คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
สัญญา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,361 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 551/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าเสียหายตามคำพิพากษา แม้จะขนส่งไม้บางส่วนแล้ว ก็ต้องชำระเต็มตามสัญญา
คำพิพากษาที่ให้จำเลยรับไม้ 3 กองไปจากโจทก์ โดยให้จำเลยใช้ค่าเสียหายวันละ 30 บาทแก่โจทก์นับจากวันฟ้องจนกว่าจะเอาไม้ไปเสร็จนั้น แม้ค่าเสียหายวันละ30 บาทตามคำพิพากษาจะมุ่งหมายถึงไม้3 กอง แต่ก็ไม่ได้แยกเป็นรายกองไว้ ฉะนั้นแม้จำเลยจะขนไป 2 กองแล้วคงเหลืออีกกองเดียว จำเลยก็ต้องใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 30 บาทเต็มตามคำพิพากษาต่อไปจนกว่าจะขนไม้ไปเสร็จ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิซื้อคืนที่ดินตามสัญญา ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของสิทธิ
โจทก์ขายนาให้จำเลยแล้วมีข้อสัญญากันว่า ต่อไปในวันข้างหน้าในระยะครบ 2 ปี เป็นจำนวน พ.ศ. 2493 หรือ 2494 ถ้าโจทก์นำเงินมาซื้อคืนได้ จำเลยจะต้องขายนาคืนให้ นั้นย่อมหมายความว่า โจทก์มีสิทธิซื้อคืนได้ภายในระยะ 2 ปี นับแต่วันทำสัญญากันนั้นเอง สุดแต่จะไปครบ 2 ปี ใน ปี พ.ศ. 2493 หรือ พ.ศ. 2494
โจทก์ฟ้องว่า ได้ไปขอซื้อนาคืนจากจำเลยในต้น พ.ศ. 2494 แต่จำเลยไม่ยอมขายคืนให้ ฯลฯ จำเลยไม่ได้ให้การกล่าวถึงหรือปฏิเสธความข้อนี้ประการใด จึงต้องถือว่าจำเลยรับในข้อเท็จจริงข้อที่โจทก์ฟ้องนี้แล้ว
โจทก์ขายนาให้จำเลยโดยมีข้อสัญญากันว่า โจทก์มีสิทธิขอซื้อคืนได้ภายในกำหนด 2 ปี ครั้นต่อมาโจทก์ได้ขอซื้อคืนภายในระยะเวลาปีอันเป็นระยะเวลาที่โจทก์มีสิทธิขอซื้อคืนได้ เมื่อจำเลยไม่ยอมขาย ย่อมถือได้ว่า จำเลยผิดสัญญา โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาได้ และโจทก์จะยื่นฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 2 ปีแล้วก็ได้ เพราะโจทก์ได้ขอซื้อคืนไว้ภายในระยะ 2 ปี แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจร้องทุกข์ในคดีทุจริต: องค์การค้ามอบอำนาจให้ผู้อื่นทำสัญญา กรรมการผู้จัดการมีสิทธิร้องทุกข์
บริษัทส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยได้จ้างเหมาสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดให้ขนน้ำตาลที่จังหวัดลำปางมาส่งโกดังของบริษัทกรรมการผู้จัดการสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดซึ่งเป็นองค์การค้าสังกัดกระทรวงพาณิชย์ได้ลงชื่อมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ลงชื่อในสัญญาจ้างเหมาในฐานะเป็นคู่สัญญาแทน สำนักงานกลางบริษัทจังหวัด และจำเลยที่ 1 ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการขนส่งน้ำตาลรายนี้ เมื่อเกิดมีการทุจริตยักยอกน้ำตาลที่รับจัดการขนส่งขึ้นกรรมการผู้จัดการสำนักงานกลางบริษัทจังหวัด ย่อมเป็นผู้เสียหายด้วยคนหนึ่งจึงมีอำนาจร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานนำคดีขึ้นว่ากล่าวได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาซื้อขายโดยอ้อมและการฟ้องเรียกเงินตามสัญญา การโอนทรัพย์สินและผลผูกพัน
บิดามีความประสงค์จะโอนปืนให้แก่บุตร แต่บุตรเป็นคนต่างด้าวทางอำเภอไม่ยอมโอนปืนให้ บิดาจึงโอนปืนให้บุตรเขยซึ่งเป็นคนไทยแล้วให้บุตรเขยทำสัญญากู้เงินบุตร 2000 บาท เป็นราคาปืนที่บุตรควรจะได้แล้วบิดาได้โอนปืนให้บุตรเขยเด็ดขาด ใบอนุญาตก็เป็นชื่อบุตรเขย ดังนี้บุตรเขยต้องรับผิดชอบใช้เงิน 2000 บาทให้แก่บุตร ฉะนั้นบุตรจึงมีอำนาจฟ้องเรียกเงินจำนวนนี้พร้อมทั้งดอกเบี้ยตามสัญญากู้จากบุตรเขยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 32/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวเมื่อสัญญาเป็นของหน่วยงานราชการ จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบเป็นการส่วนตัว
โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างเหมา สร้างสุขศาลาจากจำเลย ซึ่งเป็นสาธารณสุขจังหวัด โจทก์แถลงยืนยันต่อศาลเป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นส่วนตัว แต่ตามคำบรรยายฟ้องและคำพยานโจทก์ได้ความชัดเจนว่าจำเลยทำสัญญาจ้างเหมาโจทก์ทำสุขศาลานั้นจำเลยเป็น่เพียงตัวแทนของกรมสาธารณสุขเท่านั้น ดังนี้จำเลยจึงหาต้องรับผิดชอบเป็นส่วนตัวไม่ ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 289/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าของร่วม vs. เจ้าของทรัพย์สินที่มีส่วนแบ่งชัดเจน, สิทธิในการบังคับขายตามสัญญา, และเบี้ยปรับ
