พบผลลัพธ์ทั้งหมด 337 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2504
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับสภาพหนี้ต้องทำต่อเจ้าหนี้และมีเจตนาใช้หนี้ แม้รับว่าค้างแต่ต่อสู้เรื่องอายุความ ไม่ถือเป็นการรับสภาพหนี้
การรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 ต้องกระทำต่อเจ้าหนี้และมีเจตนาจะใช้หนี้นั้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆเช่นรับว่าเป็นหนี้จริง แต่ต่อสู้ว่าหนี้ขาดอายุความแล้ว ไม่เป็นการรับสภาพหนี้
จำเลยเคยให้การชั้นสอบสวนในคดีอื่น โจทก์ขอให้ปลัดอำเภอช่วยถามถึงเรื่องค่าค้างชำระค่าจ้างว่าความด้วย ซึ่งจำเลยรับว่าค้างจริงและจำเลยเคยเบิกความต่อศาลในคดีอื่นว่าค้างค่าจ้างว่าความโจทก์ก็ดี เป็นเรื่องที่จำเลย ให้การและเบิกความตามหน้าที่ มิใช่กระทำต่อเจ้าหนี้ และมิใช่มีเจตนาจะใช้หนี้ที่ขาดอายุความแล้วแก่เจ้าหนี้ จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้ตามกฎหมาย
จำเลยเคยให้การชั้นสอบสวนในคดีอื่น โจทก์ขอให้ปลัดอำเภอช่วยถามถึงเรื่องค่าค้างชำระค่าจ้างว่าความด้วย ซึ่งจำเลยรับว่าค้างจริงและจำเลยเคยเบิกความต่อศาลในคดีอื่นว่าค้างค่าจ้างว่าความโจทก์ก็ดี เป็นเรื่องที่จำเลย ให้การและเบิกความตามหน้าที่ มิใช่กระทำต่อเจ้าหนี้ และมิใช่มีเจตนาจะใช้หนี้ที่ขาดอายุความแล้วแก่เจ้าหนี้ จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้ตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2504 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขาย, การแปลงหนี้, และการรับสภาพหนี้: ความรับผิดของลูกหนี้เดิม
จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญขอซื้อไม้จากโจทก์โดยมิได้แจ้งว่าเป็นตัวแทนผู้ใด โจทก์เข้าใจว่าจำเลยที่ 1 ซื้อเองจึงลดราคาไม้ให้ สัญญานี้จึงเป็นสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 โดยตรง ผู้อื่นจะแสดงว่าเป็นตัวการเพื่อเข้ารับสัญญานี้หาทำให้จำเลยต้องหลุดพ้นจากสัญญาไป
การแปลงหนี้ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้นั้น จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ด้วยและจะต้องมีสัญญาเป็นสามฝ่าย คือ ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้เดิม ว่าเจ้าหนี้ยอมรับเอาลูกหนี้ใหม่โดยระงับหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่ต่อลูกหนี้เดิม กับมีสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ใหม่ว่า ลูกหนี้ใหม่จะเข้ารับชำระหนี้แทนลูกหนี้เก่าด้วย
ถึงแม้อายุความในเรื่องสิทธิเรียกร้องของโจทก์จะเริ่มนับแล้วก็ตาม ถ้าจำเลยตอบรับใบทวงหนี้ของโจทก์ว่าเป็นหนี้โจทก์และไม่ปฏิเสธที่จะชำระหนี้รายนั้น เช่นนี้ ย่อมเป็นการรับสภาพหนี้ มีผลให้อายุความสดุดหยุดลง
การแปลงหนี้ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้นั้น จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ด้วยและจะต้องมีสัญญาเป็นสามฝ่าย คือ ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้เดิม ว่าเจ้าหนี้ยอมรับเอาลูกหนี้ใหม่โดยระงับหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่ต่อลูกหนี้เดิม กับมีสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ใหม่ว่า ลูกหนี้ใหม่จะเข้ารับชำระหนี้แทนลูกหนี้เก่าด้วย
