พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเรียงกระทงความผิดฐานครอบครองและจำหน่ายยาเสพติด แม้โจทก์มิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
จำเลยมีเฮโรอีนอยู่ในความครอบครองอยู่แล้ว 4 หลอด ก่อนจำหน่ายเป็นความผิดสำเร็จ หลังจากจำหน่ายแล้วจำเลยยังมีเฮโรอีนเหลืออยู่ในความครอบครองอีก 2 หลอด การกระทำของจำเลยแยกได้เป็นสองกระทง แต่ละกระทงเป็นความผิดตามกฎหมาย ศาลมีอำนาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองและฐานจำหน่ายเฮโรอีนได้ และแม้โจทก์มิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2 ซึ่งบัญญัติให้ลงโทษผู้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกรรมทุกกรรมเป็นกระทงความผิดมาด้วยก็ตาม ศาลก็มีอำนาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเรียงกระทงความผิดฐานครอบครองและจำหน่ายยาเสพติด แม้โจทก์มิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
จำเลยมีเฮโรอีนอยู่ในความครอบครองอยู่แล้ว 4 หลอดก่อนจำหน่ายเป็นความผิดสำเร็จ หลังจากจำหน่ายแล้วจำเลยยังมีเฮโรอีนเหลืออยู่ในความครอบครองอีก 2 หลอด การกระทำของจำเลยแยกได้เป็นสองกระทง แต่ละกระทงเป็นความผิดตามกฎหมาย ศาลมีอำนาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองและฐานจำหน่ายเฮโรอีนได้และแม้โจทก์มิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2 ซึ่งบัญญัติให้ลงโทษผู้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกรรมทุกกรรมเป็นกระทงความผิดมาด้วยก็ตาม ศาลก็มีอำนาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษฐานพยายามข่มขืนฯ แม้ไม่ได้ขอในคำฟ้อง ศาลมีอำนาจลงโทษได้หากเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำผิด
ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในฐานข่มขืนกระทำชำเรา การกระทำของจำเลยผิดเพียงฐานพยายาม ที่ศาลลงโทษจำเลยฐานพยายาม ก็เป็นวิธีการเพื่อแบ่งส่วนลงโทษตามความผิดนั้น ศาลมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ ไม่เกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการพิพากษาลงโทษฐานพยายามกระทำความผิด แม้ไม่ได้มีคำขอโดยตรง
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานข่มขืนกระทำชำเรา แต่การกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงฐานพยายาม ศาลมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยฐานพยายามได้ ไม่เกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 934/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปลอมเอกสารโดยมิได้สอบปากคำ และการลงโทษตามมาตราที่ถูกต้อง
จำเลยเขียนบันทึกคำให้การนายจุ้นฮองผู้ขอหนังสือเดินทางโดยมิได้สอบปากคำ ทั้งลงลายมือชื่อนายจุ้นฮองเอาเอง เพื่อให้ทางราชการหลงเชื่อว่าเป็นคำให้การนายจุ้นฮอง ทำให้เสียหายแก่ราชการกรมตำรวจ และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยปลอมเอกสารราชการ ขอให้ลงโทษตามมาตรา 265 เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าเอกสารที่จำเลยทำปลอมไม่ใช่เอกสารราชการ ศาลจึงลงโทษตามมาตรา 264 ซึ่งมีอัตราโทษเบากว่าได้ และไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแยกความผิดฐานจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดเป็นคนละกรรม
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน โดยมีเฮโรอีนจำนวน 5 ห่อ หนัก 0.43 กรัมไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และขายเฮโรอีน 1 ห่อ หัก 0.12 กรัม ที่จำเลยมีไว้นั้นให้ผู้มีชื่อ จำเลยรับสารภาพ ปรากฏตามทางพิจารณาว่า ตำรวจจับผู้ซื้อพร้อมด้วยเฮโรอีน 1 ห่อ ซึ่งจำเลยขายให้และจับจำเลยได้พร้อมเฮโรอีนของกลางอีก 4 ห่อ เห็นได้ว่าการที่จำเลยขายเฮโรอีนแก่ผู้อื่นไป 1 ห่อ ย่อมเป็นความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนอีกกรรมหนึ่ง การที่จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายอีก 4 ห่อ จนกระทั่งถูกจับได้พร้อมกับเฮโรอีนดังกล่าว ย่อมเป็นความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายอีกกรรมหนึ่งต่างหาก เพราะเป็นเฮโรอีนคนละจำนวนกัน ความผิดดังกล่าวจึงแยกออกได้เป็นสองกรรม แต่ละกรรมเป็นความผิดต่างกระทงกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดเป็นคนละกรรมกัน แม้เป็นยาเสพติดชนิดเดียวกัน
