พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3122/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เบิกความเท็จเกี่ยวกับสถานะทายาทเพื่อประโยชน์ในการจัดการมรดกเข้าข่ายความผิดฐานเบิกความเท็จ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177จำคุกจำเลย 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
แม้โจทก์จะขอระบุพยานเพิ่มเติมเมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จจนจำเลยแถลงหมดพยานแล้วก็ตาม ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจที่จะสั่งรับระบุพยานเพิ่มเติมของโจทก์ และรับฟังเอกสารที่อ้างนั้นมาวินิจฉัยคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 228
การร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713ปัญหาว่าผู้ร้องเป็นทายาทมีสิทธิรับมรดกหรือไม่เป็นประเด็นโดยตรง และเป็นข้อสำคัญในคดีซึ่งศาลจำต้องวินิจฉัย การที่จำเลยเบิกความเป็นพยานในคดีที่จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ว่าผู้ตายไม่มีภรรยาและบุตร และศาลเชื่อตามคำเบิกความ เป็นผลให้จำเลยซึ่งเป็นน้องผู้ตายมีสิทธิรับมรดกและศาลได้แต่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกทำให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานลำดับต้นและมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายเป็นผู้เสียประโยชน์ คำเบิกความของจำเลยจึงเป็นข้อสำคัญในคดี
แม้โจทก์จะขอระบุพยานเพิ่มเติมเมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จจนจำเลยแถลงหมดพยานแล้วก็ตาม ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจที่จะสั่งรับระบุพยานเพิ่มเติมของโจทก์ และรับฟังเอกสารที่อ้างนั้นมาวินิจฉัยคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 228
การร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713ปัญหาว่าผู้ร้องเป็นทายาทมีสิทธิรับมรดกหรือไม่เป็นประเด็นโดยตรง และเป็นข้อสำคัญในคดีซึ่งศาลจำต้องวินิจฉัย การที่จำเลยเบิกความเป็นพยานในคดีที่จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ว่าผู้ตายไม่มีภรรยาและบุตร และศาลเชื่อตามคำเบิกความ เป็นผลให้จำเลยซึ่งเป็นน้องผู้ตายมีสิทธิรับมรดกและศาลได้แต่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกทำให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานลำดับต้นและมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายเป็นผู้เสียประโยชน์ คำเบิกความของจำเลยจึงเป็นข้อสำคัญในคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3109/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กระสุนปืนไม่ใช่ 'อาวุธ' โดยสภาพ การพกพาจึงไม่ผิด ม.371 หากไม่มีเจตนาประทุษร้าย
กระสุนปืนไม่ใช่สิ่งที่เป็นอาวุธโดยสภาพ เมื่อโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่ากระสุนปืนของกลางเป็นสิ่งซึ่งจำเลยได้ใช้ หรือเจตนาจะใช้ประทุษร้ายร่างกายถึงอันตรายสาหัสอย่างอาวุธตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(5) การกระทำของจำเลยตามฟ้องที่บรรยายว่าจำเลยพกกระสุนของกลางไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุสมควรจึงไม่เป็นความผิดตาม มาตรา 371
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3091-3092/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ยักยอกทรัพย์: การกระทำผิดเป็นกรรม ๆ ไปตามจำนวนครั้งที่กระทำ
เจ้าอาวาสเจ้าของโรงเรียนมอบอำนาจให้ผู้มีชื่อไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวหาว่าจำเลยทุจริตยักยอกเงินของโรงเรียน เป็นการร้องทุกข์โดยถูกต้องแล้ว เจ้าอาวาสเบิกความต่อศาลว่า ที่ให้ไปแจ้งความก็เพื่อให้ได้เงินคืน ไม่ต้องการให้จำเลยรับโทษทางอาญา ไม่ทำให้การแจ้งความร้องทุกข์ที่ได้กระทำไว้แล้วโดยชอบเสียไป และไม่ใช่ถอนคำร้องทุกข์ด้วย
เมื่อสิ้นภาคเรียนจำเลยมีหน้าที่ต้องนำเงินของโรงเรียนมอบให้เจ้าอาวาสทุกครั้งไป ครั้งใดจำเลยไม่ส่งมอบแต่กลับยักยอกเอาเป็นประโยชน์ของตนเสีย ก็เป็นความผิดฐานยักยอกสำหรับครั้งนั้นสำเร็จขาดตอนไปเป็นกรรมหนึ่ง การยักยอกของจำเลยจึงเป็นความผิดเป็นกรรม ๆ ไปตามจำนวนครั้งที่จำเลยกระทำการยักยอก
เมื่อสิ้นภาคเรียนจำเลยมีหน้าที่ต้องนำเงินของโรงเรียนมอบให้เจ้าอาวาสทุกครั้งไป ครั้งใดจำเลยไม่ส่งมอบแต่กลับยักยอกเอาเป็นประโยชน์ของตนเสีย ก็เป็นความผิดฐานยักยอกสำหรับครั้งนั้นสำเร็จขาดตอนไปเป็นกรรมหนึ่ง การยักยอกของจำเลยจึงเป็นความผิดเป็นกรรม ๆ ไปตามจำนวนครั้งที่จำเลยกระทำการยักยอก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2934/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตัวการร่วมมีไม้ผิดกฎหมาย แม้ไม่มีกรรมสิทธิ์: การรับหรือช่วยพาไม้ที่รู้ว่าเป็นของผิดกฎหมายถือเป็นความผิด
พระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 70 บัญญัติว่า ผู้ใดรับไว้ด้วยประการใด ซ่อนเร้นจำหน่ายหรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้นซึ่งไม้ที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้ที่มีผู้ได้มาโดยการกระทำผิดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดเป็นตัวการในการกระทำผิดนั้น ดังนั้น แม้จำเลยมิได้มีกรรมสิทธิ์ในไม้ของกลางก็ตาม แต่เมื่อจำเลยรับไว้หรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้นซึ่งไม้ของกลางที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้ผิดกฎหมาย จำเลยก็ต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันมีไม้ของกลางหวงห้ามไว้ในความครอบครอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2843/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องเท็จต้องพิจารณาเนื้อหาความผิดจริง การระบุสถานที่เกิดเหตุเท็จหรือขอโทษหนักกว่าความเป็นจริงไม่ใช่ความผิดฐานฟ้องเท็จ
โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยกระทำผิดฐานฟ้องเท็จ โดยจำเลยได้ฟ้องโจทก์ว่ากระทำผิดฐานหมิ่นประมาทแต่ระบุสถานที่เกิดเหตุเป็นเท็จ และอ้างกฎหมายขอให้ลงโทษแรงกว่าที่เป็นจริง ดังนี้ เหตุ 2 ประการดังกล่าวมิใช่เนื้อหาแห่งการกระทำอันจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท แม้จะอ้างกฎหมายขอให้ลงโทษหลายบทรวมกันมา โดยกฎหมายบางบทมีโทษได้ตามกฎหมายบทใดหรือไม่ ย่อมอยู่ที่การกระทำซึ่งบรรยายในฟ้องข้ออ้างตามฟ้องโจทก์ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานฟ้องเท็จ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2843/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องเท็จ: การระบุสถานที่เกิดเหตุเท็จและการขอโทษหนักกว่าความผิด ไม่ถือเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จ
โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยกระทำผิดฐานฟ้องเท็จ โดยจำเลย ได้ ฟ้องโจทก์ว่ากระทำผิดฐานหมิ่นประมาทแต่ระบุสถานที่เกิดเหตุเป็นเท็จ และอ้างกฎหมายขอให้ลงโทษแรงกว่าที่เป็นจริงดังนี้ เหตุ 2 ประการดังกล่าวมิใช่เนื้อหาแห่งการ กระทำ อันจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท แม้จะอ้างกฎหมายขอให้ลงโทษหลายบทรวมกันมา โดยกฎหมายบางบท มีโทษหนักกว่า ความผิด ก็เป็นเรื่องมีคำขอฟุ่มเฟือย เกินเลยไปกรณีจะเป็นความผิดอาญาลงโทษได้ ตามกฎหมายบทใดหรือไม่ ย่อมอยู่ที่การกระทำ ซึ่งบรรยายในฟ้อง ข้ออ้างตามฟ้อง โจทก์ยังถือไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฟ้องเท็จ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2747/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เบิกความเท็จต้องเป็นข้อสำคัญในคดี หากเป็นเพียงพยานแวดล้อมไม่มีน้ำหนัก ไม่ถือเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ
จำเลยเบิกความในคดีที่โจทก์ถูกฟ้องข้อหากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้เพียงว่าจำเลยเคยจับโจทก์ในข้อหาว่ากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้มาหลายครั้งแล้ว โดยมิได้ยืนยันว่าโจทก์กระทำผิดในคดีที่จำเลยเบิกความนั้นแม้จำเลยจะเบิกความเช่นนั้นจริงก็เป็นเพียงพยานแวดล้อมไม่มีน้ำหนักและเหตุผลพอฟังลงโทษโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีที่จำเลยเบิกความนั้นได้ข้อที่จำเลยเบิกความจึงมิใช่ข้อสำคัญในคดีอันจะทำให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2703/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานออกเช็ค – ผู้เสียหายและอำนาจฟ้อง – เช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน
การออกเช็คแต่ละฉบับหากจะเป็นความผิดก็เป็นได้เพียงครั้งเดียวฉะนั้นเมื่อจำเลยออกเช็คพิพาทสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือให้แก่โจทก์แล้วภริยาโจทก์นำไปขายลดให้ธนาคารกรุงเทพจำกัด แล้วในวันที่เช็คถึงกำหนดใช้เงินธนาคารกรุงเทพจำกัด จึงเป็นผู้ทรงเช็คเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ดังนี้ ธนาคารกรุงเทพจำกัด จึงเป็นผู้เสียหาย และความผิดเกิดขึ้นแล้วในวันนั้นแม้ภายหลังโจทก์จะนำเงินไปแลกเช็คพิพาทคืนมาแล้วนำไปยื่นแก่ธนาคารเพื่อให้ใช้เงินแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินก็ตามก็ไม่ทำให้จำเลยมีความผิดอีก โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปเกิน 0.20 ลบ.ม. แม้ครอบครองไม่เกินคนละ 0.20 ลบ.ม. ก็ยังเป็นความผิด
การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีไม้หวงห้ามแปรรูป ปริมาตร 0.30 ลูกบาศก์เมตรไว้ในความครอบครอง ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นตัวการร่วมกันกระทำผิดฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในความครอบครองเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร จำเลยทั้งสองจะอ้างว่า จำเลยแต่ละคนครอบครองไม้หวงห้ามแปรรูปกันไม่เกินคนละ 0.20 ลูกบาศก์เมตร หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปในครอบครองเกิน 0.20 ลบ.ม. แม้ครอบครองคนละไม่เกินแต่รวมกันเกินถือเป็นตัวการร่วม
การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีไม้หวงห้ามแปรรูป ปริมาตร0.30 ลูกบาศก์เมตรไว้ในความครอบครอง ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นตัวการร่วมกันกระทำผิดฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในความครอบครองเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร จำเลยทั้งสองจะอ้างว่า จำเลยแต่ละคนครอบครองไม้หวงห้ามแปรรูปกันไม่เกินคนละ 0.20 ลูกบาศก์เมตร หาได้ไม่