พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,546 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 214/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงลักษณะการยึดถือที่ดิน: จำเป็นต้องแจ้งเจ้าของเดิม หากไม่แจ้งสิทธิปรปักษ์ไม่สมบูรณ์
ผู้ครอบครองที่ดินโดยอาศัยอำนาจของเจ้าของที่ดิน จะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ จะต้องบอกกล่าวไปยังเจ้าของที่ดินทราบ มิฉะนั้นจะอ้างว่าครอบครองโดยปรปักษ์ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 214/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนลักษณะการยึดถือที่ดินต้องแจ้งเจ้าของ หากไม่แจ้งสิทธิครอบครองปรปักษ์เป็นโมฆะ
ผู้ครอบครองที่ดินโดยอาศัยอำนาจของเจ้าของที่ดินเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้จะต้องบอกกล่าวไปยังเจ้าของที่ดินทราบมิฉะนั้นจะอ้างว่าครอบครองโดยปรปักษ์ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาต้องห้าม เหตุเถียงข้อเท็จจริงเรื่องการชำระหนี้ค่าที่ดินในสัญญาซื้อขาย
จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาท 4,000 บาท เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ ต้องห้ามฏีกาในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.แพ่ง ม.248
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า สามีโจทก์และโจทก์ไม่ได้ชำระค่าที่พิพาทให้แก่จำเลย โจทก์จะฎีกาว่เป็นการซื้อขายเด็ดขาด โดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ว่าได้ชำระเงินและรับเงินไปแล้ว ไม่ได้เป็นการฎีกาในข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า สามีโจทก์และโจทก์ไม่ได้ชำระค่าที่พิพาทให้แก่จำเลย โจทก์จะฎีกาว่เป็นการซื้อขายเด็ดขาด โดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ว่าได้ชำระเงินและรับเงินไปแล้ว ไม่ได้เป็นการฎีกาในข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำหรือไม่: ศาลมิได้วินิจฉัยกรรมสิทธิ์ในคดีก่อน แม้ประเด็นเกี่ยวกับที่ดินเดียวกัน
ในคดีก่อนโจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญเช่าไม่ชำระค่าเช่า ขอให้บังคับให้จำเลยชำระและขอให้ขับไล่จำเลย จำเลยในคดีก่อนกลับเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้ ขอให้โจทก์คดีก่อนยอมรับไถ่ที่ดินที่ขายฝากไว้ดังนี้ แม้คดีก่อนจะถึงที่สุดไปแล้ว ก็ฟ้องคดีใหม่นี้ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ เพราะศาลมิได้วินิจฉัยประเด็นในคดีก่อนโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับประเด็นในคดีนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1318/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภาระจำยอมเกิดจากการใช้ทางเดินต่อเนื่องเกิน 10 ปี แม้ใช้ไม่ตลอดทั้งปี
โจทก์ใช้ที่พิพาทเป็นทางเดินประจำเมื่อสิ้นฤดูทำนา (ส่วนฤดูทำนาไม่ได้ใช้ทางเดินนั้น) เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ดังนี้ ภาระจำยอมย่อมเกิดขึ้นเป็นคุณแก่ที่ดินของโจทก์แล้ว (อ้างฎีกาที่ 473/2481)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1318/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภารจำยอมเกิดขึ้นได้แม้ใช้ทางเดินเฉพาะช่วงเวลาที่ไม่ทำนา การใช้ทางต่อเนื่องกว่า 10 ปี ถือเป็นการได้กรรมสิทธิ์
โจทก์ใช้ที่พิพาทเป็นทางเดินประจำเมื่อสิ้นฤดูทำนา (ส่วนฤดูทำนาไม่ได้ใช้ทางเดินนั้น) เป็นเวลาเกินกว่า 10ปี ดังนี้ ภาระจำยอมย่อมเกิดขึ้นเป็นคุณแก่ที่ดินของโจทก์แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1278/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีที่ดินของคนต่างด้าว: สิทธิก่อนประมวลกฎหมายที่ดินคุ้มครอง
อำนาจฟ้องคดีที่ดินเนื่องจากโจทก์เป็นคนต่างด้าวนั้นเป็นเรื่องระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่กับคนต่างด้าว ซึ่งจะต้องปฏิบัติต่อกัน คนต่างด้าวจะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้เพียงใดหรือไม่ ย่อมอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน (เทียบฎีกาที่ 1113/2494)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงทำแผนที่เพื่อพิสูจน์สิทธิในที่ดิน หากผลไม่เป็นไปตามตกลง ฝ่ายที่ผิดสัญญาต้องแพ้คดี
ท้ากันให้พนักงานป่าไม้ชี้ที่พิพาท ถ้าเป็นป่าสงวน โจทก์ยอมแพ้ถ้าไม่เป็นป่าสงวน จำเลยยอมแพ้ ทางราชการแจ้งว่าการสงวนป่ารายนี้ทางราชการสั่งระงับแล้ว ดังนี้จำเลยต้องแพ้ ศาลพิพากษาขับไล่จำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1236/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่า-ปลูกสร้าง: สิทธิของผู้เช่า-ผู้ปลูกสร้างในที่ดินของผู้อื่น แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
จำเลยเข้าปลูกห้องแถวในที่พิพาทโดยได้ทำสัญญาเช่ากับเจ้าของที่ดินแล้ว การกระทำของจำเลยก็ไม่ใช่บุกรุกอันจะเป็นการละเมิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับมรดกจากเจ้าของที่ดิน สัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับเจ้าของที่ดินเดิมจะปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์หรือไม่ไม่สำคัญ เพราะแม้จำเลยจะเข้าไปปลูกห้องแถวด้วยการตกลงเช่าปากเปล่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ก็ยังฟังได้ว่าจำเลยเข้าไปปลูกห้องแถว โดยความยินยอมของเจ้าของที่ดินซึ่งจะหาว่าจำเลยละเมิดมิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1199/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องครอบครองปรปักษ์ในที่ดินสาธารณะ การระบุสถานที่ในฟ้อง
บรรยายฟ้องว่า จำเลยเข้าทำรั้วกั้นอาณาเขตปลูกเรือนในที่ดินสาธารณะตำบลกระบี่ใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ และจำเลยให้การว่า จำเลยซื้อที่นี้มาจากนางเฟื่อง ดังนี้ ถือได้ว่า ฟ้องได้ระบุสถานที่พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม