พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,640 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1220/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: การนำพยานหลักฐานที่ศาลเคยถือว่าไม่สมบูรณ์กลับมาใช้ในการฟ้องคดีใหม่
ในคดีก่อนศาลชี้ขาดแล้วว่า เอกสารกู้ที่ฟ้อง ไม่ปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้อง ไม่รับฟังเป็นพยานหลักฐาน จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้เอาอากรแสตมป์ถูกต้องแล้วมาฟ้องเรียกเงินกู้นี้จากจำเลยใหม่ โดยอ้างว่าเอกสารสัญญากู้ซึ่งมีแสตมป์ครบนั้น เป็นหลักฐานในการฟ้องใหม่ เช่นนี้ เป็นการที่โจทก์เอาพยานหลักฐานซึ่งครั้งหนึ่ง ต้องห้ามไม่รับฟังแล้วนั้นกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ขอให้รับฟังอละขอให้กลับใช้พยานหลักฐานนั้นชี้ขาดว่า มีการกู้ จึงเป็นการฟ้องนำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1132/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์: การขาดข้อโต้แย้งและไม่ต้องใช้สิทธิทางศาล
ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่า ผู้ร้องได้สิทธิครอบครองในที่ดินมือเปล่านั้น เป็นเรื่องไม่มีผู้ใดโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ร้องตามกฎหมายแพ่ง และไม่มีความจำเป็นอย่างใดที่ผู้ร้องจะต้องใช้สิทธิทางศาล ฉะนั้นผู้ร้องจึงจะมาร้องขอให้ศาลแสดงสิทธิไม่ได้ ตาม ป.ม.วิแพ่งฯมาตรา 55.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1121/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อเชื่อ: หลักฐานการชำระเงินไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือ ศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานประกอบได้
การซื้อเชื่อไม้กระดานไปจากโรงเลื่อย โดยเซ็นรับไม้กระดานในรายการ ที่ทางโรงเลื่อยทำขึ้นนั้น ไม่มีกฎหมายบังคับว่า การชำระเงินจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือเวนคืนเอกสารรายการซื้อของเชื่อ ฉะนั้นจะวินิจฉัยให้ผู้ซื้อเชื่อต้องมีใบเสร็จรับเงินมาแสดงจนครบรายการที่รับไปจึงหาชอบไม่ ศาลอาจวินิจฉัยจากพยานหลักฐานอื่นได้ว่าผู้ซื้อได้ชำระเงินครบถ้วนแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนายิงเพื่อฆ่า แต่ไม่สำเร็จ ศาลลดโทษเป็นทำร้ายร่างกายได้
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายมีบาดแผลถึงบาดเจ็บ โดยจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย แต่ลูกปืนที่ใช้ยิงมีแรงระเบิดไม่แรงพอผู้เสียหายจึงไม่ตาย ขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าคนตายตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249,60 ดังนี้ เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยมีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 254. ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254 ได้ไม่เป็นการเกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 967/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยื่นอุทธรณ์ข้ามเขตศาล: การยื่นคำร้องผ่านศาลที่มีเขตอำนาจ และการนับระยะเวลาอุทธรณ์
การยื่นฟ้องอุทธรณ์นั้นเป็นกระบวนพิจารณาที่ผู้อุทธรณ์จะต้องดำเนินต่อศาลอย่างหนึ่งตามความหมายของ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 1(3) และ (7) ฉะนั้นจึงนำเอา ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 10 มาใช้บังคับได้
