คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
สัญญา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,361 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เบี้ยปรับในสัญญา: การบังคับใช้และการลดจำนวนค่าปรับโดยศาล
การที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญายอมรับผิดใช้ค่าเสียหายให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นรายวันวันละเท่านั้นบาท ดังนี้ถือว่าเป็นเบี้ยปรับ
เมื่อเป็นเบี้ยปรับแล้วฝ่ายผิดสัญญาต้องรับผิดโดยไม่ต้องพิจาณาว่า อีกฝ่ายเสียหายไปเท่าใด แต่ศาลอาจลดเบี้ยปรับลงได้
การกำหนดเบี้ยงปรับไม่ใช่เรื่องคู่สัญญาตั้งใจจะเสียดอกเบี้ยแก่กัน จึงไม่ใช่เรื่องดอกเบี้ยเกินอัตรา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เบี้ยปรับในสัญญา: ศาลยืนตามข้อตกลงเบี้ยปรับรายวัน แม้จะสูงกว่าความเสียหายจริง
การที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญายอมรับผิดใช้ค่าเสียหายให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นรายวันวันละเท่านั้นบาท ดังนี้ถือว่าเป็นเบี้ยปรับ
เมื่อเป็นเบี้ยปรับแล้วฝ่ายผิดสัญญาต้องรับผิดโดยไม่ต้องพิจารณาว่า อีกฝ่ายเสียหายไปเท่าใด แต่ศาลอาจลดเบี้ยปรับลงได้
การกำหนดเบี้ยปรับสำหรับการไม่ชำระเงินไม่ใช่เรื่องคู่สัญญาตั้งใจจะเสียดอกเบี้ยแก่กัน จึงไม่ใช่เรื่องเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 462/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายแร่: การตีความสัญญา, เหตุสุดวิสัย, และฐานตัวแทนที่มิได้เปิดเผย
การที่จำเลยทำสัญญาขายแร่ในนามของตนเอง ในสัญญามิได้ระบุว่าทำแทนใคร แม้จะมีตัวการ ๆ ก็ไม่เคยแสดงต่อผู้ซื้อมาก่อนว่าจำเลยทำแทน ดังนี้ จำเลยต้องรับผิดตามสัญญา ตัวการหาอาจทำให้เสื่อมสิทธิของผู้ซื้อที่มีต่อจำเลย ฐานจำเลยผิดสัญญาได้ไม่
เมื่อข้อความในสัญญามิได้ระบุว่า จำเลยทำแทนผู้ใด ที่จำเลยนำสืบว่าทำในฐานะตัวแทน จึงต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94
ข้อสัญญาที่ว่า ค่าส่งจากสถานีโกดังผู้ซื้อ ผู้ขายต้องเสียเองนั้น หมายถึงว่า ผู้ขายต้องส่งมอบถึงโกดังผู้ซื้อ ไม่หมายเลยไปถึงว่า ผู้ขายจะต้องไปเอาแร่จากที่ใดที่หนึ่งมาส่ง ผู้ขายจึงอ้างเหตุสุดวิสัยว่าไม่สามารถขนส่งแร่จากที่หนึ่งมาแก้ตัวไม่ได้
การซื้อขายแร่แม้ผู้ซื้อขายไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติความผิดอยู่ที่ไม่ขออนุญาตกฎหมายมิได้ห้ามการซื้อขายแร่ทั้งสัญญาได้ทำในจังหวัดที่ยังมิได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.การทำเหมืองแร่ ฯ 2474 สัญญานั้นไม่เป็นโมฆะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 450/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยอมรับสภาพหนี้โดยทายาท ทำให้ระยะเวลาอายุความสะดุดหยุดลง
คดีแพ่งซึ่งถ้าเป็นจริงตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่า บิดาจำเลยผู้ทำสัญญามัดจำขายที่ดินให้โจทก์ได้ตายแล้ว จำเลยได้ยอมรับปฎิบัติตามสัญญามัดจำจะโอนให้โจทก์ทั้งยอมให้โจทก์ครอบครองที่ดินนั้นจนบัดนี้ ดังนี้ ย่อมเรียกได้ว่าจำเลยยอมรับสภาพหนี้ต่อโจทก์อันทำให้อายุความสะดุดหยุดลงหากศาลชั้นต้นงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายเสียและวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 412/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำเรื่องไถ่ถอนขายฝาก: การฟ้องเรียกทรัพย์ซ้ำหลังจากมีการไถ่ถอนสัญญาขายฝากทั้งหมดแล้ว เป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามกฎหมาย
คดีก่อนที่จำเลยฟ้องขอไถ่ถอนการขายฝากที่นา ซึ่งในสัญญาระบุว่าขายฝากกันทั้งแปลง (มี 83 ไร่เศษ) แม้ในฟ้องจะกล่าวว่าแบ่งขายฝากกัน 50 ไร่ แต่เมื่อโจทก์จำเลยได้ปราณี ประนอมยอมความกัน โจทก์ยอมรับเงินค่าไถ่ครบถ้วนตามสัญญาขายฝาก ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมถึงที่สุดแล้ว ดังนี้ โจทก์จะกลับมาฟ้องอีกว่านาอีก 33 ไร่เศษจำเลยยังไม่ได้ขอไถ่นั้น เป็นการฟ้องซ้ำต้องห้าม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 412/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำ สัญญาขายฝากไถ่ถอนหมดแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องอีก
คดีก่อนที่จำเลยฟ้องขอไถ่ถอนการขายฝากที่นา ซึ่งในสัญญาระบุว่าขายฝากกันทั้งแปลง (มี 83 ไร่เศษ) แม้ในฟ้องจะกล่าวว่าแบ่งขายฝากกัน 50 ไร่ แต่เมื่อโจทก์จำเลยได้ประนีประนอมยอมความกันโจทก์ยอมรับเงินค่าไถ่ครบถ้วนตามสัญญาขายฝาก ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมถึงที่สุดแล้ว ดังนี้ โจทก์จะกลับมาฟ้องอีกว่า นาอีก 33 ไร่เศษจำเลยยังไม่ได้ขอไถ่นั้น เป็นการฟ้องซ้ำต้องห้าม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 385/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาที่มีข้อความคลุมเครือ ศาลอนุญาตให้สืบพยานเพื่อตีความสัญญาได้
สัญญาซึ่งมีข้อความในตอนต้นว่ากู้เงินเอาที่ดินเป็นประกัน และตีราคาที่ดินไว้ด้วย แต่ในตอนท้ายมีว่า ยอมให้ทำนานั้นต่างดอกเบี้ย จนกว่าจะได้ทำหนังสือสัญญาซื้อขายทางอำเภอดังนี้ สัญญานั้นอาจเป็นสัญญาจะซื้อขายที่ดิน และน่าจะไม่ใช้กู้เงินกันอย่างแท้จริง
เอกสารสัญญาซึ่งอาจตีความหมายได้เป็น 2 นัยดังกล่าว คู่ความอาจนำสืบประกอบเพื่อตีความหมายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคท้าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 385/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาซื้อขายหรือกู้เงิน: การตีความสัญญาที่มีข้อความคลุมเครือ และสิทธิในการนำสืบพยานเพื่อพิสูจน์เจตนา
สัญญาซึ่งมีข้อความในตอนต้นว่ากู้เงินเอาที่ดินเป็นประกัน และตีราคาที่ดินไว้ด้วย แต่ในตอนท้ายมีว่า ยอมให้ทำนานั้นต่างดอกเบี้ยจนกว่าจะได้ไปทำหนังสือสัญญาซื้อขายทางอำเภอดังนี้ สัญญานั้นอาจเป็นสัญญาจะซื้อขายที่ดิน และน่าจะไม่ใช่กู้เงินกันอย่างแท้จริง
เอกสารสัญญาซึ่งอาจตีความหมายได้เป็น 2 นัยดังกล่าวคู่ความอาจนำสืบประกอบเพื่อตีความหมายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 วรรคท้าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อพิพาทเรื่องนา: พิจารณาเจตนาคู่สัญญาเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นสัญญาเงินกู้หรือขายฝาก
แม้ในฟ้องจะกล่าวว่าโจทก์ได้ขายฝากนาไว้แก่จำเลย แต่ในฟ้องได้บรรยายรายละเอียดถึงข้อความในสัญญาขายฝากนั้นอีกว่า ได้ฝากนาไว้กับจำเลย ๆ เอาเงินไป มีกำหนดเวลาใช้คืนและมีข้อความว่า ใครจะเอานานั้นเป็นกรรมสิทธิไม่ได้ ดังนี้พิจารณาความประสงค์ของคู่สัญญาเป็นเรื่องโจทก์เอาเงินของจำเลยไปให้จำเลยครอบครองนาแทน ซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกคืนได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1779/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ยินยอมให้เช่าต่อและการยินยอมออกจากที่เช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
ผู้เช่าได้เช่าตึกมาตั้งแต่ยังเป็นของเจ้าของคนเดิม เมื่อเจ้าของคนเดิมจะขายตึกที่เช่า ผู้เช่าก็ได้ตกลงกับเจ้าของคนเดิม ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าและกับผู้ที่จะเป็นเจ้าของใหม่ว่า ตนยินยอมออกจากตึกที่เช่า เมื่อผู้ให้เช่าเดิมขายตึกนั้น และครั้นเมื่อเจ้าของใหม่ซื้อตึกนั้นแล้ว ผู้เช่านั้นก็ยังได้ขอผัดต่อมาอีกจนที่สุดทำสัญญาเช่าอยู่ต่อมา เพื่อขอเวลาออกจากตึกที่เช่าไปภายในกำหนด ดังนี้ เป็นที่เห็นได้ว่า ผู้เช่ายินยอมออกจากตึกตามความหมายของ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน มาตรา16(5) แล้ว
of 337