พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,432 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2482
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฉ้อโกงและการโอนทรัพย์สินหลีกเลี่ยงหนี้สิน ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษา+ โดยอาศัยข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยในข้อเท็จจริงได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1356/2482
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
โทษทางอาญาตาม ม.254 ต้องมีทั้งจำและปรับ ศาลฎีกาแก้ไขโทษปรับสถานเดียวเป็นจำคุกและปรับ
การวางโทษตามม. 254 นั้น จะวางโทษปรับสถานเดียวไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2482
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาในคดีอุทธรณ์ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
เมื่อมีอุทธรณ์ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้วประมวลวิธีมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.194 ก็ใช้บังคับไม่ได้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจฟังข้อเท็จจริงได้
โจทก์อุทธรณ์ทั้งข้อเท็จจริงและในข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นแต่โดยอาศัยเหตุผลคนละอย่าง โดยไม่วินิจฉัยข้อกฎหมายที่โจทก์อุทธรณ์มานั้นได้ ไม่ผิดด้วยกระบวนพิจารณา
เมื่อเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของศาลชั้นต้นไม่ใช่ข้อกฎหมายของศาลอุทธรณ์แล้ว ศาลฎีกาก็รับวินิจฉัยไม่ได้.
โจทก์อุทธรณ์ทั้งข้อเท็จจริงและในข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นแต่โดยอาศัยเหตุผลคนละอย่าง โดยไม่วินิจฉัยข้อกฎหมายที่โจทก์อุทธรณ์มานั้นได้ ไม่ผิดด้วยกระบวนพิจารณา
เมื่อเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของศาลชั้นต้นไม่ใช่ข้อกฎหมายของศาลอุทธรณ์แล้ว ศาลฎีกาก็รับวินิจฉัยไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1266/2482
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา vs. ทำร้ายร่างกาย ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ศาลชั้นต้นลงโทษตาม ม.251,59 จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตามมาตรา 254,59 จำคุก 1 ปีเป็นแก้มากฎีกาข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1168/2482
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์การสมคบคิดทำร้ายร่างกาย: ศาลฎีกายกฟ้องเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ
ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายเจ้าทุกข์บาดเจ็บ ทางพิจารณาได้ความว่า เป็นเรื่องวิวาทกันระหว่างเจ้าทุกข์กับจำเลยที่ 1 สองคนเท่านั้นและไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 1 ทำร้ายเจ้าทุกข์ฝ่ายเดียว ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1165/2482
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้อง: แม้จำเลยฎีกา แต่หากโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ศาลฎีกายกฟ้องทั้งหมดได้
คดีแพ่งเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลย 2 คนช่วยกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์และแสดงว่าจำเลยไม่มีสิทธิเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาท แม้จำเลยแต่คนเดียวจะฎีกาก็ดี เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องร้องได้เลยดังนี้ ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้ฎีกาด้วยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1151/2482
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขบทลงโทษโดยศาลฎีกา แม้จำเลยบางส่วนไม่ฎีกา คดีสมคบกันลักทรัพย์
โจทก์ฝ่ายเดียวฎีกาในข้อเท็จจริงขอให้ลงโทษจำเลยบางคนที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงพิพากษายกฟ้องปล่อยตัวไป แม้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงยืนตามศาลอุทธรณ์ แต่ในส่วนจำเลยที่ไม่มีฎีกาขึ้นมานั้นเมื่อศาลฎีกาพิจารณาเห็นในลักษณคดีว่าศาลวางบทผิดมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้วางบทที่ถูกต้องได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131/2482
