พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,515 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1171/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อจะขายที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย และอำนาจฟ้องบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนขายบ้านให้โจทก์ โดยกล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสองทำสัญญาจะขายบ้านโดยมีหลักฐาน เป็นหนังสือปรากฏว่าตามสัญญาจะซื้อจะขายนั้น จำเลยที่ 2 พิมพ์ ลายนิ้วมือในสัญญาโดยมีพยานรับรองเพียงคนเดียวซึ่งการพิมพ์ลายนิ้วมือจะต้องมีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคน จึงจะเสมอกับลงลายมือชื่อ ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 วรรคสาม ที่โจทก์ลงชื่อในสัญญาไม่มีข้อความระบุว่าเป็นพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยที่ 2 ต้องถือว่าโจทก์ลงชื่อในฐานะผู้ซื้อ จึงถือไม่ได้ว่าสัญญาดังกล่าวได้ลงลายมือชื่อจำเลยที่ 2 ฝ่ายที่ต้องรับผิดส่วนจำเลยที่ 1 มิได้ลงลายมือชื่อในสัญญาด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับแก่จำเลยทั้งสองตามสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวได้
โจทก์มีอำนาจฟ้องตามสัญญาจะซื้อจะขายได้หรือไม่นั้น เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา142(5)
โจทก์มีอำนาจฟ้องตามสัญญาจะซื้อจะขายได้หรือไม่นั้น เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา142(5)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1170/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนสิทธิการเช่าทำให้โจทก์ขาดอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญาเช่าเดิม แม้จะมีการทำสัญญาเช่าช่วง
โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินของจำเลยที่ 1 แล้วโอนสิทธิการเช่าให้ ข. โดยจำเลยที่ 1 เห็นชอบและอนุมัติแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 เอาที่ดินรายเดียวกันให้จำเลยที่ 3 เช่า ดังนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจขอให้เพิกถอนสัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ เพราะขณะที่ฟ้องโจทก์ได้โอนสิทธิการเช่าให้ผู้อื่นไปแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1170/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนสิทธิการเช่าทำให้โจทก์หมดอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญาเช่าเดิม
โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินของจำเลยที่ 1 แล้วโอนสิทธิการเช่าให้ ลช. โดยจำเลยที่ 1 เห็นชอบและอนุมัติแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 เอาที่ดินรายเดียวกันให้จำเลยที่ 3 เช่า ดังนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 เพราะขณะที่ฟ้องโจทก์ได้โอนสิทธิการเช่าให้ผู้อื่นไปแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายแทนผู้อื่นในคดีสิ่งของสูญหาย ไม่เป็นเหตุความสงบเรียบร้อยของประชาชน
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากสิ่งของของผู้โดยสารสูญหายไปอันเป็นส่วนหนึ่งของความเสียหายที่โจทก์ได้รับ ซึ่งศาลจะให้เพียงใดหรือไม่นั้นสุดแต่ข้อเท็จจริงที่ได้จากทางพิจารณา หาใช่เกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์ไม่ ข้อที่ว่าโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายแทนคนอื่นไม่ได้ จึงไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องรุกล้ำที่ดิน: อาคารส่วนควบของที่ดินเจ้าของมีหน้าที่รับผิด
จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารตึกแถว ที่อยู่ติดกับที่ดินและอาคารตึกแถวของโจทก์ น. เป็นผู้ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ปลูกสร้างอาคารตึกแถวเพิ่มเติมในที่ดินของจำเลยโดยการยินยอมของจำเลย ไม่ปรากฏว่า น. มีสิทธิในที่ดินของจำเลยที่จะใช้สิทธิปลูกสร้างอาคารตึกแถวดังกล่าวได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 109 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะเป็นเรื่องที่ น. ทำการแทนจำเลย อาคารตึกแถวที่ น. ปลูกในที่ดินของจำเลยย่อมตกเป็นส่วนควบของที่ดินของจำเลย จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของอาคารตึกแถว ต้องรับผิดในกรณีตึกแถวที่ปลูกสร้างรุกล้ำที่ดินของโจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลย
เมื่อศาลได้วินิจฉัยคดีตามคำท้าโดยอาศัยหลักกฎหมายในเรื่องส่วนควบซึ่งปรากฏจากเอกสารที่คู่ความส่งอ้างแล้วย่อมไม่เป็นการวินิจฉัยคดีนอกคำท้า
เมื่อศาลได้วินิจฉัยคดีตามคำท้าโดยอาศัยหลักกฎหมายในเรื่องส่วนควบซึ่งปรากฏจากเอกสารที่คู่ความส่งอ้างแล้วย่อมไม่เป็นการวินิจฉัยคดีนอกคำท้า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องเช็ค: ผู้ครอบครองเช็คมีอำนาจฟ้องได้ แม้มีคนนำเช็คไปเรียกเก็บเงิน
เช็คพิพาทเป็นเช็คสั่งจ่ายเงินสดแก่ผู้ถือ จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายมอบให้แก่โจทก์เป็นการชำระหนี้ค่าสินค้าโจทก์ฝากเช็คนั้นให้ ธ.นำไปเข้าบัญชีเงินฝากของ ธ. เพื่อให้เรียกเก็บเงิน เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ธ. จึงได้มอบเช็คพิพาทคืนแก่โจทก์ดังนี้ ขณะฟ้องคดีนี้โจทก์เป็นผู้ครอบครองเช็คอยู่ โจทก์จึงเป็นผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904 มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดใช้เงินตามเช็คนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีเด็กและเยาวชนพ้นกรอบระยะเวลาผัดฟ้อง ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ จึงจะมีอำนาจฟ้อง