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันโดยมีเฮโรอีนจำนวน 5 ห่อ หนัก 0.53 กรัม ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และขายเฮโรอีน 1 ห่อ หนัก 0.12 กรัม ที่จำเลยมีไว้นั้นให้ผู้มีชื่อ จำเลยรับสารภาพ ปรากฏตามทางพิจารณาว่าตำรวจจับผู้ซื้อพร้อมด้วยเฮโรอีน 1 ห่อ ซึ่งจำเลยขายให้และจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีนของกลางอีก 4 ห่อ เห็นได้ว่าการที่จำเลยขายเฮโรอีนแก่ผู้อื่นไป 1 ห่อย่อมเป็นความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนกรรมหนึ่ง กับการที่จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายอีก 4 ห่อ จนกระทั่งถูกจับได้พร้อมกับเฮโรอีน ดังกล่าวย่อมเป็นความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายอีกกรรมหนึ่งต่างหาก เพราะเป็นเฮโรอีนคนละจำนวนกัน ความผิดดังกล่าวจึงแยกออกได้เป็นสองกรรม แต่ละกรรมเป็นความผิดต่างกระทงกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 910/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองและจำหน่ายเฮโรอีน: พยานหลักฐานเพียงพอพิสูจน์ความผิดฐานจำหน่ายได้ แม้ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง
มีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองและจำหน่ายเฮโรอีนนั้นให้แก่ผู้อื่นด้วย เป็นความผิดสองกระทง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 843/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานเลี่ยงภาษี การยื่นแบบไม่ครบถ้วนแตกต่างจากไม่ยื่นเลย ศาลยกฟ้องตามหลักประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีการค้า (ภ.ด.(พ) 4) ทำให้ภาษีการค้าขาดไป ไม่ใช่กรณียื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีการค้าแล้วยื่นไม่ครบแต่ประการใด แสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ศาลลงโทษจำเลยในกรณีความผิดที่ไม่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีการค้า เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรอันเป็นความผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 ทวิ หาใช่กรณีที่หลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรโดยการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีการค้าอันเป็นเท็จโดยวิธียื่นขาดไปไม่ครบถ้วน ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 37 ไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ยื่นเสียภาษีการค้าตลอดมาทุกเดือน เพียงแต่บางเดือนจำเลยยื่นไม่ครบ บางเดือนก็ยื่นเกินกว่ารายรับ จึงเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญที่แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ลงโทษจำเลยมิได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพ.ร.บ.ป่าไม้: ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรกลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ครอบครองไม้แปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต, และใช้จ้างผู้อื่นแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต
พระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มาตรา 48 แก้ไขโดยประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่116 ข้อ 4 วันที่ 10 เมษายน 2515 ผู้ได้รับอนุญาตแปรรูปไม้โดยใช้แรงงาน ทำผิดใบอนุญาตโดยใช้เลื่อยวงเดือนและเครื่องไสกบไฟฟ้าอันเป็นเครื่องจักรกล เป็นความผิดมีโทษตาม มาตรา32
จำเลยที่ 2 มีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตเป็นความผิดตาม มาตรา 48,72 จำเลยที่ 1 ผู้ได้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้แรงงาน มีไม้นั้นไว้ในโรงงานมีความผิดตาม มาตรา 51, 72 ทวิ ไม่ใช่ มาตรา48 โจทก์อ้าง มาตรา 48,72 ศาลลงโทษตามบทมาตราที่ถูกต้องได้
จำเลยที่ 4, ที่ 6 แปรรูปไม้โดยไม่มีคู่มือแสดงฐานะคนงานรับจ้างจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับแปรรูปไม้ตามที่ได้รับอนุญาต. จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการ จำเลยที่ 4, ที่ 6 มีความผิดฐานทำการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยที่ 1,2 เป็นผู้ว่าจ้างใช้ให้จำเลยที่ 4, ที่ 6 กระทำผิดแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย
จำเลยที่ 2 มีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตเป็นความผิดตาม มาตรา 48,72 จำเลยที่ 1 ผู้ได้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้แรงงาน มีไม้นั้นไว้ในโรงงานมีความผิดตาม มาตรา 51, 72 ทวิ ไม่ใช่ มาตรา48 โจทก์อ้าง มาตรา 48,72 ศาลลงโทษตามบทมาตราที่ถูกต้องได้
จำเลยที่ 4, ที่ 6 แปรรูปไม้โดยไม่มีคู่มือแสดงฐานะคนงานรับจ้างจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับแปรรูปไม้ตามที่ได้รับอนุญาต. จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการ จำเลยที่ 4, ที่ 6 มีความผิดฐานทำการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยที่ 1,2 เป็นผู้ว่าจ้างใช้ให้จำเลยที่ 4, ที่ 6 กระทำผิดแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย