พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,546 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 843/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ดิน ทำให้สัญญาตกเป็นโมฆะ และฟ้องได้ภายใน 1 ปี
มีความประสงค์และแสดงเจตนาจะขายส่วนหนึ่งของที่ดินทางด้านตะวันตก แต่ผู้ขายอ่านหนังสือไม่ออก เซ็นแต่ชื่อในสัญญาซื้อขายไปโดยสำคัญผิดเป็นขายทางด้านตะวันออก ถือว่าเป็นการสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม ตกเป็นโมฆะ
การฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ตกเป็นโมฆะนั้นผู้ขายนำคดีมาฟ้องเกิน 1 ปีได้ไม่ขาดอายุความ
การฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ตกเป็นโมฆะนั้นผู้ขายนำคดีมาฟ้องเกิน 1 ปีได้ไม่ขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 832/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ซื้อด้วยเงินมรดกผสมกับเงินสินเดิม: สิทธิของผู้รับมรดก vs. เจ้าของกรรมสิทธิ์
บิดากับบุตรรับมรดกจากภริยาและมารดาร่วมกัน บิดาเอาเงินมรดกไปซื้อที่ดิน ใส่ชื่อตนเองเป็นเจ้าของไม่ได้ซื้อแทนบุตร ที่ดินเป็นของบิดา บุตรไม่มีส่วนด้วย บิดาเอาเงินมรดกไปใช้เกินอย่างใดต้องรับผิดต่อบุตรอีกส่วนหนึ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สาธารณสมบัติของแผ่นดิน: สิทธิเหนือที่ดินและผลของการเช่าจากหน่วยงานรัฐ
คูที่ใช้เป็นที่จอดเรืออันเป็นประโยชน์ของประชาชนใช้กันมาเป็นเวลานานนั้น แม้จะตื้นเขินไม่มีสภาพเป็นคูต่อไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกา
การที่เอาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปให้เช่านั้น ผู้ให้เช่าย่อมหมดสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าหรือฟ้องเรียกค่าเช่าจากผู้เช่า นับแต่ผู้เช่าได้ไปทำสัญญาเช่ากับอำเภอแล้ว
สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกา
การที่เอาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปให้เช่านั้น ผู้ให้เช่าย่อมหมดสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าหรือฟ้องเรียกค่าเช่าจากผู้เช่า นับแต่ผู้เช่าได้ไปทำสัญญาเช่ากับอำเภอแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน: สิทธิการครอบครอง การเช่า และการฟ้องขับไล่
คูที่ใช้เป็นที่จอดเรืออันเป็นประโยชน์ของประชาชนใช้กันมาเป็นเวลานานนั้น แม้จะตื้นเขินไม่มีสภาพเป็นคูต่อไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกา
การที่เอาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปให้เช่านั้น ผู้ให้เช่าย่อมหมดสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าหรือฟ้องเรียกค่าเช่าจากผู้เช่า นับแต่ผู้เช่าได้ไปทำสัญญาเช่ากับอำเภอแล้ว
สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกา
การที่เอาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปให้เช่านั้น ผู้ให้เช่าย่อมหมดสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าหรือฟ้องเรียกค่าเช่าจากผู้เช่า นับแต่ผู้เช่าได้ไปทำสัญญาเช่ากับอำเภอแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 607-608/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิร้องสอดคดี: การจำกัดขอบเขตข้อพิพาท และการฟ้องคดีใหม่สำหรับที่ดินแปลงอื่น
