พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,077 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 27/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายห้องเช่าบนที่ดินของผู้อื่น สิทธิการเช่าย่อมรวมอยู่ด้วยหากมีเจตนา
แม้ข้อความในหนังสือสัญญาซื้อขายห้องซึ่งเช่าปลูกอยู่ในที่ดินของคนอื่นจะไม่ได้กล่าวถึงการตกลงกันเรื่องโอนสิทธิการเช่าที่ดินในภายหลังไว้ด้วย แต่เมื่อคู่ความรับกันว่า วัตถุประสงค์แห่งการซื้อขายห้อง ผู้ซื้อประสงค์จะให้ห้องที่ซื้อปลูกอยู่ในที่ดินที่เช่าต่อไปผู้ซื้อไม่จำต้องสืบพยานในข้อนั้น ก็ฟังได้ว่าการซื้อขายนั้นรวมทั้งสิทธิการเช่าที่ดินด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 235/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาพยายามลักทรัพย์: การงัดฝาห้องและร่องรอยการถอดกลอนบ่งชี้เจตนา
จำเลยงัดฝาห้องของเจ้าทรัพย์เผยออกและกลอนหน้าต่างก็เป็นรอยถอดแล้ว ในห้องนั้นมีทรัพย์เก็บอยู่หลายอย่าง เจ้าพนักงานตำรวจมาพบจำเลยกำลังงัดห้องอยู่ จำเลยวิ่งหนีการกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นความผิดฐานพยายามลักทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทรัพย์สินร่วมกันระหว่างสามีภริยาโดยไม่จดทะเบียน: การพิสูจน์เจตนาให้เป็นเจ้าของร่วม
พฤติการณ์ที่จำเลยกับบิดาโจทก์อยู่กินกันฉันท์สามีภริยาและนำเอาเงินซื้อขายที่นาเดิมของจำเลยมาซื้อแล้วทำนาที่ซื้อใหม่นี้ร่วมกันจนบิดาโจทก์ตายเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าจำเลยกับบิดาโจทก์ได้ร่วมเข้าทำมาหากินด้วยกัน มีเจตนาให้ทรัพย์ที่ซื้อหามาใหม่นี้เป็นทรัพย์ร่วมกัน ทรัพย์ที่ได้มาในระหว่างอยู่กินร่วมกันทำนองนี้ ไม่ว่าจะใช้จ่ายเงินของฝ่ายใดซื้อหามาต้องถือว่าทั้งสองฝ่ายต่างเป็นเจ้าของร่วม (อ้างฎีกาที่ 303/2488)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1529/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหลอกลวงเพื่อเอาทรัพย์ การแสดงเจตนาที่ไม่ชัดเจนไม่ถึงขั้นหลอกลวง
ฟ้องโจทก์ที่บรรยายว่า จำเลยมาพูดหลอกลวงโจทก์โดยเจตนาทุจริตขอเอาหนังสือสัญญาขายฝากไปโดยหลอกลวงว่าจะเอาไปรักษาไว้ให้เพื่อความปลอดภัยในการสูญหาย เมื่อถึงกำหนดไถ่ถอนจะคืนให้และจะมาบอกให้ไปไถ่นั้น ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งตามความใน มาตรา341 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เพราะถ้อยคำของจำเลยดังที่โจทก์ระบุมาในฟ้องนั้นเป็นแต่เพียงมีความหมายว่าจะเอาไปเก็บไว้ให้เท่านั้น ถึงแม้จะเป็นความจริงดังโจทก์กล่าวหา ก็เอาผิดแก่จำเลยตามโจทก์ฟ้องไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1333/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนาจากการทำร้ายด้วยอาวุธมีดจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
จำเลยกับผู้ตายมีปากเสียงทะเลาะกันแล้วจำเลยใช้มีดแทงถูกผู้ตายในที่สำคัญถึง 3 แห่ง เป็นแผลลึกเลือดตกใน และขาดใจตายในวันนั้น จำเลยมีผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประนีประนอมยอมความต้องมีเจตนาระงับข้อพิพาท สัญญาให้ทรัพย์โดยไม่มีเจตนาดังกล่าว ไม่ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งที่พิพาทให้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญายกให้ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ ไม่มีผลบังคับ
เมื่อข้อความในสัญญาที่โจทก์อ้าง มีข้อความแสดงให้เห็นว่าการที่จำเลยจะให้ที่ดินครั้งนี้เพราะโจทก์เป็นบุตรบุญธรรมของนางกีเจ้าของเดิม ซึ่งบอกว่าให้แก่โจทก์ตั้งแต่ก่อนที่นางกีโอนที่พิพาทให้แก่จำเลย ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่า เป็นการระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยเลยสัญญาดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่จำเลยจะยกที่ดินให้โจทก์ตามที่นางกีได้เคยพูดไว้เท่านั้น ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ.มาตรา 850