ถึงแม้อายุความในเรื่องสิทธิเรียกร้องของโจทก์จะเริ่มนับแล้วก็ตาม ถ้าจำเลยตอบรับใบทวงหนี้ของโจทก์ว่าเป็นหนี้โจทก์และไม่ปฏิเสธที่จะชำระหนี้รายนั้น เช่นนี้ ย่อมเป็นการรับสภาพหนี้ มีผลให้อายุความสดุดหยุดลง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2504
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายไม้, การแปลงหนี้, และการรับสภาพหนี้: สัญญา, ความยินยอม, และผลต่ออายุความ
ข้าราชการบำนาญ ขอซื้อไม้จากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้มิได้แจ้งว่ากระทำในฐานะตัวแทนใครโดยว่าขอซื้อไม้สักเพื่อสร้างตึกของตนเอง และขอลดราคาไม้ในฐานะที่ตนเป็นข้าราชการบำนาญองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เชื่อว่าข้าราชการบำนาญผู้นั้นซื้อเอง จึงลดราคาไม้ให้ดังนี้การซื้อขายไม้ดังกล่าวจึงเป็นสัญญาซื้อขายระหว่างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้และข้าราชการบำนาญผู้นั้นโดยตรง
การแปลงหนี้ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้นั้น จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ด้วยการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้นั้นจะต้องมีสัญญาเป็นสามฝ่าย คือสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้เดิมว่าเจ้าหนี้ยอมรับเอาลูกหนี้ใหม่เป็นลูกหนี้ของตนต่อไป โดยระงับหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่ต่อลูกหนี้เดิมกับมีสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้คนใหม่ว่าลูกหนี้ใหม่จะเข้ารับชำระหนี้แทนลูกหนี้เก่า
การที่ลูกหนี้ตอบรับใบทวงหนี้ของเจ้าหนี้ว่าเป็นหนี้จริงและไม่ปฏิเสธที่จะชำระหนี้รายนั้นย่อมเป็นการรับสภาพหนี้ อายุความย่อมสะดุดหยุดลง
การแปลงหนี้ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้นั้น จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ด้วยการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้นั้นจะต้องมีสัญญาเป็นสามฝ่าย คือสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้เดิมว่าเจ้าหนี้ยอมรับเอาลูกหนี้ใหม่เป็นลูกหนี้ของตนต่อไป โดยระงับหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่ต่อลูกหนี้เดิมกับมีสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้คนใหม่ว่าลูกหนี้ใหม่จะเข้ารับชำระหนี้แทนลูกหนี้เก่า
การที่ลูกหนี้ตอบรับใบทวงหนี้ของเจ้าหนี้ว่าเป็นหนี้จริงและไม่ปฏิเสธที่จะชำระหนี้รายนั้นย่อมเป็นการรับสภาพหนี้ อายุความย่อมสะดุดหยุดลง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1926/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับสภาพหนี้และการหยุดอายุความจากการซ่อมเรือ
เมื่อเอกสารที่จำเลยมีไปถึงโจทก์แสดงโดยชัดแจ้งว่ายอมรับซ่อมเรือให้ตามที่แจ้งมา ก็มีผลเท่ากับยอมรับสภาพตามสิทธิที่โจทก์เรียกร้อง อายุความย่อมสดุดหยุดลงตาม มาตรา 172 ฉะนั้นการฟ้องคดีแม้จะเกิน 6 เดือนนับแต่วันได้รับมอบเรือคืนก็หาขาดอายุความตาม มาตรา 533 ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1567/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บันทึกการเปรียบเทียบทางอำเภอเป็นหลักฐานการกู้ยืมได้ หากจำเลยรับสภาพหนี้ในเอกสาร
คำรับสภาพหนี้ในบันทึกการเปรียบเทียบของอำเภอซึ่งจำเลยลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานแสดงการกู้ยืมเป็นหนังสือตาม ่ป.พ.พ. ม.653.
(เทียบฎีกาที่ 865/2493)
(เทียบฎีกาที่ 865/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1567/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บันทึกเปรียบเทียบอำเภอเป็นหลักฐานการกู้ยืมได้ หากจำเลยรับสภาพหนี้ชัดเจน
คำรับสภาพหนี้ในบันทึกการเปรียบเทียบของอำเภอซึ่งจำเลยลงลายมือชื่อไว้ เป็นหลักฐานแสดงการกู้ยืมเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 (เทียบฎีกาที่ 865/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับสภาพหนี้และการขยายอายุความทางกฎหมายกรณีผัดผ่อนชำระหนี้
รับรองว่าจะชำระค่าตรวจรักษาให้ แต่ขอยัดให้รอดอีกคนหนึ่งก่อนดังนี้ เป็นการรับสภาพหนี้ตามมาตรา 132
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับสภาพหนี้และการนับอายุความคดีแพ่ง กรณีจำเลยผัดผ่อนการชำระหนี้โดยอ้างถึงผู้อื่น
รับรองว่าจะชำระค่าตรวจรักษาให้ แต่ขอผัดให้รอคนอีกคนหนึ่ก่อนดังนี้ เป็นการรับสภาพหนี้ตามมาตรา 172
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับสภาพหนี้และการนำสืบเปลี่ยนแปลงเอกสารสัญญา รวมถึงผลของข้อตกลงการชำระหนี้ด้วยทรัพย์สิน
จำเลยรับว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้เงิน 4,000 บาท และสัญญามีข้อความว่า จำเลยรับเงินไปครบถ้วนแล้ว ดังนี้จำเลยจะขอนำสืบว่าความจริงจำเลยรับเงินไปเพียง 3,850 บาท ไม่ได้ เพราะเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร
สัญญากู้มีข้อความว่า ถ้าเกินกำหนดจำเลยยอมไปโอนกรรมสิทธิที่นาให้แก่โจทก์ แต่โจทก์มิได้ฟ้องขอให้จำเลยโอนชดใช้หนี้โจทก์ โดยมิได้คำนึงถึงราคาตลาด โจทก์ได้ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้คืนด้วย ตาม ม.656 วรรค 2 และ 3 นั้น ข้อตกลงที่เป็นโมฆะก็เฉพาะในเรื่องคิดราคาทรัพย์ที่ชำระหนี้แทนเงิน หาทำให้สัญญากู้เสียไปทั้งฉบับไม่
สัญญากู้มีข้อความว่า ถ้าเกินกำหนดจำเลยยอมไปโอนกรรมสิทธิที่นาให้แก่โจทก์ แต่โจทก์มิได้ฟ้องขอให้จำเลยโอนชดใช้หนี้โจทก์ โดยมิได้คำนึงถึงราคาตลาด โจทก์ได้ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้คืนด้วย ตาม ม.656 วรรค 2 และ 3 นั้น ข้อตกลงที่เป็นโมฆะก็เฉพาะในเรื่องคิดราคาทรัพย์ที่ชำระหนี้แทนเงิน หาทำให้สัญญากู้เสียไปทั้งฉบับไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความละเมิด: การเริ่มต้นนับอายุความเมื่อมีการกระทำละเมิด และการรับสภาพหนี้
ฟ้องเรียกค่าเสียหายละเมิด แต่ไม่ได้กล่าวในฟ้องว่าจำเลยได้กระทำผิดในทางอาญาต่อโจทก์ คดีจึงนับอายุความตาม ป.พ.พ.มาตรา 448 วรรค 2 ไม่ได้
การที่จำเลยรับด้วยวาจาว่าจะพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายให้ ไม่เป็นการรับสภาพหนี้ตามมาตรา 172
จำเลยร้องทุกข์ว่าโจทก์กระทำผิดทางอาญา ต่อมาโจทก์ถูกฟ้องจนศาลพิพากษายกฟ้องถูกละเมิดตั้งแต่วันที่จำเลยร้องทุกข์ ไม่ใช่เมื่อศาลยกฟ้อง
เมื่อจำเลยยกข้อต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว เป็นหน้าที่ศาลจะต้องปรับมาตราเอง จำเลยไม่ต้องยกบทกฎหมายมาโดยแจ้งชัด
การที่จำเลยรับด้วยวาจาว่าจะพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายให้ ไม่เป็นการรับสภาพหนี้ตามมาตรา 172
จำเลยร้องทุกข์ว่าโจทก์กระทำผิดทางอาญา ต่อมาโจทก์ถูกฟ้องจนศาลพิพากษายกฟ้องถูกละเมิดตั้งแต่วันที่จำเลยร้องทุกข์ ไม่ใช่เมื่อศาลยกฟ้อง
เมื่อจำเลยยกข้อต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว เป็นหน้าที่ศาลจะต้องปรับมาตราเอง จำเลยไม่ต้องยกบทกฎหมายมาโดยแจ้งชัด