โจทก์จำเลยพิพาทกันเรื่องที่ดิน โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าอีกฝ่ายหนึ่งบุกรุกที่ดินของตน เมื่อศาลสั่งทำแผนที่แล้วปรากฎว่าตรงที่พิพาทกันมิได้เกี่ยวข้องกับที่ ๆ จำเลยนำชี้แนวเขตที่ดินทางด้านอื่นรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของนายโชติเช่นนี้ เมื่อนายโชติจะต้องการใช้สิทธิทางศาลตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา55 ก้ต้องนำคดีไปฟ้องร้องเป็นคดีเรื่องใหม่ตั้งข้อพิพาทกับจำเลยฝ่ายเดียวโดยเฉพาะ หามีสิทธิประการใดที่จะร้องสอดเข้ามาในคดีเรื่องนี้ไม่ ไม่ว่าในฐานะที่เป็นโจทก์ร่วมจำเลยร่วมหรือเป็นฝ่ายที่สาม มิฉะนั้นแล้วบุคคลอื่น ๆ ก็ถือสิทธิร้องสอดเข้ามาในคดีได้ง่าย ๆ แทนที่ศาลจะพิจารณาแต่เพียงประเด็นเดียวเฉพาะที่โจทก์จำเลยพิพาทกันโดยตรง กลับจะต้องไปพิจารณาประเด็นอื่น ๆ ซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประเด็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยนั้นเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 465/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวินิจฉัยข้อพิพาทที่ดินจากพยานร่วมและเอกสาร การพิพากษาตามคำท้าที่ตกลงกันไว้
คู่ความตกลงให้สืบพยานร่วม และถ้าพยานเบิกความอย่างหนึ่งโจทก์ยอมแพ้ ถ้าเบิกความอีกอย่างหนึ่งจำเลยยอมแพ้ ศาลย่อมวินิจฉัยคำพยานได้ว่าเบิกความสมข้างฝ่ายใด และพิพากษาคดีไปตามคำท้า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 402/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจดทะเบียนสิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์รู้อยู่แล้วว่าที่ดินเป็นของจำเลย สิทธิไม่สมบูรณ์
ตามหลักกฎหมายถือว่า สิทธิทางทะเบียนตามชื่อในโฉนดย่อมเหนือกว่าสิทธิครอบครองแม้จะมีคำพิพากษาว่าโฉนดทับที่ของจำเลยถ้าโจทก์รับโอนโฉนดมาจากคู่ความเดิมคำพิพากษานั้นก็ไม่มัดโจทก์ซึ่งมิได้เป็นคู่ความในคดีเดิมโดยมิได้มีคำพิพากษาให้ทำลายโฉนดนั้นโจทก์จึงยังคงเป็นผู้รับโอนทางทะเบียนหาใช่รับโอนดุจเป็นที่ดินมือเปล่าไม่แต่ถ้าโจทก์ซื้อที่ดินนั้นมาโดยรู้ว่าจำเลยเป็นเจ้าของโจทก์ก็ไม่สุจริตจะอ้างสิทธิทางทะเบียนยันจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 364/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความเอกสารสละมรดก: เน้นเฉพาะเงิน ไม่รวมที่ดินตามเจตนาผู้ทำ
เอกสารความว่า เงินรายมรดกมารดาฯลฯ ขอสัญญาว่าจะไม่เกี่ยวข้องมรดกรายนี้ หมายความว่า ไม่เกี่ยวข้องเฉพาะมรดกที่เป็นเงินไม่รวมถึงที่ดิน การตีความเช่นนี้เป็นคุณแก่ฝ่ายซึ่งจะต้องเสียในมูลหนี้นั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 35/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองที่ดิน, อายุความละเมิด, และการเสียอากรแสตมป์หนังสือมอบอำนาจ
โจทก์ฟ้องจำเลยเพราะเหตุจำเลยละเมิดสิทธิครอบครองของโจทก์ ไม่ใช่เรื่องโจทก์ฟ้องเรียกมรดก จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายว่า บิดาโจทก์ตายเมื่อใด และใครเป็นทายาทบ้าง
หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้อง (ให้จัดการทรัพย์สินและให้ฟ้องร้องได้) เป็นเอกสารแสดงการมอบอำนาจให้ทำการแทนในกิจการมากกว่าครั้งเดียว แต่มิได้กระทำในลักษณะเป็นรูปตราสารสัญญา หากเป็นเพียงเอกสารที่ทำแต่ลำพังผู้มอบอำนาจฝ่ายเดียว จึงต้องเสียอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7 ข. อันกำหนดไว้ 5 บาท หาใช่การมอบอำนาจทั่วไปในเรื่องตัวแทน
หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้อง (ให้จัดการทรัพย์สินและให้ฟ้องร้องได้) เป็นเอกสารแสดงการมอบอำนาจให้ทำการแทนในกิจการมากกว่าครั้งเดียว แต่มิได้กระทำในลักษณะเป็นรูปตราสารสัญญา หากเป็นเพียงเอกสารที่ทำแต่ลำพังผู้มอบอำนาจฝ่ายเดียว จึงต้องเสียอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7 ข. อันกำหนดไว้ 5 บาท หาใช่การมอบอำนาจทั่วไปในเรื่องตัวแทน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 35/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองที่ดิน: อายุความ, หนังสือมอบอำนาจ, และการละเมิดสิทธิ
โจทก์ฟ้องจำเลยเพราะเหตุจำเลยละเมิดสิทธิครอบครองของโจทก์
ไม่ใช่เรื่องโจทก์ฟ้องเรียกมรดก จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายว่าบิดาโจทก์ตายเมื่อใด และใครเป็นทายาทบ้าง
หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้อง (ให้จัดการทรัพย์สินและให้ฟ้องร้องได้)เป็นเอกสารแสดงการมอบอำนาจให้ทำการแทนในกิจการมากกว่าครั้งเดียวแต่มิได้กระทำในลักษณะเป็นรูปตราสารสัญญาหากเป็นเพียงเอกสารที่ทำแต่ลำพังผู้มอบอำนาจฝ่ายเดียวจึงต้องเสียอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7 ข. อันกำหนดไว้ 5 บาท หาใช่การมอบอำนาจทั่วไปในเรื่องตัวแทนตามข้อ 21 ข. ซึ่งกำหนดให้ปิด 10 บาท นั้นไม่เมื่อได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนถูกต้องดังนี้แล้ว ก็ใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลได้
โจทก์เพิ่งทราบพฤติการณ์ของจำเลยเมื่อจำเลยที่ 3 ได้เข้ามารบกวนและบังอาจบุกรุกสิทธิการครอบครองของโจทก์อายุความจึงต้องนับตั้งแต่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและนับแต่วันนั้นมาจนถึงวันฟ้องยังไม่เกิน1 ปี ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
ไม่ใช่เรื่องโจทก์ฟ้องเรียกมรดก จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายว่าบิดาโจทก์ตายเมื่อใด และใครเป็นทายาทบ้าง
หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้อง (ให้จัดการทรัพย์สินและให้ฟ้องร้องได้)เป็นเอกสารแสดงการมอบอำนาจให้ทำการแทนในกิจการมากกว่าครั้งเดียวแต่มิได้กระทำในลักษณะเป็นรูปตราสารสัญญาหากเป็นเพียงเอกสารที่ทำแต่ลำพังผู้มอบอำนาจฝ่ายเดียวจึงต้องเสียอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7 ข. อันกำหนดไว้ 5 บาท หาใช่การมอบอำนาจทั่วไปในเรื่องตัวแทนตามข้อ 21 ข. ซึ่งกำหนดให้ปิด 10 บาท นั้นไม่เมื่อได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนถูกต้องดังนี้แล้ว ก็ใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลได้
โจทก์เพิ่งทราบพฤติการณ์ของจำเลยเมื่อจำเลยที่ 3 ได้เข้ามารบกวนและบังอาจบุกรุกสิทธิการครอบครองของโจทก์อายุความจึงต้องนับตั้งแต่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและนับแต่วันนั้นมาจนถึงวันฟ้องยังไม่เกิน1 ปี ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