เมื่อข้อความในสัญญาที่โจทก์อ้าง มีข้อความแสดงให้เห็นว่าการที่จำเลยจะให้ที่ดินครั้งนี้เพราะโจทก์เป็นบุตรบุญธรรมของนางกีเจ้าของเดิม ซึ่งบอกว่าให้แก่โจทก์ตั้งแต่ก่อนที่นางกีโอนที่พิพาทให้แก่จำเลย ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่า เป็นการระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยเลยสัญญาดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่จำเลยจะยกที่ดินให้โจทก์ตามที่นางกีได้เคยพูดไว้เท่านั้น ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ.มาตรา 850
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตกลงแก้ไขแผนที่โฉนดหลังคำพิพากษาฎีกาผูกพันคู่ความ การขอถอนเจตนาภายหลังจึงไม่สมเหตุผล
เมื่อมีคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับเขตที่ดินของโจทก์จำเลยและคู่ความตกลงกันให้แก้แผนที่หลังโฉนด ศาลได้จดข้อตกลงไว้ในรายงานพิจารณา และแจ้งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินแล้วโจทก์จะกลับมาขอถอนการแสดงเจตนานั้นโดยอ้างว่าโจทก์เข้าใจผิด หาได้ไม่ ไม่มีเหตุผลพอให้ถือได้ว่าเข้าใจผิด เพราะเป็นข้อความชัดแจ้งและเป็นการยอมให้แก้ไขแผนที่หลังโฉนดให้ตรงกับเขตที่ดินที่ศาลฎีกาได้ชี้ขาดในคดีนั้นนั่นเอง
โจทก์ขอมาในฎีกาให้ศาลฎีกาอธิบายเขตที่ดินอีก เมื่อปรากฏว่าศาลฎีกาได้กล่าวในคำพิพากษาฎีกาฉบับก่อนชัดแจ้งอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องอธิบายอะไรอีก
โจทก์ขอมาในฎีกาให้ศาลฎีกาอธิบายเขตที่ดินอีก เมื่อปรากฏว่าศาลฎีกาได้กล่าวในคำพิพากษาฎีกาฉบับก่อนชัดแจ้งอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องอธิบายอะไรอีก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1258/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแต่งทนายโดยไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ศาลอนุญาตให้แก้ไขได้หากไม่มีเจตนาประวิงคดี
ทนายดำเนินกระบวนพิจารณาแทนโจทก์มาตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนเสร็จสำนวนแล้วลงชื่อยื่นฟ้องอุทธรณ์แทนโจทก์อีก แต่มิได้มีการแต่งทนายไว้ เพราะความพลั้งเผลอทั้งมิได้ประวิงคดีหรือเอาเปรียบในเชิงคดีและศาลชั้นต้นก็ได้สั่งรับอุทธรณ์เมื่อคดีมาถึงชั้นศาลฎีกาตัวโจทก์ก็ได้แต่งทนายผู้นี้ไว้แล้วในวันยื่นฎีกา ดังนี้แม้จะเป็นการปฏิบัติผิด ป.วิ.แพ่ง ก็สมควรที่ศาลจะอนุญาตให้ทำเสียให้ถูกต้องได้ตาม มาตรา 27 และพอถือได้ว่าการพิจารณาและการอุทธรณ์เป็นการชอบแล้ว
(เทียบฎีกาที่ 1894/2499)
(เทียบฎีกาที่ 1894/2499)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1120/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์ในฐานะบริวารและผู้แทน ย่อมไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ ต้องบอกกล่าวเปลี่ยนเจตนา
ผู้ที่อยู่ในครัวเรือนของผู้อาศัยถือว่าเป็นบริวารของผู้อาศัย
ผู้อาศัยปลูกเรือนอยู่ในที่ดินถือว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนเจ้าของที่ดิน ฉะนั้นแม้จะครอบครองที่ดินมาช้านานเท่าใด ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ เว้นแต่จะได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือว่าไม่เจตนาจะยึดถือที่ดินนั้นแทนต่อไป
ผู้อาศัยปลูกเรือนอยู่ในที่ดินถือว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนเจ้าของที่ดิน ฉะนั้นแม้จะครอบครองที่ดินมาช้านานเท่าใด ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ เว้นแต่จะได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือว่าไม่เจตนาจะยึดถือที่ดินนั้นแทนต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1046-1049/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาที่จำเลยทำไปโดยเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสัญญา และการพิสูจน์เจตนาที่แท้จริงของคู่สัญญา
จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยลงชื่อในเอกสาร โดยเจตนาทำสัญญานายหน้ากับโจทก์ แต่กลับเป็นสัญญาจะขายที่ดิน ดังนี้ เป็นการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสารสำคัญแห่งนิติกรรมตกเป็นโมฆะ จำเลยนำสืบพยานบุคคลได้ว่าเอกสารไม่ถูกต้อง