เจ้าของรวมตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1357 นั้น ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สสินอันรวมกันไม่ทราบว่าส่วนของใครเท่าไร ตรงไหนในทรัพย์นั้น ๆ กฎหมายจึงสันนิษฐษนไว้ก่อนว่าผู้เป็นเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากัน
โฉนดที่ดินมีชื่อบุคคล 2 คนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ แต่ได้จดทะเบียนบรรยายส่วนของใครไว้ในโฉนดแล้วว่า ของใครไว้ในโฉนดแล้วว่า ของใครอยู่ตอนไหน เป็นจำนวนเนื้อที่เท่าไร ชัดแจ้งแล้ว เช่นนี้ หาใช่ เป็นเจ้าของรวมไม่
เงื่อนไขแห่งนิติกรรมานั้นหมายถึงเหตุการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคตและไม่แน่นอน
สัญญาจะซื้อขายมีข้อตกลงกันว่าผู้ซื้อขายกันในวันมาทำการจะทะเบียนแบ่งแยกที่ดินนั้น หาใช่เป็นเงื่อนไขไม่
แม้สัญญาจะซื้อขายที่ดินได้กำหนดเบี้ยปรับกันไว้ ในเมื่อผู้ขายผิดสัญญาก็ดี ตามป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 380 บัญญัติให้สิทธิแก่เจ้าหนี้เลือกเรียกเอาเบี้ยแรับชำระหนี้แต่อย่างหนึ่งอย่างใดได้ ฉะนั้นถ้าผู้ขายทำผิดสัญญาโดยไม่ยอมขายที่ดินให้แก่ผู้ซื้อ ผู้ซื้อก็ย่อมมีสิทธิฟ้องร้องผู้ขายขอให้ศาลบังคับให้โอนขายตามสัญญาได้
(อ้างฎีกาที่ 131 / 1449)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำให้การที่ไม่ชัดเจน ไม่ระบุรายละเอียดการไม่ปฏิบัติตามสัญญา ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิอ้างเหตุนั้นในการต่อสู้คดี
โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างเหมาทำของจากจำเลยๆให้การปฏิเสธต่อสู้ว่า โจทก์ทำการไม่ถูกต้องครบถ้วนตามข้อสัญยา รายการและแผนผังหลายประการและทำการยังไม่เสร็จสิ้นตามสัญญานั้น เป็นคำกล่าวอ้างที่ไม่อาจรู้ได้ว่า โจทก์ทำการไม่ถูกต้องอย่างไร และทำการยังไม่เสร็จสิ้นอย่างไรบ้าง จึงเป็นคำให้การที่มิได้ต่อสู้คดีให้ชัดแจ้งตามที่กฎหมายบังคับไว้ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 177 ฉะนั้นจำเลยจึงไม่มีประเด็นจำนำสืบตามคำให้การนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1591/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผลผูกพันสัญญาประนีประนอมยอมความและการปฏิบัติตามสัญญาเช่า
คู่ความตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลว่าจำเลยยอมให้โจทก์เช่าศาลาท่าน้ำและชานศาลาเป็นท่าขึ้นลงสำหรับที่เรือจ้างรับส่งคนโดยสาร เมื่อศาลพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญายอมความนั้นแล้วผลก็ย่อมผูกพันจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญายอมความนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคแรกจำเลยจะอ้างว่า ต้องทำสัญญาเช่ากันใหม่ เพราะเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ถ้าโจทก์ไม่ยอมเซ็นสัญญาเช่าใหม่แล้วจำเลยก็ยังไม่ยอมให้โจทก์เช่า ดังนี้ ไม่ได้ เพราะการเช่าย่อมเกิดขึ้นแล้วตามสัญญายอมความ และตามสัญญายอมความก็ไม่มีข้อความว่าจะต้องไปทำสัญญาเช่ากันใหม่ไม่ ฉะนั้นถ้าจำเลยขัดขืนโจทก์ก็ขอให้ศาลออกคำบังคับจำเลยได้ทีเดียว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายที่ดิน: การตั้งตัวแทนและการยอมรับสัญญา
โจทก์ฟ้องว่า ตัวแทนโจทก์กับจำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินเมื่อจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่า ตัวแทนโจทก์ไม่ชอบอย่างไรไว้แล้ว โจทก์ก็ไม่ต้องนำสืบแสดงการตั้งตัวแทน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1479/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชำระราคาไถ่ถอนการขายฝากไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ ผู้ซื้อต้องรับการชำระจากผู้แทนโจทก์
การชำระราคาไถ่ถอนการขายฝากนั้น กฏหมายไม่ได้บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ ฉะนั้นเมื่อผู้ขายฝากมอบหมายให้ผู้อื่น เป็นผู้แทนนำเงินมาชำระราคาไถ่ถอน ฝ่ายผู้ซื้อไม่ยอมรับ ต้องฟังว่าฝ่ายผู้ซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้ขายฝากมีสิทธิฟ้องขอให้บังคับให้ผู้ซื้อรับการไถ่ถนได้
of 337