พบผลลัพธ์ทั้งหมด 335 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1866/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนนิติกรรมขายฝากที่ทำโดยไม่มีอำนาจ แม้ผู้ซื้อจะสุจริต
โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลซึ่งมูลคดีเรื่องนั้นเกิดขึ้นในเขตนั้น เมื่อศาลจังหวัดนั้นได้ใช้ดุลพินิจอนุญาต ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องที่ศาลนั้นแล้ว ก็เป็นการชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(2)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งแสดงว่านิติกรรมขายฝากระหว่างผู้มีชื่อกับจำเลยเป็นอันใช้ไม่ได้ ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมอันใช้ไม่ได้นั้นเสีย ดังนี้ ไม่เกินคำขอในฟ้อง เพราะเป็นลักษณะของการอันเดียวกัน
ทำใบมอบอำนาจปลอมขึ้นว่าเจ้าของที่ดินมอบอำนาจให้ตนเอาที่ดินไปขายฝาก แม้ผู้รับซื้อฝากจะรับซื้อไว้โดยสุจริตและจดทะเบียนการขายฝากไว้แล้ว เจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมขายฝากได้ เพราะเจ้าของที่ดินมิได้มอบอำนาจให้ขาย นิติกรรมระหว่างเจ้าของที่ดินกับผู้ซื้อจึงไม่มีต่อกัน ชอบที่ผู้ซื้อจะไปไล่เบี้ยเอาแก่ผู้ขาย
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งแสดงว่านิติกรรมขายฝากระหว่างผู้มีชื่อกับจำเลยเป็นอันใช้ไม่ได้ ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมอันใช้ไม่ได้นั้นเสีย ดังนี้ ไม่เกินคำขอในฟ้อง เพราะเป็นลักษณะของการอันเดียวกัน
ทำใบมอบอำนาจปลอมขึ้นว่าเจ้าของที่ดินมอบอำนาจให้ตนเอาที่ดินไปขายฝาก แม้ผู้รับซื้อฝากจะรับซื้อไว้โดยสุจริตและจดทะเบียนการขายฝากไว้แล้ว เจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมขายฝากได้ เพราะเจ้าของที่ดินมิได้มอบอำนาจให้ขาย นิติกรรมระหว่างเจ้าของที่ดินกับผู้ซื้อจึงไม่มีต่อกัน ชอบที่ผู้ซื้อจะไปไล่เบี้ยเอาแก่ผู้ขาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1822/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการครอบครองโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นสิ้นสุดตามสิทธิเจ้าของโรงเรือน ละเมิดสิทธิเจ้าของที่ดิน
ข้อฎีกาที่ว่าศาลล่างไม่ฟังข้อเท็จจริงตามที่ควรจะฟังนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงส่วนฎีกาที่ว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงโดยไม่มีถ้อยคำสำนวนสนับสนุนนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
เจ้าของที่ดินฟ้องเจ้าของโรงเรือน ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินนั้นให้รื้อถอนโรงเรือนไปจนยอมความกันจะรื้อถอนโรงเรือนไปแล้ว แต่ไม่สามารถรื้อได้เพราะมีผู้เช่าโรงเรือนนั้นอยู่ ไม่ยอมออกไป ดังนี้ ถือได้ว่าการที่ผู้เช่าโรงเรือนไม่ยอมออกไปเป็นเหตุให้เจ้าของโรงเรือนรื้อไม่ได้ตามที่ตกลงไว้กับเจ้าของที่ดินย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของที่ดิน ๆ จึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าโรงเรือนให้ออกไปจากโรงเรือนได้ ผู้เช่าจะอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ก็ไม่ได้ เพราะผู้เช่าอยู่ในโรงเรือนโดยอาศัยสิทธิของเจ้าของโรงเรือนเมื่อเจ้าของโรงเรือนเองก็หมดอำนาจไปแล้ว สิทธิของผู้เช่าอยู่ก็หมดไปด้วย
เจ้าของที่ดินฟ้องเจ้าของโรงเรือน ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินนั้นให้รื้อถอนโรงเรือนไปจนยอมความกันจะรื้อถอนโรงเรือนไปแล้ว แต่ไม่สามารถรื้อได้เพราะมีผู้เช่าโรงเรือนนั้นอยู่ ไม่ยอมออกไป ดังนี้ ถือได้ว่าการที่ผู้เช่าโรงเรือนไม่ยอมออกไปเป็นเหตุให้เจ้าของโรงเรือนรื้อไม่ได้ตามที่ตกลงไว้กับเจ้าของที่ดินย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของที่ดิน ๆ จึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าโรงเรือนให้ออกไปจากโรงเรือนได้ ผู้เช่าจะอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ก็ไม่ได้ เพราะผู้เช่าอยู่ในโรงเรือนโดยอาศัยสิทธิของเจ้าของโรงเรือนเมื่อเจ้าของโรงเรือนเองก็หมดอำนาจไปแล้ว สิทธิของผู้เช่าอยู่ก็หมดไปด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1822/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเจ้าของที่ดินเมื่อผู้เช่ายึดครองโรงเรือนหลังเจ้าของโรงเรือนผิดสัญญา
ข้อฎีกาที่ว่าศาลล่างไม่ฟังข้อเท็จจริงตามที่ควรจะฟังนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาที่ว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงโดยไม่มีถ้อยคำสำนวนสนับสนุนนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
เจ้าของที่ดินฟ้องเจ้าของโรงเรือนซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินนั้นให้รื้อถอนโรงเรือนไปจนยอมความกันจะรื้อถอนโรงเรือนไปแล้ว แต่ไม่สามารถรื้อได้เพราะมีผู้เช่าโรงเรือนนั้นอยู่ไม่ยอมออกไป ดังนี้ ถือได้ว่าการที่ผู้เช่าโรงเรือนไม่ยอมออกไปเป็นเหตุให้เจ้าของโรงเรือนรื้อไม่ได้ตามที่ตกลงไว้กับเจ้าของที่ดินย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินจึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าโรงเรือนให้ออกไปจากโรงเรือนได้ ผู้เช่าจะอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ก็ไม่ได้ เพราะผู้เช่าอยู่ในโรงเรือนโดยอาศัยสิทธิของเจ้าของโรงเรือน เมื่อเจ้าของโรงเรือนเองก็หมดอำนาจไปแล้วสิทธิของผู้เช่าอยู่ก็หมดไปด้วย
เจ้าของที่ดินฟ้องเจ้าของโรงเรือนซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินนั้นให้รื้อถอนโรงเรือนไปจนยอมความกันจะรื้อถอนโรงเรือนไปแล้ว แต่ไม่สามารถรื้อได้เพราะมีผู้เช่าโรงเรือนนั้นอยู่ไม่ยอมออกไป ดังนี้ ถือได้ว่าการที่ผู้เช่าโรงเรือนไม่ยอมออกไปเป็นเหตุให้เจ้าของโรงเรือนรื้อไม่ได้ตามที่ตกลงไว้กับเจ้าของที่ดินย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินจึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าโรงเรือนให้ออกไปจากโรงเรือนได้ ผู้เช่าจะอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ก็ไม่ได้ เพราะผู้เช่าอยู่ในโรงเรือนโดยอาศัยสิทธิของเจ้าของโรงเรือน เมื่อเจ้าของโรงเรือนเองก็หมดอำนาจไปแล้วสิทธิของผู้เช่าอยู่ก็หมดไปด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1081/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเวนคืนที่ดินเพื่อขยายท่าเรือ หากไม่ได้ใช้ตามวัตถุประสงค์ เจ้าของที่ดินมีสิทธิขอคืนได้
เมื่อได้มี พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อขยายเขตท่าเรือกรุงเทพ ฯ 2486 เวนคืนที่ดินของราษฎรไปเป็นเวลาเกิน 5 ปีแล้วโดยกระทรวงเจ้าหน้าที่ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.มิได้จัดการใช้ที่ดินนั้นเลยหรือมิได้จัดการใช้ตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนนั้น เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนนั้นมีอำนาจขอที่ดินที่ถูกเวนคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความครอบครองปรปักษ์ที่ดินทำประโยชน์ แม้ไม่มีหนังสือสำคัญ เจ้าของยังมีสิทธิเรียกร้องคืนได้หากครอบครองไม่ถึง 10 ปี
ที่ดินที่มีเจ้าของยึดถือปกครองมาไม่น้อยกว่า 20 ปี เป็นที่สวนยางทำประโยชน์แล้ว แม้จะไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน อายุความที่จะขาดสิทธิเรียกร้องเอาคืนต้องถือ 9-10 ปี ถ้าผู้อื่นครอบครองยังไม่ถึง10 ปี เจ้าของยังมีสิทธิเรียกร้องเอากลับคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 397/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ความเป็นเจ้าของที่ดินก่อนพิจารณาความผิดฐานลักตัดไม้ ศาลต้องเปิดโอกาสสืบพยาน