ผู้อุทธรณ์ไม่สามารถไปยื่นฟ้องอุทธรณ์ต่อศาลที่พิพากษาคดีได้โดยเหตุสุดวิสัย ย่อมยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องขอยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลซึ่งตนมีภูมิลำเนาหรือยู่ในเขตศาลในขณะนั้นได้ และในกรณีเช่นนี้ถือว่า ได้ยื่นอุทธรณ์แล้วแต่วันนั้น ไม่ใช่นับแต่วันที่อุทธรณ์ส่งไปถึงศาลที่พิพากษาคดี
ผู้อุทธรณ์ไม่สามารถไปยื่นฟ้องอุทธรณ์ต่อศาลที่พิพากษาคดีได้โดยเหตุสุดวิสัย ย่อมยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องขอยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลซึ่งตนมีภูมิลำเนาหรือยู่ในเขตศาลในขณะนั้นได้ และในกรณีเช่นนี้ถือว่า ได้ยื่นอุทธรณ์แล้วแต่วันนั้น ไม่ใช่นับแต่วันที่อุทธรณ์ส่งไปถึงศาลที่พิพากษาคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 868-869/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุเวลาเบิกความเท็จในฟ้อง การฟ้องไม่จำเป็นต้องระบุเวลาช่วงกลางวัน/กลางคืน
ฟ้องหาว่าจำเลยเบิกความเท็จในศาลนั้น โจทก์ระบุเพียงวันเดือนปีที่หาว่าจำเลยเบิกความเท็จ แม้ไม่ได้ระบุว่าเวลากลางวันหรือกลางคืนก็พอเข้าใจได้ว่าหมายถึงเวลากลางวันจึงถือว่าฟ้องเช่นนี้เป็นฟ้องที่สมบูรณ์แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตรวจสภาพที่พิพาทและการวินิจฉัยชี้ขาดโดยไม่ต้องสืบพยาน: ศาลต้องทำเป็นคำพิพากษา
การที่คู่ความขอให้ศาลไปตรวจดูสภาพที่พิพาทแล้ววินิจฉัย+ โดยต่างไม่สืบพยานบุคคลต่อไปนั้น เป็นเรื่องสืบพยานธรรมดาโดยอ้างวัตถุพยาน คือที่พิพาทเป็นพยานร่วม มิใช่เป็น+ท้าของคู่ความ ฉะนั้นเมื่อศาลชั้นต้นไปดูสภาพของที่พิพาทแล้วเห็นอย่างไร ก็วินิจฉัยชี้ขาดได้ตามที่คู่ความเสนอไว้ได้ แต่ต้องทำเป็นคำพิพากษาให้ถูกต้องครบถ้วนตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 141 จะทำเป็นคำสั่งไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 760/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยกข้อไม่มีอำนาจฟ้องต้องยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ตามกฎหมาย หากมิได้ยกขึ้น ศาลไม่ต้องวินิจฉัยเอง
โจทก์ฟ้องคดีโดยว่าเป็นหญิงหม้าย จำเลยมิได้ให้การหรือดำเนินการตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 56 โดยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โดยเป็นหญิงมีสามี ฉะนั้นคดีจึงไม่มีประเด็นในข้อนี้ แม้จะมีพยานเบิกความถึง ก็เป็นเรื่องนอกประเด็นไม่เป็นข้อเท็จจริงที่ศาลจะพึงรับวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 614/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับสารภาพและการฟ้องคดีอาญา: ศาลลงโทษตามที่จำเลยรับได้ แม้โจทก์ไม่นำสืบพยานเพิ่มเติม
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าจำเลยสมคบกันลักลอบเล่นการพนันไฮโลและขลุกขลิกพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติการพนัน เมื่อจำเลยรับว่า เล่นการพนันไฮโลอย่างเดียวโจทก์พอใจเท่าที่จำเลยรับ จึงไม่นำสืบพยานเช่นนี้ ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยเพียงเท่าที่จำเลยรับนั้นได้และฟ้องเช่นนี้ถือว่าไม่ใช่ฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทิ้งฟ้องอุทธรณ์: ผลคือศาลสั่งจำหน่ายคดี
จำเลยยื่นอุทธรณ์คัดค้านสั่งของศาลชั้นต้นในท้ายอุทธรณ์ จำเลยแถลงว่าจำเลยฟังคำสั่งศาลอยู่แล้วในวันที่ก็ไม่ฟังก็ให้ถือว่าจำเลยได้ตามคำสั่งศาลแล้ว ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของจำเลย และให้จัดการส่งสำเนาให้โจทก์กำหนด 15 วัน ครั้นพ้นกำหนด 15 วันแล้วจำเลยก็หาได้จัดการนำส่งสำเนาแต่ประการใดไม่ ดังนี้ต้องถือว่าผู้อุทธรณ์ยังฟ้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมสั่งจำหน่ายฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยได้+