามประเด็นไปนั้น เมื่อประเด็นตก ศาลเดิมก็ได้ให้จำเลยมาฟังประเด็นแล้วจึงถือว่าจำเลยได้ทราบคำพยาน และหลักฐานตามประเด็นนั้นดีแล้ว จำเลยจะอ้างว่าไม่ได้ส่งต่อหน้าจำเลยจำเลยไม่ทราบ เป็นการไม่ชอบนั้นย่อมฟังไม่ขึ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการแบ่งทรัพย์สินรวมและการประมูลเมื่อตกลงแบ่งกันเองไม่ได้
โจทก์ฟ้องขอแบ่งแยกที่ดินตามคำขอท้ายฟ้องก็มีเพียงขอให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินให้โจทก์อย่างเดียว ศาลพิพากษาให้แบ่งที่ดินให้แล้ว ยังได้เลยพิพากษาต่อไปว่า ถ้าคู่ความตกลงแบ่งกันเองไม่ได้ ให้ประมูลระหว่างคู่ความหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน ดังนี้ ย่ามมีอำนาจทำให้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ เพราะเป็นวิธีการที่ศาลจะแบ่งที่ดินให้แก่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 498/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้ข้อเท็จจริงจากคดีอาญาในคดีแพ่ง: ศาลต้องพิจารณาข้อเท็จจริงใหม่ในคดีแพ่ง
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ไม่ใช่หนองสาธารณะจำเลยต่อสู้ว่าเป็นหนองสาธารณะคู่ความต่างไม่ติดใจสืบพยานโดยตกลงกันว่าให้ศาลฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่สืบมาแล้วในคดีอาญาคดีหนึ่งซึ่งอัยการเป็นโจทก์ ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยเกี่ยวกับที่พิพาทดังนี้เมื่อศาลฎีกาพิพากษาคดีอาญาเรื่องนั้นว่าที่พิพาทจะเป็นหนองสาธารณะหรือไม่ ไม่วินิจฉัยให้คู่ความชอบที่จะโต้แย้งกันในทางแพ่งดังนี้ ข้อที่คู่ความร้องขอให้ฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญา จึงเป็นอันไร้ผลชอบที่คู่ความจะต้องนำสืบข้อเท็จจริงกันในคดีแพ่งนี้ต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ดุลยพินิจศาลในการลดโทษผู้กระทำผิดในวัยเยาว์
การวินิจฉัยว่า จำเลยผู้มีอายุ 19 ปี จะควรได้รับความปราณีฐานยังเป็นเด็กนั้น ย่อมอยู่ในดุลยพินิจของศาล
เมื่อศาลเห็นไม่ควรลดโทษให้จำเลย ก็ไม่นำ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญา (ฉะบับที่ 14) พ.ศ. 2494
มาใช้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ดุลพินิจศาลในการลดโทษผู้กระทำผิดในฐานะเยาวชน
การวินิจฉัยว่า จำเลยผู้มีอายุ 19 ปี จะควรได้รับความปราณีฐานยังเป็นเด็กนั้น ย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาลเมื่อศาลเห็นไม่ควรลดโทษให้จำเลย ก็ไม่นำ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา(ฉบับที่ 14) พ.ศ.2494 มาใช้
of 364