พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,546 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2114/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิในที่ดินต้องมีบนพื้นดินก่อน จึงจะขยายไปยังเหนือและใต้ดินได้
อันว่าแดนกรรมสิทธิตาม มาตรา 1335 นั้น ชั้นแรกจำต้องมีกรรมสิทธิบนพื้นดินเสียก่อน แดนแห่งกรรมสิทธิที่ดินจึงจะกินถึงทั้งเหนือพิ้นดินและใต้พื้นดินด้วย (อ้างฎีกาที่ 266/2483)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2038/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินขอบหนองและการใช้สิทธิประโยชน์โดยเจ้าของ ไม่ถือเป็นการทอดทิ้ง หรือเจตนายึดถือ
พฤติการณ์อย่างไรเรียกว่าครอบครองและอย่างไรเรียกว่าเจตนายึดถือทรัพย์สินเพื่อตน
เป็นเจ้าของหนองน้ำใช้สิทธิทำการจับปลาแต่ในฤดูจับปลาเพียง 3 เดือนในปีหนึ่ง ส่วนนอกฤดูจับปลาปล่อยผู้อื่นเข้าทำนาตามขอบหนองทุกๆ ปี ดังนี้ถือว่าเจ้าของหนองใช้สิทธิครอบครองขอบหนองนั้น ไม่จำต้องคัดค้านห้ามปรามผู้เข้ามาทำนา และจะถือว่าเจ้าของหนองทอดทิ้งหนองไม่ได้
เป็นเจ้าของหนองน้ำใช้สิทธิทำการจับปลาแต่ในฤดูจับปลาเพียง 3 เดือนในปีหนึ่ง ส่วนนอกฤดูจับปลาปล่อยผู้อื่นเข้าทำนาตามขอบหนองทุกๆ ปี ดังนี้ถือว่าเจ้าของหนองใช้สิทธิครอบครองขอบหนองนั้น ไม่จำต้องคัดค้านห้ามปรามผู้เข้ามาทำนา และจะถือว่าเจ้าของหนองทอดทิ้งหนองไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ แม้ชื่อในโฉนดไม่ตรงกับผู้ครอบครอง
เจ้าของที่ดินหลายคนสมยอมลงชื่อภรรยาผู้ใหญ่บ้านในหน้าโฉนดแต่ผู้เดียวโดยประสงค์จะให้เสียค่าธรรมเนียมน้อยและสดวก แต่ก่อนหรือหลังออกโฉนดตลอดมาแต่ละเจ้าของก็ได้ครอบครองเป็นสัดส่วนโดยสงบเปิดเผยติดต่อกันเกิน 10 ปีดังนี้เจ้าของนั้นมีกรรมสิทธิ์++แม้ภรรยาผู้ใหญ่บ้านจะมีชื่อในหน้าโฉนดแต่ผู้เดียวก็หาได้กรรมสิทธิทั้งหมดไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในที่ดินแม้ชื่อในโฉนดไม่ตรง: การครอบครองเป็นส่วนสัดต่อเนื่องยาวนานทำให้มีกรรมสิทธิ์
เจ้าของที่ดินหลายคนสมยอมลงชื่อภรรยาผู้ใหญ่บ้านในหน้าโฉนดแต่ผู้เดียวโดยประสงค์จะให้เสียค่าธรรมเนียมน้อยและสะดวกแต่ก่อนหรือหลังออกโฉนดตลอดมาแต่ละเจ้าของก็ได้ครอบครองเป็นส่วนสัดโดยสงบเปิดเผยติดต่อกันเกิน 10 ปีดังนี้เจ้าของนั้นมีกรรมสิทธิ์อยู่แม้ภรรยาผู้ใหญ่บ้านจะมีชื่อในหน้าโฉนดแต่ผู้เดียวก็หาได้กรรมสิทธิ์ทั้งหมดไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1872/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภาระจำยอมโดยอายุความ: สิทธิใช้ทางในที่ดินของผู้อื่นต่อเนื่องกว่า 10 ปี
ทางที่ชาวนาข้างเคียงต่างนำเกวียนผ่านเมื่อสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวมากว่า 10 ปีทางนี้ย่อมตกอยู่ในภาวะจำยอมโดยอายุความ ซึ่งผู้เป็นเจ้าของจำต้องยอมให้เกวียนผ่านเมื่อสิ้นฤดูเก็บเกี่ยว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1710/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ดินมือเปล่าขาดอายุความครอบครอง: สิทธิครอบครองจะสูญเสียไปเมื่อถูกแย่งการครอบครองเกิน 1 ปี
