พบผลลัพธ์ทั้งหมด 3,361 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 319/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระหนี้ไม่เป็นไปตามสัญญาจากเหตุภายนอก และประเด็นการฟ้องซ้ำ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 219 ที่บัญญัติถึงการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยนั้นหมายถึงว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น ซึ่งทำให้ปฏิบัติการชำระหนี้นั้นไม่ได้
จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์ เวลาเจ้าพนักงานไปรังวัด มีผู้ร้องคัดค้านว่าจำเลยนำเจ้าพนักงานรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของเขาจำเลยจึงขอต่อเจ้าพนักงานให้งดรังวัดไว้ก่อน เพื่อทำความตกลงกับผู้ร้องดังนี้ ยังไม่เรียกว่าจะทำให้การรังวัดและโอนขายให้โจทก์ไม่ได้
ข้อความในรายงานพิจารณานั้น ศาลจดไว้ตามสมควรแก่รูปคดีศาลไม่มีหน้าที่จดทุกอย่างที่คู่ความประสงค์ให้จด ศาลจะจดให้เฉพาะแต่ที่เป็นสาระแห่งคดีเท่านั้น
เมื่อข้อเท็จจริงได้ความพอจะวินิจฉัยคดีแล้ว ศาลย่อมไม่จำต้องฟังข้อเท็จจริงอื่นอันไม่สำคัญแก่รูปคดี และสั่งงดสืบพยานเสียได้
โจทก์เคยฟ้องจำเลยโดยอ้างสัญญาเดิมและอ้างว่าสัญญาใหม่ที่นำมาฟ้องในคดีนี้ใช้ไม่ได้ ต่อเมื่อศาลยกฟ้องแล้ว จึงหวนกลับเอาสัญญาใหม่มาฟ้องอีกดังนี้ ย่อมฟ้องได้เพราะเป็นคนละประเด็น ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144
จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์ เวลาเจ้าพนักงานไปรังวัด มีผู้ร้องคัดค้านว่าจำเลยนำเจ้าพนักงานรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของเขาจำเลยจึงขอต่อเจ้าพนักงานให้งดรังวัดไว้ก่อน เพื่อทำความตกลงกับผู้ร้องดังนี้ ยังไม่เรียกว่าจะทำให้การรังวัดและโอนขายให้โจทก์ไม่ได้
ข้อความในรายงานพิจารณานั้น ศาลจดไว้ตามสมควรแก่รูปคดีศาลไม่มีหน้าที่จดทุกอย่างที่คู่ความประสงค์ให้จด ศาลจะจดให้เฉพาะแต่ที่เป็นสาระแห่งคดีเท่านั้น
เมื่อข้อเท็จจริงได้ความพอจะวินิจฉัยคดีแล้ว ศาลย่อมไม่จำต้องฟังข้อเท็จจริงอื่นอันไม่สำคัญแก่รูปคดี และสั่งงดสืบพยานเสียได้
โจทก์เคยฟ้องจำเลยโดยอ้างสัญญาเดิมและอ้างว่าสัญญาใหม่ที่นำมาฟ้องในคดีนี้ใช้ไม่ได้ ต่อเมื่อศาลยกฟ้องแล้ว จึงหวนกลับเอาสัญญาใหม่มาฟ้องอีกดังนี้ ย่อมฟ้องได้เพราะเป็นคนละประเด็น ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 254/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิที่ดินวัด & ละเมิดจากการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง: สัญญาให้ที่ธรณีสงฆ์ถือเป็นทรัพย์สินของวัดได้
เจ้าอาวาสมีอำนาจและหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ปกครองคณะสงฆ์ 2484 ในเรื่องจัดการทรัพย์สมบัติของวัด ถ้ามีกรณีฟ้องร้องเจ้าอาวาสจะฟ้องร้องเอง หรือมอบอำนาจให้เวยยาวัจจกรฟ้องร้องแทนได้.
ในสัญญายกกรรมสิทธิที่ดินให้ปรากฎว่า ที่ธรณีสงฆ์เป็นผู้รับนั้น ย่อมเป็นที่เข้าใจว่าเป็นการให้เป็นทรัพย์สมบัติของวัด เพราะที่ธรณีสงฆ์ไม่ใช่บุคคล
ข้อความในสัญญาปรากฎว่า "สิ่งซึ่งปลูกสร้างลงในที่ดินรายนี้ย่อมยกให้ด้วยทั้งสิ้น" ดังนั้นเรือนที่ปลูกอยู่ในที่ดินในขณะทำสัญญายกให้ ย่อมตกเป็นกรรมสิทธิแก่ผู้รับในขณะทำสัญญาแล้วนั้น ผู้ใดรื้อถอนภายหลังโดยไม่มีอำนาจอย่างใดย่อมต้องรับผิดในลักษณะละเมิด.