คดีอาญาที่โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันลักตัดฟันต้นไม้ในที่ดินของโจทก์ เมื่อได้ความเพียงว่า ที่ดินนั้นโจทก์จำเลยได้เคยนำเจ้าพนักงานรังวัดเถียงสิทธิครอบครองกันอยู่ดังนี้ ศาลไม่ควรงดสืบพยานโจทก์ โดยเห็นไปว่าเป็นคดีแพ่ง ควรให้โอกาสโจทก์สืบให้สมฟ้องเพราะอาจเป็นความผิดทางอาญาได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเจ้าของที่ดินฟ้องรังวัดเพื่อออกโฉนดให้ผู้อื่น แม้เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ
ผู้มีกรรมสิทธิหรือมีสิทธิครอบครองที่ดิน ย่อมมีสิทธิฟ้องผู้ที่นำเจ้าพนักงานที่ดินมารังวัดที่นั้นเพื่อออกโฉนดให้เป็นของผู้อื่นเป็นจำเลย โดยฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองที่นั้นและห้ามมิให้มารบกวนการครอบครองที่นั้นได้ แม้ว่าจำเลยจะกระทำไปตามหน้าที่ราชการและอาศัยสิทธิของบุคคลที่ 3 ก็ดี ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะเรียกบุคคลที่ 3 ซึ่งจำเลยอาศัยสิทธินั้นเข้ามาในคดี,หาใช่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องฟ้องบุคคลที่ 3 ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับโจทก์นั้นไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเจ้าของที่ดินฟ้องร้องการรังวัดเพื่อออกโฉนดให้ผู้อื่น แม้เจ้าพนักงานทำตามหน้าที่
ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองที่ดิน ย่อมมีสิทธิฟ้องผู้ที่นำเจ้าพนักงานที่ดินมารังวัดที่นั้นเพื่อออกโฉนดให้เป็นของผู้อื่นเป็นจำเลยโดยฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่นั้น และห้ามมิให้มารบกวนการครอบครองที่นั้นได้ แม้ว่าจำเลยจะกระทำไปตามหน้าที่ราชการและอาศัยสิทธิของบุคคลที่ 3 ก็ดี ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะเรียกบุคคลที่ 3 ซึ่งจำเลยอาศัยสิทธินั้นเข้ามาในคดี หาใช่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องฟ้องบุคคลที่ 3 ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับโจทก์นั้นไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยินยอมให้ขายฝากแล้วหลุดเป็นสิทธิแก่ผู้อื่น เจ้าของที่ดินไม่สามารถกลับมาเถียงสิทธิได้
เจ้าของที่ดิน(นา)ได้รู้เห็นยินยอมให้ผู้อื่นเอานาไปขายฝากจนพ้นกำหนดไถ่ถอนหลุดเป็นสิทธิแก่เขาแล้ว จะกลับเถียงสิทธิของผู้รับซื้อ ผู้ทำการสุจริตหาได้ไม่ เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1679/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนลักษณะการครอบครองจากทำกินต่างดอกเบี้ยเป็นครอบครองปรปักษ์ต้องบอกกล่าวเจ้าของที่ดินก่อน
ผู้ครอบครองยึดถือที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้นั้นถือว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนเจ้าของที่ดิน เมื่อจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองเป็นการยึดถือเพือตน ก็จะต้องบอกกล่าวไปยังเจ้าของที่ดินก่อน
ผู้ครอบครองที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินนั้น โดยอ้างว่าภายหลังตนได้ปกครองที่ดินอย่างเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน 11 ปีแล้ว แต่ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่าตนได้บอกกล่าวให้ฝ่ายเจ้าของที่ดินทราบถึงการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือแล้วดังนี้ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
ผู้ครอบครองที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินนั้น โดยอ้างว่าภายหลังตนได้ปกครองที่ดินอย่างเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน 11 ปีแล้ว แต่ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่าตนได้บอกกล่าวให้ฝ่ายเจ้าของที่ดินทราบถึงการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือแล้วดังนี้ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้