คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ความผิด

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1437/2525

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยักยอกทรัพย์: ฟ้องไม่เคลือบคลุม ศาลฎีกาตัดสินกลับ จำเลยมีความผิด
บันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์มีใจความว่าเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2524 เวลากลางวัน ผู้เสียหายได้นำรถจักรยานสองล้อ 1 คัน ของผู้เสียหายฝากจำเลยไว้และจำเลยครอบครองรถของผู้เสียหายตลอดมา ตามวันเวลาดังกล่าวหลังจากจำเลยรับฝากและครอบครองรถไว้แล้วจำเลยได้เบียดบังเอารถของผู้เสียหายมาเป็นของจำเลยโดยทุจริตดังนี้ ครบถ้วนตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 19 และครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา352 แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1073/2525 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบรถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นพาหนะในการกระทำผิด ไม่ถือเป็นของกลางที่ต้องริบ
จำเลยขี่รถจักรยานยนต์พา ข. นั่งซ้อนท้ายไปยิงผู้เสียหายโดย ข. เป็นผู้ยิง แต่กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหาย ดังนี้รถจักรยานยนต์ไม่ใช่ของที่ใช้ร่วมในการกระทำผิดแต่เป็นเพียงพาหนะที่ใช้ในการไปมาเท่านั้น จึงไม่ใช่ของกลางที่จะพึงริบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2525 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแยกความผิดฐานมีฝิ่นและมูลฝิ่น แม้มีครอบครองในวาระเดียวกัน ถือเป็นคนละกรรม
เดิมกฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับการมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในมาตราเดียวกัน ต่อมาได้มีการแก้ไขโดยบัญญัติแยกไว้คนละมาตราเป็นคนละฐานความผิด จึงเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการแยกการมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้เป็นคนละความผิดกัน ฉะนั้น แม้จำเลยจะมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในความครอบครองในวาระเดียวกันก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2525

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแยกความผิดฐานมีฝิ่นและมูลฝิ่นเป็นคนละกรรม แม้ครอบครองพร้อมกัน
เดิมกฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับการมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในมาตราเดียวกัน ต่อมาได้มีการแก้ไขโดยบัญญัติแยกไว้คนละมาตรา เป็นคนละฐานความผิด จึงเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการแยกการมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้เป็นคนละความผิดกัน ฉะนั้น แม้จำเลยจะมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในความครอบครองในวาระเดียวกันก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบของกลางต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิด หากไม่ปรากฏความเชื่อมโยง ศาลไม่ริบได้
จำเลยขายน้ำปลา 1 ขวด ที่มีป้ายแสดงราคาไว้ 9 บาท 50 สตางค์ ให้แก่ผู้เสียหายในราคา 10 บาท ตำรวจไปตรวจค้นยึดน้ำปลาของกลาง 31 ขวด ภายหลังจากการกระทำผิดเกิดขึ้นแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าของกลางเกี่ยวเนื่องกับน้ำปลา 1 ขวด ที่ขายเกินราคาควบคุม หรือได้ยึดมาเป็นของกลางรวมกับของกลาง 31 ขวด นี้ด้วยจึงยังฟังไม่ได้ว่าน้ำปลาของกลาง เป็นโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดของจำเลยอันจะต้องริบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดสองกระทง
กฎหมายบัญญัติให้ผู้จัดตั้งโรงงานดำเนินงานเป็น 2 ตอนการตั้งโรงงานต้องได้รับอนุญาต ตาม พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 มาตรา 8 ฝ่าฝืนผิด มาตรา 43 ก่อนเปิดดำเนินการต้องได้รับอนุญาตตาม มาตรา 12 ฝ่าฝืนผิด มาตรา 44 จำเลยตั้งโรงงานประกอบกิจการซ่อมและพ่นสีรถยนต์ เป็นความผิด 2 กระทง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ศาลพลเรือนไม่มีอำนาจพิจารณาคดีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมมิวนิสต์ฯ คดีนี้อยู่ในอำนาจศาลทหาร
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ฯ ความผิดดังกล่าวอยู่ในอำนาจศาลทหารที่จะพิจารณาพิพากษาตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ปรากฏแต่แรกตามฟ้องแล้วว่าความผิดที่กล่าวหาเป็นความผิดที่ต้องขึ้นอยู่ในอำนาจศาลทหาร หาใช่ความเพิ่งปรากฏขึ้นภายหลังว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหารไม่ศาลพลเรือนไม่มีอำนาจรับไว้พิจารณาพิพากษา การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้รับคำฟ้องและดำเนินการพิจารณาพิพากษามา เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจศาลคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองไม่มีผลบังคับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 726/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าพนักงานเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการคืนของกลาง ยึดถือเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่
จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ได้ออกตรวจท้องที่ตามปกติและได้พบเลื่อยวงเดือน 2 ใบ ของ ส. ซึ่งจำเลยเชื่อว่าเป็นเครื่องมือที่มีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ จึงยึดไว้เป็นของกลางแล้วจำเลยเรียกเอาเงิน 500 บาทจาก ส. เป็นการไถ่ใบเลื่อยคืน ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 725/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การออกเช็คโดยไม่มีเงินในบัญชีเพียงพอ การพิสูจน์สถานะทางการเงิน ณ วันออกเช็คเป็นสาระสำคัญ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คมาตรา 3 ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยออกเช็คพิพาทลงวันที่ 10 มิถุนายน 2521 ชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์ร่วม ต่อมาวันที่ 19 กรกฎาคม 2521 โจทก์นำเช็คพิพาทไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็ค ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะเงินในบัญชีของจำเลยมีไม่พอจ่าย โดยมิได้นำสืบให้เห็นว่าขณะที่ออกเช็คพิพาทคือวันที่ 10 มิถุนายน 2521 นั้น เงินในบัญชีของจำเลยมีพอจ่ายตามเช็คพิพาทหรือไม่ ดังนี้ จะฟังว่าการที่เงินในบัญชีของจำเลยมีไม่พอจ่ายในวันที่ 19กรกฎาคม 2521 นั้น. ในวันที่ 10 มิถุนายน 2521 อันอันเป็นวันออกเช็คพิพาทจำเลยก็ไม่มีเงินในบัญชีพอจ่ายตามเช็คจึงลงโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สถานะลูกจ้างชั่วคราวไม่ถือเป็นเจ้าพนักงาน ความผิดฐานยักยอกทรัพย์
พระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ. 2495 ได้บัญญัติถึงฐานะของพนักงานสุขาภิบาลไว้ในมาตรา 20 ว่า ให้สุขาภิบาลมีพนักงานสุขาภิบาลซึ่งประกอบด้วยปลัดสุขาภิบาลสมุหบัญชีสุขาภิบาล และพนักงานสุขาภิบาลอื่นตามความจำเป็นและมาตรา 21 ให้กระทรวงมหาดไทยวางระเบียบพนักงานสุขาภิบาลขึ้นไว้ มาตรา 22 ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ถือว่ากรรมการสุขาภิบาลและพนักงานสุขาภิบาลมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งกฎหมายลักษณะอาญา (กระทรวงมหาดไทยจะวางระเบียบเกี่ยวกับพนักงานสุขาภิบาลไว้อย่างไรโจทก์ไม่ได้นำสืบ)
จำเลยเป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราวของสุขาภิบาล จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นพนักงานสุขาภิบาลไม่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
of 682