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาคดีอาญาเลือกตั้งหลังมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ศาลฎีกาไม่ผูกพันข้อเท็จจริงจากคดีแพ่ง
ข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นโต้เถียงแต่ศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.195,255,
การพิจารณาคดีอาญาจะยกเอาข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนแพ่งมาเป็นหลักสำคัญลงโทษจำเลยในคดีส่วนอาญาหาได้ไม่ในกรณีที่ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนและให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยจำต้องรับฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นฟังมาตามพ.ร.บ.เลือกตั้ง แก้ไข 2479 มาตรา 52 นั้น เมื่อศาลฎีกาจะพิจารณาคดีส่วนอาญาสำหรับกรณีเรื่องนี้อีกก็ไม่มีกฎหมายใดผูกพันศาลฎีกาให้จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่เคยจำต้องฟังมาแล้วในคดีเพิกถอนการเลือกตั้ง
การพิจารณาคดีอาญาจะยกเอาข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนแพ่งมาเป็นหลักสำคัญลงโทษจำเลยในคดีส่วนอาญาหาได้ไม่ในกรณีที่ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนและให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยจำต้องรับฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นฟังมาตามพ.ร.บ.เลือกตั้ง แก้ไข 2479 มาตรา 52 นั้น เมื่อศาลฎีกาจะพิจารณาคดีส่วนอาญาสำหรับกรณีเรื่องนี้อีกก็ไม่มีกฎหมายใดผูกพันศาลฎีกาให้จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่เคยจำต้องฟังมาแล้วในคดีเพิกถอนการเลือกตั้ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1091/2482
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเสียหาย vs. เบี้ยปรับ: ศาลฎีกาชี้ขาดตามความมุ่งหมายของคู่สัญญา และมีอำนาจลดเบี้ยปรับที่สูงเกินไป
ศาลอุทธรณ์จะไม่ฟังคำแถลงตามที่คู่ความร้องขอก็ได้
ค่าเสียหายกับเบี้ยปรับมีนัยเป็นคนละอย่างต่างกัน เรื่องเรียกค่าเสียหายเป็นสิทธิโดยบังคับของกฎหมายเกิดขึ้นเอง เรื่องเบี้ยปรับเกิดขึ้นได้แก่โดยตกลงกำหนดกันไว้ เรื่องเบี้ยปรับตามสัญญานั้นถ้อยคำในสัญญาจะเรียกชื่อว่าเป็นค่าอะไรไม่สำคัญข้อสำคัญอยู่ที่ความมุ่งหมายอันแท้จริงของคู่สัญญาซึ่งปรากฎในสัญญานั้น ข้อสัญญาที่ว่าจะใช้ค่าเสียหายให้วันละ 5 บาทนั้นพอถือได้ว่าเป็นข้อสัญญาให้เบี้ยปรับวันละ 5 บาท
เมื่อศาลล่างให้เบี้ยปรับมาแรงเกินไป ศาลฎีกามีอำนาจลดเบี้ยปรับลงอีกได้
ค่าเสียหายกับเบี้ยปรับมีนัยเป็นคนละอย่างต่างกัน เรื่องเรียกค่าเสียหายเป็นสิทธิโดยบังคับของกฎหมายเกิดขึ้นเอง เรื่องเบี้ยปรับเกิดขึ้นได้แก่โดยตกลงกำหนดกันไว้ เรื่องเบี้ยปรับตามสัญญานั้นถ้อยคำในสัญญาจะเรียกชื่อว่าเป็นค่าอะไรไม่สำคัญข้อสำคัญอยู่ที่ความมุ่งหมายอันแท้จริงของคู่สัญญาซึ่งปรากฎในสัญญานั้น ข้อสัญญาที่ว่าจะใช้ค่าเสียหายให้วันละ 5 บาทนั้นพอถือได้ว่าเป็นข้อสัญญาให้เบี้ยปรับวันละ 5 บาท
เมื่อศาลล่างให้เบี้ยปรับมาแรงเกินไป ศาลฎีกามีอำนาจลดเบี้ยปรับลงอีกได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2482
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
แจ้งความเท็จและการใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงาน: ศาลฎีกาแก้บทลงโทษจาก ม.270 เป็น ม.118
แม้จะไม่ใช่ประเด็นที่ฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา แต่การที่ศาลล่างลงโทษจำเลยโดยปรับบทผิดศาลฎีกาพิพากษาแก้ปรับบทใหม่ตามบทที่ถูกต้องนั้นได้
จำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้ร้ายลักทรัพย์ ขอให้ไปจับกุมมาสอบสวน เขาจึงถูกจับมาควบคุมสอบสวนดังนี้ จำเลยยังไม่มีผิดตามกฎหมายอาญา ม.270 คงมีผิดเพียงฐานแจ้งความเท็จ
อ้างฎีกาที่ 169/2479 , 484/2479
จำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้ร้ายลักทรัพย์ ขอให้ไปจับกุมมาสอบสวน เขาจึงถูกจับมาควบคุมสอบสวนดังนี้ จำเลยยังไม่มีผิดตามกฎหมายอาญา ม.270 คงมีผิดเพียงฐานแจ้งความเท็จ
อ้างฎีกาที่ 169/2479 , 484/2479