ที่ดินมือเปล่าแม้จะเป็นที่สวนก็ตาม เมื่อโจทก์ไม่ได้สืบให้ปรากฏว่าโจทก์มีสิทธิในที่พิพาทนี้ตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 แล้วก็ต้องถือว่าสิทธิในที่ดินนี้เป็นแต่เพียงสิทธิครอบครองตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 4 ในลักษณะครอบครองหากถูกแย่งการครอบครองเกิน 1 ปีแล้วย่อมหมดสิทธิตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1691/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การละเมิดสิทธิในที่ดินและการชดใช้ค่าเสียหาย แม้ไม่ได้เสียหายจากเงินมัดจำที่ถูกริบ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยคัดค้านการแบ่งแยกที่ดินทำให้โจทก์แบ่งขายที่ดินไม่ได้ โจทก์จึงไม่ด้เงินไปชำระราคาที่ดินซึ่งโจทก์วางมัดจำซื้อไว้เป็นเหตุให้โจทก์ถูกริบเงินมัดจำแม้จะปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ก็ตาม แต่จะถือว่าเงินมัดจำที่โจทก์ถูกริบเป็นค่าเสียหายที่จำเลยต้องรับผิดไม่ได้
เมื่อมีการละเมิดขึ้นแล้ว ศาลย่อมวินิจฉัยให้จำเลยให้ค่าสินไหมทดแทนได้ตามควรแก่พฤติการณ์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยละเมิดขอค่าเสียหายที่ถูกริบมัดจำหนึ่งหมื่นบาท เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดในเงินมัดจำที่โจทก์ถูกริบศาลจะพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายในการละเมิดแก่โจทก์หนึ่งพันบาทก็ได้ไม่เกินคำขอ.
เมื่อมีการละเมิดขึ้นแล้ว ศาลย่อมวินิจฉัยให้จำเลยให้ค่าสินไหมทดแทนได้ตามควรแก่พฤติการณ์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยละเมิดขอค่าเสียหายที่ถูกริบมัดจำหนึ่งหมื่นบาท เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดในเงินมัดจำที่โจทก์ถูกริบศาลจะพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายในการละเมิดแก่โจทก์หนึ่งพันบาทก็ได้ไม่เกินคำขอ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อที่ดินโดยสุจริตและจดทะเบียน ย่อมมีสิทธิเหนือการครอบครองที่ไม่จดทะเบียน แม้จะครอบครองนาน
โจทก์กล่าวในฟ้องได้ความว่าโจทก์ได้ซื้อที่มีโฉนดมาโดยสุจริตและ เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนแล้ว จำเลยต่อสู้แต่เพียงว่าได้ครอบครองมากว่า 10 ปี ไม่ได้ต่อสู้ว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริตเช่นนี้คดีย่อมไม่มีประเด็นจะต้องนำสืบต่อไป
คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิที่ดินโจทก์กล่าวในฟ้องว่ามีเนื่อที่ ประมาณ 2 ไร่เศษ แม้ความจริงปรากฎต่อมาว่ามี 4 ไร่เศษ แต่คู่ความก็รับกันว่าที่พิพาทคือ 4 ไร่เศษนี้และศาลสั่งให้เสียค่าขึ้นศาลครบจำนวนที่ดินแล้ว ศาลย่อมมีคำพิพากษาถึงที่ทั้ง 4 ไร่เศษนั้นได้
คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิที่ดินโจทก์กล่าวในฟ้องว่ามีเนื่อที่ ประมาณ 2 ไร่เศษ แม้ความจริงปรากฎต่อมาว่ามี 4 ไร่เศษ แต่คู่ความก็รับกันว่าที่พิพาทคือ 4 ไร่เศษนี้และศาลสั่งให้เสียค่าขึ้นศาลครบจำนวนที่ดินแล้ว ศาลย่อมมีคำพิพากษาถึงที่ทั้ง 4 ไร่เศษนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ที่ดิน: การซื้อโดยสุจริตและจดทะเบียนย่อมมีผลเหนือการครอบครองก่อน
โจทก์กล่าวในฟ้องได้ความว่าโจทก์ได้ซื้อที่มีโฉนดมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนแล้ว จำเลยต่อสู้แต่เพียงว่าได้ครอบครองมากว่า 10 ปี ไม่ได้ต่อสู้ว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริตเช่นนี้ คดีย่อมไม่มีประเด็นจะต้องนำสืบต่อไป
คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิที่ดินโจทก์กล่าวในฟ้องว่ามีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ แม้ความจริงปรากฏต่อมาว่ามี4 ไร่เศษ แต่คู่ความก็รับกันว่าที่พิพาทคือ 4 ไร่เศษนี้และศาลสั่งให้เสียค่าขึ้นศาลครบจำนวนที่ดินแล้วศาลย่อมมีคำพิพากษาถึงที่ทั้ง 4 ไร่เศษนั้นได้
คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิที่ดินโจทก์กล่าวในฟ้องว่ามีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ แม้ความจริงปรากฏต่อมาว่ามี4 ไร่เศษ แต่คู่ความก็รับกันว่าที่พิพาทคือ 4 ไร่เศษนี้และศาลสั่งให้เสียค่าขึ้นศาลครบจำนวนที่ดินแล้วศาลย่อมมีคำพิพากษาถึงที่ทั้ง 4 ไร่เศษนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1277/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้มาซึ่งกรรมสิทธิโดยการครอบครองปรปักษ์ และผลของการได้มาโดยไม่สุจริต
ในโฉนดมีชื่อของนางหอมพี่น้องของจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าที่พิพาทบางส่วนในโฉนดนี้จำเลยครอบครองมากว่า 10 ปีแล้ว เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยครอบครองมาโดยอาศัยสิทธิของนางหอมอย่างใดก็ต้องฟังว่าจำเลยครองมาโดยเจตนาเป็นเจ้าของโดยถือว่าบิดามารดายกให้ตามข้อต่อสู้ของจำเลย ๆ จึงได้กรรมสิทธิ
คดีนี้แม้โจทก์จะได้ซื้อกรรมสิทธิที่ดินมาจากนางหอม ได้จดทะเบียนสิทธิและเสียค่าตอบแทน แต่เมื่อได้ความตามคำของโจทก์เองว่าโจทก์ได้เห็นจำเลยทำนาพิพาทตั้งแต่ก่อนโจทก์ซื้อ ประกอบกับพฤติการณ์ที่โจทก์ขอซื้อที่พิพาทจากจำเลยดังได้กล่าวมาดังนี้แล้วต้องฟังว่าโจทก์ทราบอยู่ดีก่อนแล้วว่าจำเลยครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาทอยู่ การได้มาซึ่งที่พิพาทของโจทก์จึงเป็นไปโดยไม่สุจริตจะใช้ยันแก่จำเลยหาได้ไม่
คดีนี้แม้โจทก์จะได้ซื้อกรรมสิทธิที่ดินมาจากนางหอม ได้จดทะเบียนสิทธิและเสียค่าตอบแทน แต่เมื่อได้ความตามคำของโจทก์เองว่าโจทก์ได้เห็นจำเลยทำนาพิพาทตั้งแต่ก่อนโจทก์ซื้อ ประกอบกับพฤติการณ์ที่โจทก์ขอซื้อที่พิพาทจากจำเลยดังได้กล่าวมาดังนี้แล้วต้องฟังว่าโจทก์ทราบอยู่ดีก่อนแล้วว่าจำเลยครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาทอยู่ การได้มาซึ่งที่พิพาทของโจทก์จึงเป็นไปโดยไม่สุจริตจะใช้ยันแก่จำเลยหาได้ไม่