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 24 ทวิ กำหนดให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องเด็กหรือเยาวชนต่อศาลคดีเด็กและเยาวชน ให้ทันภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่เด็กหรือเยาวชนถูกจับกุม และในกรณีเกิดความจำเป็นให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอผัดฟ้องต่อไป ได้อีกคราวละไม่เกินสิบห้าวัน เฉพาะคดีซึ่งมีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น ศาลจะอนุญาตให้ผัดฟ้องกี่คราวก็ได้ และตามมาตรา 24 จัตวา ห้ามมิให้พนักงานอัยการฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 24 ทวิ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ เมื่อปรากฏว่า คดีนี้เป็นคดีมีโทษสถานที่หนักซึ่งจะขอผัดฟ้องกี่คราวก็ได้ และพนักงานสอบสวนได้ขอผัดฟ้องไว้เป็นครั้งที่ 5 แล้วต่อมาได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยไป หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการก็มิได้มาขอผัดฟ้องต่อไปอีก จนกระทั่งอีกประมาณ 3 เดือนต่อมา พนักงานอัยการจึงได้นำคดีมาฟ้อง ดังนี้ คดีโจทก์ขาดการผัดฟ้องถือได้ว่าโจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 24 ทวิ ซึ่งโจทก์จะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการตามมาตรา 24 จัตวา จึงจะมีอำนาจฟ้องคดีได้ โจทก์จะอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 141 มาใช้บังคับในกรณีนี้ไม่ได้ เพราะพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนมีบทบัญญัติบังคับไว้โดยเฉพาะแล้ว เมื่อโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 914/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงใช้พยานหลักฐานจากคดีอื่นได้ และอำนาจฟ้องคดีทรัพย์มรดก
โจทก์จำเลยอาจตกลงกันให้ถือเอาพยานหลักฐานในคดีแพ่งอีกเรื่องหนึ่งเป็นพยานหลักฐานที่ผูกพันโจทก์จำเลยในคดีนี้ด้วยโดยโจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยานในคดีนี้ก็ได้ข้อตกลงดังกล่าวย่อมมีผลใช้บังคับได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีเด็กและเยาวชน เกินกำหนดระยะเวลาผัดฟ้อง ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการจึงมีอำนาจฟ้อง
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 มาตรา24ทวิ กำหนดให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องเด็กหรือเยาวชนต่อศาลคดีเด็กและเยาวชน ให้ทันภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่เด็กหรือเยาวชนถูกจับกุม และในกรณีเกิดความจำเป็นให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอผัดฟ้องต่อไปได้อีกคราวละไม่เกินสิบห้าวันเฉพาะคดีซึ่งมีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น ศาลจะอนุญาตให้ผัดฟ้องกี่คราวก็ได้ และ ตามมาตรา 24จัตวา ห้ามมิให้พนักงานอัยการฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 24ทวิ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ เมื่อปรากฏว่า คดีนี้เป็นคดีมีโทษสถานที่หนักซึ่งจะขอผัดฟ้องกี่คราวก็ได้ และพนักงานสอบสวนได้ขอผัดฟ้องไว้เป็นครั้งที่ 5แล้วต่อมาได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยไปหลังจากนั้นพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการก็มิได้มาขอผัดฟ้องต่อไปอีกจนกระทั่งอีกประมาณ 3 เดือนต่อมา พนักงานอัยการจึงได้นำคดีมาฟ้อง ดังนี้ คดีโจทก์ขาดการผัดฟ้องถือได้ว่าโจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 24ทวิ ซึ่งโจทก์จะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการตามมาตรา 24จัตวา จึงจะมีอำนาจฟ้องคดีได้โจทก์จะอ้าง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 141มาใช้บังคับในกรณีนี้ไม่ได้ เพราะพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนมีบทบัญญัติบังคับไว้โดยเฉพาะแล้ว เมื่อโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 842/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีต้องเป็นไปตามหนังสือมอบอำนาจ การเปลี่ยนแปลงผู้ถูกฟ้องร้องเกินขอบเขตหนังสือมอบอำนาจทำให้ขาดอำนาจฟ้อง
หนังสือมอบอำนาจมีข้อความระบุไว้ชัดว่ามอบอำนาจให้ดำเนินการฟ้องร้อง ฮ. แต่คู่ความแถลงรับกันว่า ฮ.เป็นคนละคนกับ ซ. จำเลยคดีนี้ ดังนั้น โจทก์จึงฟ้อง ซ. จำเลยคดีนี้โดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไม่ได้ เป็นการนอกเหนือไปจากหนังสือมอบอำนาจ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย
การมอบอำนาจให้เป็นผู้แทนฟ้องคดีต้องทำเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 วรรคสอง โจทก์จึงขอสืบพยานบุคคลเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข)
การมอบอำนาจให้เป็นผู้แทนฟ้องคดีต้องทำเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 วรรคสอง โจทก์จึงขอสืบพยานบุคคลเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข)