คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
อำนาจฟ้อง

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,515 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2768/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 170: ผู้เสียหายโดยตรง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 170 มุ่งหมายเอาโทษแก่ผู้ที่ขัดขืนคำสั่งของศาลที่ให้ส่งเอกสารในการพิจารณาคดี อันเป็นบทบัญญัติถึงการกระทำความผิดต่อศาลซึ่งเป็นเจ้าพนักงานในการยุติธรรมโดยตรงเฉพาะ โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลย จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรานี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2726/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีอาญา: การปฏิบัติหน้าที่มิชอบ (ม.157) และหมิ่นประมาท ต้องพิจารณาหน้าที่ของจำเลยและอำนาจศาล
ฟ้องของโจทก์บรรยายว่าจำเลยเป็นเพียงเจ้าพนักงานตำรวจผู้มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย มิใช่พนักงานสอบสวน จึงไม่มีหน้าที่หรือสิทธิใดๆ ที่จะไล่โจทก์ออกจากห้องพนักงานสอบสวนได้ การกระทำของจำเลยจึงมิใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งจะมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เมื่อข้อหาตามมาตรา 157 ไม่มีมูลความผิดดังกล่าวแล้ว ข้อหาฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จึงมิใช่ความผิดอันเกี่ยวพันกับข้อหาตามมาตรา 157 ซึ่งโจทก์จะมีสิทธิฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจชำระในความผิดซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่าได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 24

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2726/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีอาญา: เจ้าพนักงานตำรวจไม่มีอำนาจไล่บุคคลออกจากห้องสอบสวน ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจึงไม่成立
ฟ้องของโจทก์บรรยายว่าจำเลยเป็นเพียงเจ้าพนักงานตำรวจผู้มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายมิใช่พนักงานสอบสวนจึงไม่มีหน้าที่หรือสิทธิใด ๆ ที่จะไล่โจทก์ออกจากห้องพนักงานสอบสวนได้การกระทำของจำเลยจึงมิใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งจะมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เมื่อข้อหาตามมาตรา 157 ไม่มีมูลความผิดดังกล่าวแล้วข้อหาฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จึงมิใช่ความผิดอันเกี่ยวพันกับข้อหาตามมาตรา 157 ซึ่งโจทก์จะมีสิทธิฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจชำระในความผิดซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่าได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 24

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2583/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีแจ้งความเท็จกระทบสิทธิรับมรดกของภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย
โจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลย ต่อมาจำเลยแจ้งแก่ น. เจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่จดทะเบียนสมรสว่า จำเลยไม่เคยจดทะเบียนสมรสมาก่อนเลยอันเป็นเท็จ เพราะจำเลยกับโจทก์ยังเป็นสามีภริยากันโดยชอยด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานได้จดทะเบียนสมรสให้จำเลยกับนางสาว ส. เห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยกระทบกระเทือนถึงฐานะบุคคลของโจทก์ซึ่งเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิรับมรดกอยู่ก่อนแต่คนดียว โจทก์จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียและได้รับความเสียหายในกรณีที่เกิดขึ้นโดยตรงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) มีอำนาจฟ้องคดีฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 (2)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2577-2581/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งคำสั่งรื้อถอนอาคารและการอุทธรณ์ตามกฎหมายรักษาความสะอาดฯ หากไม่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย จะไม่มีอำนาจฟ้อง
จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารที่พิพาทโดยได้ส่งคำสั่งให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองทราบโดยชอบแล้วโจทก์ไม่อุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยภายใน 15 วัน ตามที่ พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองฯ มาตรา 12 วรรคสองกำหนดไว้ ถือได้ว่าโจทก์มิได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2502/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในรถเช่าซื้อระหว่างสมรส: เจ้าของรวมมีอำนาจฟ้องคดีความเสียหาย
สิทธิตามสัญญาเช่าซื้อเป็นทรัพย์สิน เมื่อได้มาระหว่างสมรส สามีภริยาเป็นเจ้าของรวม ภริยาฟ้องคดีเกี่ยวกับสินบริคณห์ได้โดยรับอนุญาตจากสามี ตาม มาตรา 1469 เดิมที่ใช้ในขณะภริยาฟ้องคดีละเมิดและประกันภัยรถที่สามีเช่าซื้อ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2472/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีเรียกเงินกู้: สินส่วนตัว vs. สินสมรส และผลกระทบจากการเสียชีวิตของคู่สมรส
ภริยาให้กู้เงินที่เป็นสินส่วนตัว และฟ้องเรียกเงินนั้นคืนได้โดยลำพัง
แม้ภริยาให้กู้เงินที่เป็นสินสมรส และฟ้องคดีโดยสามีไม่ได้ยินยอมด้วย แต่ปรากฏชั้นฎีกาว่าสามีตายแล้วไม่มีทางให้สามีเข้าจัดการร่วมด้วย ภริยาจัดการสินสมรสได้โดยลำพังและมีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2459/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้อง: การไถ่ที่ดินจำนำแทนบุคคลอื่น มิใช่การยกสิทธิให้โจทก์ ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโดยตรง
พ่อตาโจทก์กู้เงินจำเลยมอบนามือเปล่าให้ยึดถือไว้ พ่อตาให้โจทก์ไปไถ่นาเอาเป็นของโจทก์ ยังไม่เป็นการยกนาให้โจทก์ จำเลยไม่ยอมให้ไถ่ ไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิที่โจทก์จะฟ้องจำเลยได้เอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2412/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเรียกร้องหนี้ภาษีที่ขาดอายุความและการใช้สิทธิยึดทรัพย์ เจ้าหนี้มีอำนาจฟ้องหรือไม่
จำเลยมีหนังสือให้โจทก์นำเงินภาษีอากรค้างและเงินเพิ่มใหม่ซึ่งโจทก์อ้างว่าขาดอายุความแล้วไปชำระ หากไม่ชำระจะดำเนินการกับโจทก์ตามกฎหมายโดยเคร่งครัดโจทก์ปฏิเสธการชำระหนี้ จำเลยยืนยันจะใช้สิทธิของจำเลยตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่สั่งยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์โดยมิต้องให้ศาลออกหมายยึดหรือสั่ง อันจะทำให้โจทก์เสียหาย เป็นการโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ระหว่างโจทก์กับจำเลยในเรื่องหนี้ค่าภาษีอากรค้างและเงินเพิ่ม โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2412/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเจ้าหน้าที่เรียกหนี้ภาษีค้างที่ขาดอายุความ การยืนยันสิทธิยึดทรัพย์เป็นการโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ โจทก์มีอำนาจฟ้องได้
จำเลยมีหนังสือให้โจทก์นำเงินภาษีอากรค้างและเงินเพิ่มใหม่ซึ่งโจทก์อ้างว่าขาดอายุความแล้วไปชำระ หากไม่ชำระจะดำเนินการกับโจทก์ตามกฎหมายโดยเคร่งครัด โจทก์ปฏิเสธการชำระหนี้ จำเลยยืนยันจะใช้สิทธิของจำเลยตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่สั่งยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์โดยมิต้องให้ศาลออกหมายยึดหรือสั่ง อันจะทำให้โจทก์เสียหาย เป็นการโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ระหว่างโจทก์กับจำเลยในเรื่องหนี้ค่าภาษีอากรค้างและเงินเพิ่มโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55
of 452