พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,971 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1286/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดในความเสียหายจากการยักยอกเงิน และขอบเขตการตีความสัญญาค้ำประกัน
จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานเก็บเงินค่ากระแสไฟฟ้ายักยอกเอาเงินไปโดยไม่นำส่งมอบให้แก่จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นสมุห์บัญชีแล้วจำเลยที่ 3 ไม่ได้ติดตามตรวจสอบเรียกเงินหรือบิลใบเสร็จรับเงินจากจำเลยที่ 1 ตามหน้าที่เพื่อนำมาลงบัญชีเงินสดรับจ่ายประจำวันเสนอให้จำเลยที่ 4 ที่ 5 ปลัดสุขาภิบาลในฐานะกรรมการรักษาเงินทำการตรวจสอบจำเลยที่ 4 ที่ 5 ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยที่ 3 โดยตรงจำเลยที่ 4 ที่ 5 ตรวจสอบหลักฐานบัญชีการรับจ่ายเงินตามปกติไม่มีข้อบกพร่อง การที่จำเลยที่ 1 เบียดบังยักยอกเอาเงินของโจทก์ไปจึงไม่เป็นผลอันเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 4 ที่ 5
ข้อที่ว่าต้องตีความในสัญญาค้ำประกันมิให้เป็นที่เสียหายแก่ผู้ค้ำประกันนั้นเมื่อสัญญาค้ำประกันมีข้อความแจ้งชัดไม่มีข้อจำกัดเฉพาะการขับรถจึงไม่จำเป็นต้องตีความเป็นอย่างอื่นและการที่จำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้จำเลยที่ 7 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาไว้ว่าจะรับผิดชดใช้เงินที่ยักยอกให้แก่โจทก์นั้น ก็หาเข้าลักษณะที่เจ้าหนี้ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 700 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันจะทำให้จำเลยที่ 8 ในฐานะผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดอีกต่อไปไม่
ข้อที่ว่าต้องตีความในสัญญาค้ำประกันมิให้เป็นที่เสียหายแก่ผู้ค้ำประกันนั้นเมื่อสัญญาค้ำประกันมีข้อความแจ้งชัดไม่มีข้อจำกัดเฉพาะการขับรถจึงไม่จำเป็นต้องตีความเป็นอย่างอื่นและการที่จำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้จำเลยที่ 7 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาไว้ว่าจะรับผิดชดใช้เงินที่ยักยอกให้แก่โจทก์นั้น ก็หาเข้าลักษณะที่เจ้าหนี้ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 700 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันจะทำให้จำเลยที่ 8 ในฐานะผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดอีกต่อไปไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดนายประกัน-ผลกระทบต่อคดีอาญา: ศาลลดค่าปรับนายประกันจากความเสียหายที่บรรเทาได้
นายประกันผิดนัดไม่สามารถนำตัวจำเลยส่งศาลตามนัดศาลต้องเลื่อนคดีไปออกหมายจับจำเลยและอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังจำเลยแต่คดีนี้ผลที่สุดศาลฎีกาพิพากษายืน ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไปความเสียหายในข้อที่ไม่ได้ตัวจำเลยมาลงโทษตามคำพิพากษาเพราะเหตุนายประกันผิดสัญญาประกันจึงไม่มี ศาลพิจารณาลดจำนวนค่าปรับให้แก่นายประกันได้ตามที่เห็นสมควร นอกจากนั้นการที่จำเลยเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อต่อสู้คดีถือได้ว่าเป็นการบรรเทาผลเสียหายที่ศาลได้รับและเป็นประโยชน์แก่ศาลในอันที่จะพิจารณาลดค่าปรับให้แก่นายประกันได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1162/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของผู้ขนส่งสินค้าสูญหาย/เสียหาย และการยกเหตุสุดวิสัยที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
จำเลยให้การเพียงว่าเหตุที่รถพลิกคว่ำเป็นเพราะฝนตกหนักถนนลื่นมาก พนักงานของจำเลยไม่สามารถควบคุมรถได้ การที่จำเลยกล่าวอ้างในชั้นฎีกาว่าเหตุที่รถพลิกคว่ำเป็นเพราะมีรถคันอื่นแซงขึ้นหน้ารถจำเลยแล้วแล่นปาดหน้าเพื่อเข้าเส้นทางคนขับรถของจำเลยจึงห้ามล้อและหักพวงมาลัยรถหลบเข้าข้างทาง ทำให้รถพลิกคว่ำ เป็นเหตุสุดวิสัยนั้นเป็นการยกเหตุนอกประเด็นที่ให้การไว้ ข้อที่จำเลยอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจึงรับฟังไม่ได้
ใบรับของมีหมายเหตุว่าสินค้าที่รับขนโดยไม่ได้ประเมินราคาผู้รับขนรับผิดไม่เกิน 500 บาท ข้อความนี้ผู้ส่งของมิได้ตกลงด้วย จึงเป็นโมฆะตาม มาตรา 625 เมื่อพนักงานประจำรถบรรทุกของจำเลยลงลายมือชื่อรับทราบรายละเอียดและราคาของสินค้าไว้ในใบส่งของแล้วย่อมถือได้ว่าบริษัท อ. ผู้ส่งได้บอกราคาของสินค้าให้จำเลยทราบในขณะส่งมอบของแล้วจำเลยในฐานะผู้ขนส่งจึงต้องรับผิดในการสูญหายหรือบุบสลายของสินค้าที่ตนรับขนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 316
ใบรับของมีหมายเหตุว่าสินค้าที่รับขนโดยไม่ได้ประเมินราคาผู้รับขนรับผิดไม่เกิน 500 บาท ข้อความนี้ผู้ส่งของมิได้ตกลงด้วย จึงเป็นโมฆะตาม มาตรา 625 เมื่อพนักงานประจำรถบรรทุกของจำเลยลงลายมือชื่อรับทราบรายละเอียดและราคาของสินค้าไว้ในใบส่งของแล้วย่อมถือได้ว่าบริษัท อ. ผู้ส่งได้บอกราคาของสินค้าให้จำเลยทราบในขณะส่งมอบของแล้วจำเลยในฐานะผู้ขนส่งจึงต้องรับผิดในการสูญหายหรือบุบสลายของสินค้าที่ตนรับขนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 316
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1091/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชนรถยนต์: ไม่ใช้ ม.437 และไม่สันนิษฐานความผิดในคดีแพ่ง
กรณีรถยนต์อันเป็นยานพาหนะซึ่งต่างเดินด้วยเครื่องจักรกลชนกันนั้นจะนำ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 มาบังคับหาได้ไม่พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ป.ว.59 ก็สันนิษฐานความผิดของคนขับรถนำมาใช้ในคดีแพ่งไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์: ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ต้องหลีกเลี่ยงเอง
การที่ลูกจ้างขับรถของจำเลยจอดรถไว้โดยไม่เปิดไฟก็ดีไม่จอดรถชิดขอบทางก็ดีเป็นการผิดกฎจราจรเท่านั้นผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์มาควรจะหลบหลีกได้แต่กลับแล่นเข้าชนรถจำเลยความเสียหายจึงเกิดขึ้นเพราะผู้ตายกระทำขึ้นเองไม่ได้เกิดเพราะความประมาทของลูกจ้างจำเลยจำเลยหาต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาค้ำประกันความรับผิดของลูกหนี้ทุจริตยักยอกเงินธนาคาร ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดตามสัญญา
จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานธนาคารโจทก์จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์จำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นผลสืบเนื่องมาจากจำเลยที่ 1 ทุจริตยักยอกเงินที่ผู้จัดการธนาคารสั่งให้จำเลยที่ 1 ไปรับเงินฝากจากลูกค้าซึ่งการรับเงินดังกล่าวเป็นการที่จำเลยที่ 1 รับไว้แทนโจทก์และจำเลยที่ 1 มีหน้าที่นำมามอบให้พนักงานธนาคารโจทก์เพื่อนำเข้าบัญชีของลูกค้าซึ่งต่อมาโจทก์ได้ชดใช้เงินดังกล่าวให้แก่ลูกค้าไปแล้วดังนี้ แม้ขณะจำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้โจทก์ยังมิได้ใช้เงินให้แก่ลูกค้าก็ตามโจทก์ก็มีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามสัญญาค้ำประกันได้
สัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 เข้าทำงานที่จำเลยที่ 2 ทำไว้ต่อโจทก์มีข้อความว่าถ้าธนาคารโจทก์รับจำเลยที่ 1 เข้าทำงานไม่ว่าในหน้าที่หรือตำแหน่งใดแล้วหากจำเลยที่ 1 ปฏิบัติงานบกพร่องต่อหน้าที่หรือประมาทเลินเล่อหรือกระทำการทุจริตหรือก่อหนี้สินผูกพันกับธนาคารโจทก์อันทำให้ธนาคารโจทก์ได้รับความเสียหายไม่ว่ากรณีใดที่กล่าวมาจำเลยที่ 2 ยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ธนาคารโจทก์โดยตรงและทันทีทุกกรณีภายในวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท ดังนี้ แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นพนักงานขับรถยนต์ของธนาคารโจทก์แต่เมื่อโจทก์มอบหมายให้จำเลยที่ 1 ไปรับเงินจากลูกค้าเพื่อนำฝากเข้าบัญชีของลูกค้าจำเลยที่ 1 ก็มีหน้าที่จะต้องนำเงินจำนวนดังกล่าวมาฝากเข้าบัญชีลูกค้าเมื่อจำเลยที่ 1 ทุจริตยักยอกเงินนั้นไปจำเลยที่ 2 ก็ต้องรับผิดต่อธนาคารตามสัญญาค้ำประกัน
สัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 เข้าทำงานที่จำเลยที่ 2 ทำไว้ต่อโจทก์มีข้อความว่าถ้าธนาคารโจทก์รับจำเลยที่ 1 เข้าทำงานไม่ว่าในหน้าที่หรือตำแหน่งใดแล้วหากจำเลยที่ 1 ปฏิบัติงานบกพร่องต่อหน้าที่หรือประมาทเลินเล่อหรือกระทำการทุจริตหรือก่อหนี้สินผูกพันกับธนาคารโจทก์อันทำให้ธนาคารโจทก์ได้รับความเสียหายไม่ว่ากรณีใดที่กล่าวมาจำเลยที่ 2 ยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ธนาคารโจทก์โดยตรงและทันทีทุกกรณีภายในวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท ดังนี้ แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นพนักงานขับรถยนต์ของธนาคารโจทก์แต่เมื่อโจทก์มอบหมายให้จำเลยที่ 1 ไปรับเงินจากลูกค้าเพื่อนำฝากเข้าบัญชีของลูกค้าจำเลยที่ 1 ก็มีหน้าที่จะต้องนำเงินจำนวนดังกล่าวมาฝากเข้าบัญชีลูกค้าเมื่อจำเลยที่ 1 ทุจริตยักยอกเงินนั้นไปจำเลยที่ 2 ก็ต้องรับผิดต่อธนาคารตามสัญญาค้ำประกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 918/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของผู้สลักหลังเช็คเมื่อเช็คไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้
โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็ค และจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้สลักหลังเช็คให้ชำระเงินตามเช็คพิพาท แม้จำเลยที่ 1 จะไม่ต้องรับผิดใช้เงินตามเช็ค เพราะมิใช่เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังซึ่งมีผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายไว้ จำเลยที่ 2 ย่อมต้องรับผิดตามเนื้อความที่ระบุไว้ในเช็คพิพาทนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 918/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของผู้สลักหลังเช็ค แม้ผู้สั่งจ่ายจะไม่มีหนี้
โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็ค และจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้สลักหลังเช็คให้ชำระเงินตามเช็คพิพาทแม้จำเลยที่ 1จะไม่ต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คเพราะมิใช่เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คก็ตามแต่เมื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังซึ่งมีผู้ลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายไว้จำเลยที่ 2 ย่อมต้องรับผิดตามเนื้อความที่ระบุไว้ในเช็คพิพาทนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 910/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องคดีละเมิด และความรับผิดร่วมของเจ้าหน้าที่ตรวจรับงานบกพร่อง
โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้สร้างเขื่อนไม้อัดดินป้องกันน้ำท่วม ปรากฏว่าการก่อสร้างเขื่อนดังกล่าวบกพร่อง โจทก์ตั้งกรรมการสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดคณะกรรมการชุดนี้ได้รายงานให้โจทก์ทราบเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2517 ต้องถือว่าโจทก์รู้ตัวผู้ละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในวันดังกล่าว โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2518 จึงไม่ขาดอายุความ
จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ของ กทม. ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้าง จำเลยตรวจรับงานทั้งๆ ที่งานบกพร่องเป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อว่าการก่อสร้างได้เป็นไปตามแบบโดยถูกต้องจึงได้จ่ายเงินให้ผู้รับจ้างไปเต็มจำนวนตามสัญญาจ้าง ถ้าหากว่าจำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบความบกพร่องในการก่อสร้างดังกล่าวก็จะไม่เกิดขึ้นจำเลยต้องรับผิดร่วมกับผู้รับจ้างจะอ้างว่าการที่ได้ตรวจรับมอบงานนั้นก็เพราะเชื่อผู้ควบคุมงานก่อสร้างไม่ได้
จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ของ กทม. ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการควบคุมงานและกรรมการตรวจการจ้าง จำเลยตรวจรับงานทั้งๆ ที่งานบกพร่องเป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อว่าการก่อสร้างได้เป็นไปตามแบบโดยถูกต้องจึงได้จ่ายเงินให้ผู้รับจ้างไปเต็มจำนวนตามสัญญาจ้าง ถ้าหากว่าจำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบความบกพร่องในการก่อสร้างดังกล่าวก็จะไม่เกิดขึ้นจำเลยต้องรับผิดร่วมกับผู้รับจ้างจะอ้างว่าการที่ได้ตรวจรับมอบงานนั้นก็เพราะเชื่อผู้ควบคุมงานก่อสร้างไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของเจ้าของที่ดินต่อความเสียหายจากงานก่อสร้าง แม้จะมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการ
จำเลยที่ 1 มอบให้จำเลยที่ 2 ดำเนินการก่อสร้างอาคาร จำเลยที่ 2 ได้ว่าจ้างเหมาให้ ฟ. ทำการก่อสร้าง สัญญาระหว่างจำเลยที่ 1 กับ ฟ. จึงเป็นสัญญาจ้างทำของ เมื่อการก่อสร้างดังกล่าวเป็นการก่อสร้างตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตแล้ว และจำเลยที่ 2 ได้ว่าจ้างให้ ศ. เป็นผู้ควบคุมงานและให้รายงานผลให้ทราบเป็นระยะ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้เลือกหาผู้รับจ้าง และการก่อสร้างต้องเป็นไปตามการงานที่จำเลยที่ 1 สั่งให้ทำ กรณีต้องตามข้อยกเว้นแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428 เมื่อการก่อสร้างตึกของจำเลยเป็นเหตุให้ตึกแถวของโจทก์และโจทก์ร่วมเสียหาย จำเลยที่ 1 จะปฏิเสธความรับผิดหาได้ไม่ และการที่ศาลวินิจฉัยถึงความรับผิดของจำเลยที่ 1 ก็ไม่ใช่เรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น