ในสัญญายกกรรมสิทธิที่ดินให้ปรากฎว่า ที่ธรณีสงฆ์เป็นผู้รับนั้น ย่อมเป็นที่เข้าใจว่าเป็นการให้เป็นทรัพย์สมบัติของวัด เพราะที่ธรณีสงฆ์ไม่ใช่บุคคล
ข้อความในสัญญาปรากฎว่า "สิ่งซึ่งปลูกสร้างลงในที่ดินรายนี้ย่อมยกให้ด้วยทั้งสิ้น" ดังนั้นเรือนที่ปลูกอยู่ในที่ดินในขณะทำสัญญายกให้ ย่อมตกเป็นกรรมสิทธิแก่ผู้รับในขณะทำสัญญาแล้วนั้น ผู้ใดรื้อถอนภายหลังโดยไม่มีอำนาจอย่างใดย่อมต้องรับผิดในลักษณะละเมิด.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผลของการยอมความ: สิทธิเรียกร้องเดิมย่อมระงับเมื่อทำสัญญาปรานีประนอมยอมความ
ข้อตกลงหรือข้อพิพาทใดที่มีอยู่ก่อนทำสัญญาปราณีประนอมยอมความนั้น ย่อมระงับไปในเมื่อได้ตกลงทำสัญญาปราณีประนอมยอมความกันเสร็จเด็ดขาดแล้ว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาหายและสัญญาใหม่: ความรับผิดของลูกหนี้ที่ไม่ลงชื่อ
โจทก์ฟ้องลูกหนี้สองคนโดยกล่าวว่า เดิมจำเลยทั้งสองได้กู้เงินโจทก์ไป ต่อมาสัญญาหายโดยถูกคนร้ายปล้น โจทก์จึงให้จำเลยทำสัญญาให้ใหม่และเพิ่มหนี้ขึ้นอีก โดยลูกหนี้คนหนึ่งลงชื่อเป็นผู้กู้ ลูกหนี้อีกคนหนึ่งไม่ยอมลงชื่อเป็นผู้กู้ ดังนี้ถือว่า โจทก์ฟ้องโดยอาศัยสัญญาฉบับหลังเท่านั้น ส่วนสัญญาฉบับเดิมนั้น โจทก์ไม่ได้กล่าวเป็นสิทธิฟ้องร้องโจทก์เพียงแต่กล่าวท้าวถึงมูลหนี้เดิมว่าเป็นอย่างไรเท่านั้น ลูกหนี้ที่ไม่ได้ลงชื่อในสัญญาฉะบับหลังไม่ต้องรับผิด.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเดิมสูญหาย ฟ้องโดยใช้สัญญาใหม่เฉพาะผู้ลงชื่อรับผิด
โจทก์ฟ้องลูกหนี้สองคนโดยกล่าวว่า เดิมจำเลยทั้งสองได้กู้เงินโจทก์ไป ต่อมาสัญญาหายโดยถูกคนร้ายปล้น โจทก์จึงให้จำเลยทำสัญญาให้ใหม่และเพิ่มหนี้ขึ้นอีก โดยลูกหนี้คนหนึ่งลงชื่อเป็นผู้กู้ ลูกหนี้อีกคนหนึ่ง ไม่ยอมลงชื่อเป็นผู้กู้ ดังนี้ถือว่า โจทก์ฟ้องโดยอาศัยสัญญาฉบับหลังเท่านั้น ส่วนสัญญาฉบับเดิมนั้น โจทก์ไม่ได้กล่าวเป็นสิทธิฟ้องร้องโจทก์เพียงแต่กล่าวท้าวถึงมูลหนี้เดิมว่าเป็นอย่างไรเท่านั้น ลูกหนี้ที่ไม่ได้ลงชื่อในสัญญาฉบับหลังไม่ต้องรับผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1872/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบและการบังคับตามสัญญาทัณฑ์บล: ศาลไม่เพิ่มโทษหากประกันทัณฑ์บลไม่ใช่การลงโทษ และการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสัญญาทัณฑ์บลต้องทำในคดีก่อน
จำเลยได้กระทำผิด และศาลได้เรียกประกันทัณฑ์บลจากผู้ปกครองจำเลย ต่อมาจำเลยได้กระทำความผิดขึ้นอีกภายในกำหนดทัณฑ์บลนั้น ศาลจะเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบแก่จำเลยในคดีครั้งหลังไม่ได้ เพราะการที่ศาลเรียกประกันทัณฑ์บลจากผู้ปกครองของจำเลยในคดีก่อน หาใช่เป็นการลงโทษจำเลยไม่ ส่วนการที่ขอให้ปรับผู้ปกครองฐานผิดสัญญาทัณฑ์บลนั้นก็เป็นเรื่องที่โจทก์ควรขอในคดีก่อน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1867/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่ดินไม่มีหนังสือ สละสิทธิมอบครองเกิน 10 ปี ถือเป็นการโอนกรรมสิทธิ
สัญญาซื้อขายที่นาไม่มีหนังสือสำคัญ ซึ่งทำกันเอง และมีข้อความในสัญญาว่า ซื้อขายกันเด็ดขาด และผู้ขายได้รับเงินไปเสร็จแล้ว ผู้ขายสัญญาจะไปทำหนังสือซื้อขายต่อเจ้าพนักงานให้เมื่อเปิดทำการและผู้ขายได้มอบที่ดินให้ผู้ซื้อครอบครองมากว่า 10 ปีแล้ว ดังนี้ต้องถือว่า ทำสัญญาซื้อขายกันเด็ดขาด ผู้ขายสละสิทธิส่งมอบที่ดินโอนความเป็นเจ้าของแก่ผู้ซื้อแล้ว ผู้ซื้อและผู้ครอบครองต่อมาย่อมได้สิทธิเป็นเจ้าของ
(อ้างฎีกาที่ 649/2492)
(อ้างฎีกาที่ 649/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1867/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญ หากมีการส่งมอบที่ดินและเจตนาสละสิทธิแล้ว ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์
สัญญาซื้อขายที่นาไม่มีหนังสือสำคัญ ซึ่งทำกันเอง และมีข้อความในสัญญาว่า ซื้อขายกันเด็ดขาด และผู้ขายได้รับเงินไปเสร็จแล้ว ผู้ขายสัญญาจะไปทำหนังสือซื้อขายต่อเจ้าพนักงานให้เมื่อเปิดทำการ และผู้ขายได้มอบที่ดินให้ผู้ซื้อครอบครองมากว่า 10 ปีแล้ว ดังนี้ต้องถือว่า ทำสัญญาซื้อขายกันเด็ดขาด ผู้ขายสละสิทธิส่งมอบที่ดินโอนความเป็นเจ้าของแก่ผู้ซื้อแล้ว ผู้ซื้อและผู้ครอบครองต่อมาย่อมได้สิทธิเป็นเจ้าของ(อ้างฎีกาที่ 649/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1766-1767/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
มรดกยังไม่แบ่งแยก ทายาทคนใดคนหนึ่งขายไม่ได้ สัญญาไม่ผูกพัน
มรดกซึ่งยังมิได้แบ่งปันกันระหว่างทายาท ทายาทคนใดคนหนึ่งจะเอาไปขายมิได้ หากไปตกลงขาย ก็ถือว่าทำไปโดยไม่มีสิทธิ ศาลบังคับตามสัญญามิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1749/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจ้างระงับเมื่อรถถูกยึด และจำเลยไม่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุถูกจับกุม
จำเลยนำรถยนต์ไปจ้างโจทก์พ่นสีแล้วโจทก์ถูกจับและถูกยึดรถยนต์ไปโดยปรากฏว่าเป็นรถที่ถูกผู้ร้ายลักมา แล้วโจทก์รับ ซื้อและเอาไปจ้างพ่นสีหลังจากถูกจับแล้วโจทก์รับรถคืนไปพ่นสีโดยโจทก์อ้างว่าจำเลยตกลงให้โจทก์พ่นสีต่อไปแต่โจทก์สืบไม่ได้ ดังนี้ถือว่าสัญญาจ้างพ่นสีระหว่างโจทก์จำเลยเป็นอันระงับ
เพียงแต่ปรากฏว่าจำเลยรับซื้อรถยนต์ที่ถูกคนร้ายลักมาไปจ้างโจทก์พ่นสีแล้วโจทก์ถูกตำรวจจับไปขังนั้น ยังไม่พอให้จำเลยต้องรับผิดฐานละเมิด
เพียงแต่ปรากฏว่าจำเลยรับซื้อรถยนต์ที่ถูกคนร้ายลักมาไปจ้างโจทก์พ่นสีแล้วโจทก์ถูกตำรวจจับไปขังนั้น ยังไม่พอให้จำเลยต้องรับผิดฐานละเมิด